
ตำรวจเต้น!หลังโดนพระติงล้อมรั้ววัด
ตำรวจเต้น!หลังโดนพระติงล้อมรั้ววัดโยมใส่บาตรน้อยต้องทำอาหารฉันเอง จัดหาที่รับบาตรใหม่ เก็บขยะล้างห้องน้ำก่อนปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่พระระบุแก้ปัญหาไม่ถูกจุด
เมื่อเวลา 14:30 น. วันที่ 18 พฤศจิกายน พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงศักดิ์ โฆษก บช.น. กล่าวถึงกรณีพระสงฆ์วัดเบญจมบพิตร โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กระบุตำรวจปิดกั้นการจราจรแยกวัดเบญจมบพิตรทำให้ประชาชนไม่สามารถมาตักบาตรได้เป็นเหตุให้พระสงฆ์ต้องทำอาหารฉันเองว่า ได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวแล้วมอบหมายให้ พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผกก.สน.ดุสิต ประสานพระเทพกิตติเวที รองเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร ในการกำหนดจุดตักบาตรให้แก่พระสงฆ์ บริเวณนอกพื้นที่กั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อที่จะได้ให้พระสงฆ์สามารถบิณฑบาตได้ตามปกติต่อไป
"สำหรับพระสงฆ์ที่โพสต์ข้อความดังกล่าวนั้นทราบชื่อคือพระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท ขณะนี้ได้เดินทางไปกิจนิมนต์ที่วัดทางภาคใต้ แต่สำหรับพระสงฆ์รูปอื่นๆนั้น ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และเข้าใจถึงการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจเป็นอย่างดี" โฆษกบช.น. กล่าว
พระติงแก้ปัญหาไม่ถูกจุด
ด้านพระมหาอภิชาติได้โพสต์ภาพตำรวจควบคุมฝูงชนปฏิบัติภารกิจ"จิตอาสา" ด้วยการช่วยกันตัดหญ้าเก็บขยะ ล้างห้องน้ำ บริเวณวัดเบญจมบพิตรก่อนการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกับระบุข้อความว่า "โยมตำรวจมาทำความดีในวัดเบญจมบพิตร หลวงพี่ก็ขออนุโมทนาบุญด้วย แต่การที่โยมทำความสะอาดเสร็จแล้ว จนวัดอะอาดสะอ้าน ปัญหาก็ยังไม่จบน่ะโยมน่ะ ตราบใดที่หน้าวัดเบญจมบพิตรยังมีแท่งปูน ลวดหนาม เต้นบัญชาการ รถตราโล่ รถผู้ต้องขัง รถดับเพลิง เพราะปัญหาหลักของพระเณรในวัดอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ที่ห้องน้ำหรือสนามหญ้า เจริญพรมาเพื่อทราบ"
"ถ้าพล.ต.ต.อดุลย์ยากทราบว่าวัดเดือดร้อนเรื่องสถานที่อย่างไรบ้าง ต้องไปสัมภาษณ์พระมงคลวัตรวาที ผู้ช่วยเจ้าอาวาสฝ่ายสาธารณูปการ ผู้รับผิดชอบเรื่องความสะอาด อาคารสถานที่ต่างๆ ของวัดโดยตรง และเป็นผู้เดินเก็บเศษขยะที่ตำรวจมาทิ้งไว้ในวัด ถึงจะได้รับคำตอบแบบตรงๆและชัดเจน แต่ไปสัมภาษณ์ไม่ตรงจุดอีกแล้ว แล้วก็นำมาแถลง พวกตำรวจนี้ทำอะไรไม่ค่อยจะตรงจุดตรงประเด็นเลย เขาให้ยกแท่งปูนออกให้เอาลวดหนามออก แต่ดันไปล้างห้องน้ำ แล้วแบบนี้เมื่อใดปัญหามันจะจบ" พระมหาอภิชาติระบุ
โฆษกบช.น.แจงเข้าใจผิดตร.โพสต์ภาพถูกทำร้าย
พล.ต.ต.อดุลย์ ยังกล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลโพสต์ภาพและข้อความไม่เหมาะสมในเฟซบุ๊กทำให้หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ได้รับความเสียหายว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้วว่าเป็นการเข้าใจผิดกันซึ่งทางเราไม่ได้นิ่งดูดายมีการตรวจสอบรายละเอียดหากพบอะไรที่ดูชอบมาพากลหรือไม่ถูกต้องก็จะรีบแก้ไขในทันที หากมีความกระทบกระทั่งเกิดขึ้นทำให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่สบายใจ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของตำรวจกับผู้ชุมนุมก็ดี ในส่วนของสื่อมวลชนกับผู้ชุมนุมก็ดี จะพูดคุยกันและเรื่องนี้ได้มีการพูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว
