ข่าว

'ปลอด'ชี้เป่านกหวีดผิดกม.

'ปลอด'ชี้เป่านกหวีดผิดกม.

19 พ.ย. 2556

'ปลอดประสพ' ชี้เป่านกหวีดผิดกฎหมาย ต้องเผาทิ้ง ยันไม่เคยกลัวนกหวีดเป่ามาเป่ากลับ ไม่หวั่นถูกยื่นถอดถอน ลั่นพร้อมแจงในสภาฯ

 

                       19 พ.ย.56 นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังถูกเป่านกหวีดใส่ที่จ.พิจิตร ว่า หลังจากที่มีคนมาเป่านกหวีดใส่ ตนก็ได้เป่านกหวีดกลับไป แต่กำลังงงและทำตัวไม่ถูกไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เองก็บอกว่าผิด และถ้ากฎหมายบอกให้เลิกการเป่านกหวีดจริงๆก็คงต้องเอานกหวีดที่มีอยู่ไปฌาปนกิจในวันเดียวกันนี้

                       เมื่อถามว่าการเป่านกหวีดใส่คืนจะเป็นการยั่วยุหรือไม่ นายปลอดประสพ กล่าวว่า แล้วจะให้ทำอย่างไร ตนอยากถามกลับว่าคนที่เป่านกหวีดใส่ตนก่อนนั้นเป็นการยั่วยุหรือไม่ วันนี้เล่นกันหน่อยจะเป็นไรไป และไม่คิดว่าจะกลายเป็นเรื่อง เพราะอย่างที่เห็นกันว่าเป็นเรื่องของคน 50 รุม 1 เรื่องนี้ตนน่าจะร้องเรียนมากกว่าที่จะมาตั้งคำถามว่าการเป่านกหวีดกลับของตนเป็นการยั่วยุสถานการณ์หรือไม่ ต้องถามกลับว่าใครยั่วยุใครก่อน และการที่เข้าเป่ามาแล้วไม่ให้ตนเป่ากลับแล้วจะให้ตนไปกราบอีกฝ่ายหรืออย่างไร วันนี้ตนถูกเป่านกหวีดใส่ก่อนและคนก็มีมากกว่าตนไม่โกรธและไม่เคยรู้สึกกลัว ใครจะเป่าใส่ตนสามารถทำได้ เหตุการณ์ที่จ.พิจิตร เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ตอนกลับตนก็ร่ำลาและยกมือไหว้ ซึ่งเขาก็ยกมือไหว้กลับเอาข้าวมาให้ตนกินและยืนยันว่าเป็นรวงข้าว ไม่ได้เอาหญ้ามาให้แต่ก็มีสื่อบางแห่งไปบอกว่าเป็นหญ้า ซึ่งแสดงว่าตนเป็นควายซึ่งไม่เป็นความจริงแต่ตนก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ขอร้องว่าอย่างใช้วิธีการขว้างปาสิ่งของเลย เพราะตนก็ขว้างเป็นและมีมือเช่นกัน ที่สำคัญการขว้างปาสิ่งของใส่มีความผิดถึงขั้นติดคุก ขอเพียงว่าอย่าทำอะไรเกินเลยเอาแค่สนุกหรือพองาม

                       “คนอย่างผมสะกดคำว่ากลัวไม่ค่อยจะเป็นตั้งแต่เล็ก วันนี้สังคมเราคงต้องเป่านกหวีดใส่กันมันคงสนุกดี เพียงแต่อย่าโกรธกันแล้วอย่าพูดหยาบคาย อยากเป่าเป็นสัญลักษณ์ก็ไม่เป็นไร และหากครั้งหน้าตนเดินทางไปไหนก็ไม่เคยกลัว และการที่มีชาวบ้านเป่านกหวีดใส่ผมเมื่อวันที่ 18 พ.ย.นั้นไม่เกี่ยวกับที่เขาไม่เห็นด้วยกับโครงการแผนบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศ ในวงเงินกู้ 3.5 แสนล้าน มันเป็นประเด็นการเมือง และผมคงไม่ฟ้องร้องใครและไม่ถือเป็นการคุกคามการทำหน้าที่ แต่คนอื่นผมไม่รู้ ผมรู้สึกเฉยๆ ไม่เห็นจะมีอะไรเลยสำหรับการเป่านกหวีด ผมเป็นนักฟุตบอลถูกเป่านกหวีดมาตั้งแต่เด็ก เวลาลูกออกก็เป่าปรี๊ด เวลาให้ทุ่มก็เป่า ปริ๊ด ปรี๊ด เวลาล้ำเส้นก็ปรี๊ดยาวหน่อย แต่เวลาหมดเวลาเขาจะเป่า ปรี๊ด ปรี๊ด ปรี๊ดยาว ซึ่งอยากเป่าให้อีกฝ่ายฟัง ฝ่ายชนะจะได้รู้ว่าชนะแล้ว ฝ่ายที่แพ้ก็จะได้รู้ แม้จะคิดว่าน่าจะต่อเวลาสักหน่อยก็ตาม” นายปลอดประสพ กล่าว

