
ฝ่ายค้านขู่ไม่ร่วมกมธ.วิสามัญฯลั่นไม่ถอนร่างฯวอล์คเอาท์แน่
(16มิ.ย.) เมื่อเวลา 17.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิปฝ่ายค้านนำโดยนายวิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน ได้เรียกประชุมวิปฝ่ายค้าน เพื่อหารือด่วนเกี่ยวกับร่างพรบ.กู้เงิน และร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 เนื่องจากส.ส.พรรคเพื่อไทยแทบทุกคน แสดงความไม่พอใจต่อการจัดสรรงบประมาณ ตามร่างพรบ.ทั้ง 2 ฉบับ โดยที่ประชุมได้มีการหารืออย่างเคร่งเครียด ประมาณ 30 นาที
นายวิทยา กล่าวภายหลังการหารือว่า วิปฝ่ายค้านได้ประชุม เพื่อหาทางออก หลังจากที่ได้รับเสียงสะท้อนจากส.ส.ในเรื่องงบประมาณ ที่มีการแก้ไขโดยกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งเราไม่เชื่อว่า ถ้าร่างพรบ.กู้เงิน หรือร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 ผ่านการพิจารณาของสภาไปแล้ว จะไม่เกิดปัญหาตามมา เพราะงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2552 ก็มีปัญหาตามมาจนถึงขณะนี้ โดยเฉพาะงบท้องถิ่น งบพัฒนาชนบท งบโครงการถนนไร้ฝุ่น รวมทั้งงบของกระทรวงศึกษาธิการ ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมากมาย โดยงบที่ออกมา เป็นลักษณะการกระจุกตัว ไม่กระจายไปอย่างทั่วถึง แม้แต่ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลก็ยังออกมาท้วงติง
ทั้งนี้ ในส่วนของงบประมาณที่เปลี่ยนแปลงไปนั้น คิดว่า ข้าราชการเองก็คงจะไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม จะรอฟังส.ส.อภิปรายไปอีกสักระยะหนึ่งว่า มีความเห็นอย่างไร แต่ส่วนตัวเห็นว่า นายกรัฐมนตรีต้องบอกถึงที่มาที่ไปของงบประมาณที่มีการเปลี่ยนแปลง
"หากรัฐบาลยังยืนยัน ที่จะดำเนินการในแนวทางดังกล่าวอยู่ ฝ่ายค้านก็จะไม่ร่วมตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พรบ.ทั้ง 2 ฉบับ เพราะทำไปแล้วก็ไม่มีประโยชน์"
ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส.ส.หลายคนบ่นกันมากถึงมาตรการยักย้ายถ่ายเทงบประมาณ โดยนำไปลงในพื้นที่ของส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เป็นส่วนใหญ่ โดยเขาจะอภิปรายชี้แจงให้เห็นถึงกระบวนการ และที่มาที่ไป ของการโยกงบประมาณในวันที่ 17 มิ.ย. โดยมีเอกสารหลักฐานพร้อมหมดแล้ว
"การจัดทำงบประมาณ มันมีช่องโหว่ ที่ให้อำนาจสำนักงบประมาณเปลี่ยนแปลงรายละเอียด และครั้งนี้ มีการแก้ไขมากเป็นประวัติการณ์ ร่างพรบ.กู้เงินฉบับนี้ มันเกี่ยวพันกับร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2533 อย่างแยกไม่ออก ฝ่ายค้านจึงไม่อาจสามารถรับร่างได้ ถ้าหากรัฐบาลไม่ถอนร่าง พรบ.เงินกู้ออกไปก่อน ฝ่ายค้านจะทำการวอล์คเอาท์ ก่อนโหวตลงมติ และจะไม่ร่วมตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างพรบ.ฉบับนี้อย่างแน่นอน" นายสุรพงษ์ กล่าว



