ข่าว

'ปธ.สภาฯ'แถลงไม่รับอำนาจศาลรธน.

'ปธ.สภาฯ'แถลงไม่รับอำนาจศาลรธน.

19 พ.ย. 2556

'ปธ.สภาฯ' นำทีมแถลงไม่รับอำนาจศาลรธน. ต่อคำวินิจฉัยแก้รธน.กลุ่มส.ว. ชี้เป็นอำนาจโดยชอบของสมาชิกรัฐสภา พร้อมเชื่อ 'ตลก.ศาลรธน.' จะวินิจฉัยบนพื้นฐานการจรรโลงปชต.

 

                          19 พ.ย.56 เมื่อเวลา 12.30 น. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภา พร้อมด้วยนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาฯ คนที่ 1 และนายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาฯ คนที่ 2 แถลงไม่รับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ต่อกรณีที่มีจะการวินิจฉัยการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในวันที่ 20 พ.ย.

                          โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่าได้มีการหารือกับฝ่ายกฎหมายของรัฐสภาในข้อกฎหมายแล้วพบว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับคำร้องเกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไว้พิจารณา เนื่องจากสมาชิกรัฐสภามีอำนาจโดยตรงต่อการใช้อำนาจแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 อีกทั้งการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของสมาชิกรัฐสภานั้น ไม่มีรัฐธรรมนูญมาตราใด หรือกฎหมายฉบับใด รองรับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการรับคำร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญของสมาชิกรัฐสภาไว้พิจารณา ส่วนแนวปฏิบัติที่จะมีต่อการปฏิเสธอำนาจศาลรัฐธรรมนูญนั้น เบื้องต้นยังไม่ได้หารือกัน

                          “ผมยังเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมาบนพื้นฐานของการจรรโลงประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่างไรก็ตามการแถลงข่าวครั้งนี้ไม่ต้องการสร้างแรงกดดันไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการยืนยันตามข้อกฎหมายที่ฝ่ายกฎหมายของรัฐสภาได้มีการพิจารณา” นายสมศักดิ์ กล่าว

                          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่นายสมศักดิ์ และคณะได้แถลงข่าวเสร็จ ได้ให้คณะกรรมการประสานงานและเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของประธานรัฐสภา ชี้แจงในประเด็นข้อกฎหมาย โดยนายสมชาติ ธรรมศิริ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายของรัฐสภา ระบุว่า 1.ผลการพิพากษาของศาลต้องดำเนินการให้เป็นไปโดยยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ดังนั้นศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจหน้าที่ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายให้อำนาจไว้เท่านั้น ซึ่งจากการตรวจสอบบบทบัญญัติรัฐธรรมนูญไม่พบว่ามีบทบัญญัติใดที่ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาในเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ, 2.การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นการใช้อำนาจของรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ซึ่งได้กำหนดถึงการเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ข้อจำกัด วีการพิจารณาและการลงมติโดยไม่มีความใดที่ให้อำนาจแก่ศาลหรือองค์กรอื่นใดในการก้าวล่วงในการพิจารณาเรื่องดังกล่าว จึงเห็นว่าการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจเด็ดขาดของรัฐสภา, 3.ในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ กลุ่มมาตราว่าด้วยที่มาของส.ว. รัฐสภาได้ดำเนินการเสร็จสิ้นโดยสมบูรณ์แล้วและได้จัดส่งไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว ตั้งแต่วันท่ 28 ก.ย. 2556 ดังนั้นคณะกรรมการฯ เห็นว่ากระบวนการพิจารณษแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเป็นอำนาจของรัฐสภา ซึ่งได้ดำเนินการโดยสมบูรณ์แล้ว

 

'สมศักดิ์' ยังไม่บรรจุญัตติซักฟอก-จี้ 'ปชป.' ยื่นเอกสารคำร้องถอดถอน

 

                         นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร แถลงว่าจากการประชุมร่วมกันกับคณะกรรมการประสานงานและเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัยของประธานรัฐสภา เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ที่ผ่านมาต่อการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่ว เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจน.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ นายจารุพงษ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ว่าฝ่ายค้านต้องยื่นสำเนาคำร้องขอถอดถอนแนบมากับญัตติดังกล่าวด้วย เพราะจากการพิจารณาแนวทางปฏิบัติของการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯ และรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พบว่ามีการยื่นคำร้องขอถอดถอนเป็นเอกสารประกอบการยื่นญัตติมาด้วย ดังนั้นเมื่อพิจารณาตามธรรมเนียมปฏิบัติต้องแนบเอกสารยื่นถอดถอนดังกล่าวด้วย และทีมกฎหมายสรุปว่าหากไม่ยื่นจะถือว่าญัติไม่สมบูรณ์ ดังนั้นในวันนี้ (19 พ.ย.) ตนได้สั่งให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรส่งหนังสือทวงถามเอกสารดังกล่าวไปที่พรรคประชาธิปัตย์ และให้เวลาพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งควรยื่นเอกสารเพิ่มเติมภาย ภายในวันที่ 21 พ.ย. ก่อนเวลา 16.30 น.ไม่เช่นนั้นอาจจะส่งผลกระทบต่อการอภิปรายได้ เนื่องจากสภาจะมีการปิดสมัยประชุมในวันที่ 28 พ.ย.นี้