                       นายปลอดประสพ กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่งแต่ไม่ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า จากการสอบข้อมูลย้อนหลังมีแต่รัฐมนตรีถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจและมีทั้งที่ถูกถอดถอนบ้าง ไม่ถูกถอดถอนบ้าง ใครที่ถูกถอดถอนก็จะมีการเรื่องการทุจริต ตนถือเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ทางการเมืองที่ถูกยื่นถอดถอนแต่ถูกไว้วางใจ ก็ต้องขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ที่ไว้วางใจตน แต่ไม่เข้าใจทำไมจึงหมั่นเขี้ยวมาถอดถอนตนก็ไม่ทราบ ความจริงมายื่นถอดถอนก็ควรจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจและกล่าวหาในสภา อย่างนี้ถือว่าเป็นแผนที่จะปิดปากตน แต่ถ้ามีการพูดถึงคนชื่อย่อ ป.ปลา มีเรื่อง 3.5 แสนล้านล้าน มีคำว่าน้ำหรือ น.หนู ตนก็จะขอใช้สิทธิ์พาดพิงแต่ถ้าไม่พาดพิงก็จะบอก ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยให้พาดพิงตนแล้วก็จะขอชี้แจง “ฝ่ายค้านจะไม่ให้ผมพูด กลัวนกหวีดผมหรืออย่างไร”

                       นายปลอดประสพ กล่าวว่า ส่วนตัวพร้อมที่สุดสำหรับการชี้แจงในสภาเพราะเป็นคนที่โตมาทางเทคนิค สามารถตอบได้ทุกประเด็น ส่วนการครัปชั่นยืนยันว่าไม่มีแน่นอน เพราะโครงการบริหารจัดการน้ำยังไม่ได้เซ็นสัญญา ยังไม่ได้จ่ายแม้แต่บาทเดียวจะไปคอรัปชั่นตอนไหน แต่ก็รู้ว่าจะมีการนำไปตีความยื่นศาลปกครองอย่างไร เรื่องนี้เป็นการใช้ระเบียบ ส่วนการเดินทางไปจังหวัดพิจิตรเพื่อรับฟังความคิดเห็นเรื่องการจัดการน้ำนั้น ก็เพื่อไปแก้ไขปัญหาเพราะเป็นจังหวัดที่น้ำท่วมเป็นประจำ แต่ไม่รู้ว่าใครไปเป่าหู เรื่องการทำแก้มลิงนั้นทำในที่สาธารณะไม่มีคนอยู่อาศัยเพื่อควบคุมน้ำเข้า-ออก ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวรกเรื้อ

                       อย่างไรก็ตาม ในอนาคตประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าวก็ไม่ทำ แต่ถ้าเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆเป็นการเมืองรัฐบาลก็ต้องยึดประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ และส่วนใหญ่ที่ตนลงพื้นที่ไปชาวบ้านก็ต้องการให้เดินหน้าโครงการดังกล่าวทั้งสิ้น สำหรับคนค้านก็เป็นคนหน้าเดิมกลุ่มเดิม เพราะตนถ่ายรูปเก็บไว้ทุกครั้ง เป็นคนหน้าเดิมที่เดินทางไปคัดค้านทุกครั้งซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเอ็นจีโอ ไม่ชอบเขื่อนก็ไม่ว่ากัน บอกว่าเป็นอ่างเก็บน้ำ เป็นฟลัดเวย์ก็ไม่ชอบทั้งนั้น