                         “ถ้า พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นเอกสารคำร้องขอถอดถอนเพิ่มเติมภายในวันที่ 21 พ.ย. ผมจะบรรจุระเบียบวาระให้ทันที แต่หากไม่ยื่นมา วันที่ 22 พ.ย. ผมจะพิจารณาและใช้ดุลยพินิจอีกครั้งบนพื้นฐานของกฎหมายและข้อบังคับ รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นอยู่ในขณะนี้  อย่างไรก็ตามผมเชื่อมั่นว่าพรรคประชาธิปัตย์จะยื่นมา” นายสมศักดิ์ กล่าว

                         นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่าขณะนี้ตนยังไม่บรรจุญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกฯและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ดังนั้นเกณฑ์การห้ามยุบสภาฯ จึงยังไม่มีผลในการปฏิบัติ เบื้องต้นตนทราบว่าทางรัฐบาลยืนยันว่าจะไม่มีการยุบสภาอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามการยังไม่พิจารณาบรรจุญัตตินั้นไม่ได้เป็นการเล่นเกมตุกติก ซึ่งตนไม่รู้ว่าจะเล่นไปทำไม ไม่มีประโยชน์

                         ขณะที่นายสมชาติ ธรรมศิริ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าตามข้อบังคับการประชุมสภาฯ ข้อที่ 169 ที่ระบุถึงการตรวจสอบญัตติ จะมีการตรวจสอบใน 4 ประเด็น คือ 1.สส.ที่ลงชื่อยังมีสมาชิกภาพเป็นสส.ในปัจจุบันหรือไม่, 2.การลงลายมือชื่อประกอบชื่อยื่นญัตติถูกต้อง ตรงกันหรือไม่, 3.การเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ แทนนายกฯที่ถูกยื่นถอดถอน และ 4.หลักฐานการยื่นคำร้องขอตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 271 ว่าด้วยการยื่นเรื่องถอดถอน ซึ่งจะหมายถึงใบรับคำร้องที่ได้ยื่นต่อประธานวุฒิสภา และ สำเนาคำร้องที่เป็นรายละเอียด ดังนั้นการยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจของพรรคประชาธิปัตย์จึงควรยื่นสำเนารายละเอียดคำร้องขอถอดถอนประกอบด้วย  ทั้งนี้ยืนยันว่าการพิจารณาของคณะกรรมการฯ อยู่บพื้นฐานของหลักการแห่งกฎหมาย ไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง

 

'312 สส.-สว.' แถลงย้ำจุดยืนไม่รับอำนาจศาลรธน.วินิจฉัยแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 

                         สมาชิกรัฐสภาทั้ง ส.ส.และ ส.ว.รวม 312 คน ที่เคยร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว.นำโดยนายอำนวย คลังผา ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลหรือ วิปรัฐบาล และนายกฤช อาทิตย์แก้ว ส.ว.กำแพงเพชร ร่วมกันแถลงข่าวยืนยันคัดค้านและไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ที่เตรียมวินิจฉัยร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวว่า ขัดต่อมาตรา 68 เข้าข่ายล้มล้างการปกครองหรือไม่ในวันที่ 20 พ.ย.นี้

                         ทั้งนี้ กลุ่ม ส.ส.และส.ว.ดังกล่าว เชื่อมั่นว่าสมาชิกรัฐสภาได้ปฏิบติหน้าที่อย่างถูกต้อง เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือเป็นอำนาจของสมาชิกรัฐสภา ที่สามารถกระทำได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 291 โดยที่ไม่มีข้อบัญญัติของกฏหมายให้อำนาจศาลในการวินิจฉัย ดังนั้น จึงเห็นว่าการรับคำร้องไว้วินิจฉัย ถือเป็นการก้าวล่วงการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ และกังวลว่าอาจมีการขยายอำนาจให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต และอาจกลายเป็นปัญหาให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายได้

                         ส.ส.และ สว.กลุ่มดังกล่าว ระบุด้วยว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในทางหนึ่งทางใด ก็จะไม่ปฏิบัติตามคำวินิจฉัย แต่จะยังไม่แสดงท่าทีอื่นใด รวมถึงการยื่นถอดถอนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