โฆษก บช.น.กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ชุมนุมของกลุ่มคัดค้านและสนับสนุน กรณีศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยที่มาของการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาวันที่ 20 ว่า ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแลโดยกำหนดออกเป็น 2 ส่วน คือการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่เป็นหลักในการดูแลควบคู่กับส่วนของการจัดการจราจร มอบหมายให้ พล.ต.ต. จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บังคับการตำรวจจราจรดูแลเส้นทางจราจรทั้งหมดและพื้นที่โดยรอบศาลรัฐธรรมนูญที่มีการชุมนุมโดยเตรียมความพร้อมไว้แล้วไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
ส่วนการยกระดับของกลุ่มคัดค้าน พรบ.นิรโทษกรรมโดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นแกนนำ ในวันที่ 24 พ.ย. มีการเตรียมพร้อมกำลังตำรวจไว้แล้วจากการประเมินสถานการณ์เป็นไปในลักษณะของการประชาสัมพันธ์เชิญชวนเพื่อที่จะให้คนมาลงชื่อเพื่อถอดถอนจำนวน 1 ล้านคน คาดว่าผู้มาร่วมชุมนุมจริงๆจะไม่ถึงซึ่งตอนนี้ได้มีการประกาศไปว่าได้ประมาณสองหมื่นกว่าคนแล้ว และในวันที่ 24 จะนำไปยื่นให้กับประธานรัฐสภา การดูรายละเอียดต่างๆ การลงรายชื่อจะมี 2 ส่วน ส่วนที่ 1 บริเวณที่ชุมนุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ส่วนที่ 2 เป็นบริเวณศาลากลางจังหวัดต่างๆซึ่งในส่วนของทางอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทางตำรวจได้เตรียมการไว้แล้วอาจมีปัญหากระทบกระทั่งบ้างในช่วงเช้าและเย็น
ล้อมคอก"ขึงตาข่ายขนาดใหญ่"กั้นที่ทำการส่วนหน้า"รับมือม็อบ"
ทั้งนี้กองบัญชาการตำรวจนครบาลสั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำการส่วนหน้า (ทก.ส่วนหน้า) 14 จุดป้องกันผู้ชุมนุมรุกร้ำแนวเขตห้ามเข้าเด็ดขาดรอบบริเวณทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภาเตรียมพร้อมรับมือผู้ชุมนุมยกระดับความรุนแรงในสัปดาห์นี้ต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 24 พ.ย. โดยซักซ้อมการปฏิบัติตามแผนกรกฎ52 อย่างต่อเนื่องทุกเช้าและเย็นทุกวันเน้นการปฏิบัติตามหลักสากลพร้อมเตรียมปืนลูกซองบรรจุกระสุนยาง แก๊สน้ำตาชนิดขว้างและชนิดควันพร้อมเครื่องยิงขนาด 38 มม. รถน้ำ หมวก เสื้อเกราะกันกระสุน-กันสะเก็ด โล่ใส กระบอง หน้ากากป้องกันแก๊สน้ำตา ไว้พร้อมรับสถานการณ์ยกระดับการชุมนุมใช้ควบคุมเหตุการณ์ความรุนแรงโดยเก็บไว้ในรถควบคุมผู้ต้องขังที่จอดตามจุดต่างๆ
แต่ละจุดจะมีรถน้ำดับเพลิงสีแดงขนาดใหญ่จอดประกบคู่กันไว้ด้านหลังเต็นท์กองกำลังตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ โดยแต่ละจุดจะมีแนวกั้นตำรวจที่แน่นหนาเป็นชั้นๆตามลำดับเรื่มจากแนวกั้นชั้นแรกเป็นรั้วลวดหนาม ชั้นที่สองเป็นแท่นปูนแบริเออร์ขนาดใหญ่สูงเกือบ 2 เมตรกั้นจากขอบถนนฝั่งขาเข้าอีกด้านยาวตลอดแนวไปสุดช่องทางฝั่งขาออก และแนวกั้นที่สามเป็นตาข่ายสีดำขนาดใหญ่ที่เพิ่งทำการติดตั้งใหม่ในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นตาข่ายผืนใหญ่กว้างเท่ากับขอบถนนสองด้าน สูงประมาณ 10 เมตรจากพื้นถนนคล้ายกับจอหนังกางแปลงสมัยก่อนใช้สำหรับป้องกันผู้ชุมนุมใช้หนังสติ๊กยิงหัวน็อต ลูกหินลูกเหล็ก และวัสดุอื่นๆ ใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงป้องกันการปาขี้ใส่ตำรวจ
พร้อมตั้งจุดตรวจค้นรอบพื้นที่ชุมนุมในรัศมี 400 เมตร เพื่อป้องกันมือที่ 3 ลอบเข้ามาปะปนกับผู้ชุมนุมเพื่อก่อเหตุสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายคาดว่าจะมีผู้ชุมนุมเพิ่มปริมาณมากกว่าทุกวัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อุปกรณ์ทั้งหมดเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ควบคุมฝูงชนตามหลักสากล ไม่ได้ทำร้ายผู้ชุมนุมจนถึงขั้นได้รับบาดเจ็บ และตามหลักสากลแก๊สน้ำตาถือเป็นขั้นตอนระงับเหตุที่เบากว่าการใช้กระบอง โดยแก๊สน้ำตาที่ใช้เป็นของสหรัฐฯ หากถูกเข้าไปแล้วจะแสบตาอยู่ 10 นาที ขั้นตอนการควบคุมฝูงชนจะเริ่มจากมาตรการเบาไปหาหนัก หากพบว่าฝูงชนพยายามจะฝ่าเข้ามาในพื้นที่ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ตั้งแต่แยก จ.ป.ร.จนถึงลานพระบรมรูป ทรงม้าและแยกพล.1 ฝั่งด้านหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล
จากการประเมินด้านการข่าวของกองบัญชาการตำรวจนครบาลระบุว่า จะมีผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์ทำร้ายผู้ชุมนุมโดยใช้อาวุธปืนและปาระเบิด อาจทำให้ผู้ชุมนุมเกิดความโกรธแค้นและพุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่สุดท้ายอาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงได้เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องวางมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่โดยซักซ้อมซ้อมเสมือนจริง หากมีม็อบบุกเข้ามาในเขตหวงห้าม โดยมีการบันทึกภาพในทุกขั้นตอน
ล่าสุดที่บริเวณแยกวังแดงเจ้าหน้าที่ตำรวจกองร้อยควบคุมฝูงชน สังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 จำนวน 1 กองร้อยและภูธรจังหวัดนครราชสีมา อีก 1 กองร้อย ทำการร่วมฝึกซ้อมเสมือนจริง กรณีที่มีผู้ชุมนุมรุกล้ำ เข้ามาในแนวแบริเออร์โดยฝึกซ้อมตามขั้นตอนหลักสากล เริ่มจากการเจรจาว่าพื้นที่ที่ทำการรุกล้ำเป็นเขตพื้นที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง แต่ถ้าหากผู้ชุมนุมไม่ยอมและพยายามฝ่าเข้ามาในพื้นที่ ตำรวจก็จะมีการยกป้ายประกาศใช้แก๊สน้ำตา" พร้อมกับเริ่มใช้รถน้ำก่อนจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการเริ่มใช้แก๊สน้ำตาต่อไป หากผู้ชุมนุมรุกล้ำเข้ามา และทำลายแนวลวดหนาม ก็จะมีชุดจับกุม เข้าควบคุมตัวผู้ชุมนุมทันที ทั้งนี้ในทุกขั้นตอนจะมีการบันทึกทั้งภาพนิ่งและเคลื่อนไหวเก็บไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด อย่างไรก็ตามล่าสุดตำรวจได้นำเครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตระยะไกลมูลค่ากว่า 100 ล้านบาทตามที่ ครม.อนุมัติสั่งซื้อเข้ามาใช้ควบคุมสั่งการสถานการณ์การชุมนุมในปัจจุบันและอนาคต ให้เป็นไปตามหลักการรักษาความปลอดภัยตามหลักสากลด้วย
“เสริมศักดิ์”เรียกผู้บริหารอาชีวะเอกชน เช็คชื่อเด็กร่วมม็อบ
นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังหารือกับตัวแทนโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชน ว่า สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้เชิญผู้บริหารโรงเรียนเรียนอาชีวศึกษาเอกชนเข้าหารือกรณีที่มีข่าวว่ามีนักเรียน และศิษย์เก่าของสถาบันอาชีวะเอกชนหลายแห่ง เป็นการ์ด ขึ้นเวทีหรือร่วมชุมนุม โดยขณะนี้แต่ละสถาบันกำลังตรวจสอบว่าผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมเป็นศิษย์ปัจจุบัน หรือศิษย์เก่าเข้าร่วมชุมนุมจำนวนเท่าไร เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนโดยตนได้ฝากให้สถาบันอาชีวศึกษาเอกชนทุกแห่งช่วย ดูแลกรณีนักศึกษาที่เข้าร่วมชุมนุม เพราะไม่อยากให้เสียการเรียน
นายเสริมศักดิ์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามการเชิญผู้บริหารสถาบันอาชีวะ เอกชนมาหารือครั้งนี้ ไม่ไช่การเรียกมาสกัดไม่ให้นักเรียน นักศึกษาเข้าไปร่วมชุมนุม เพราะการชุมนุมถือเป็นสิทธิ์ แต่ไม่ควรอ้างชื่อสถาบัน เพราะแต่ละสถาบันมีศิษย์ เก่าจำนวนมาก และไม่ใช่ศิษย์เก่าหรือศิษย์ปัจจุบันทั้งหมดที่เห็นด้วยกับการชุมนุม ดังนั้นการอ้างชื่อสถาบันจึงเป็นเรื่องที่ไม่สมควร แต่ประเด็นที่สำคัญซึ่งเป็นข้อห่วงใยคือ อาจจะมีการปลุกระดมให้นักศึกษาเข้าไปร่วมชุมนุมเพิ่มขึ้น
“จากนี้เป็นเรื่องที่สถาบันต่าง ๆ จะต้องไปดูแล ส่วนเมื่อได้ข้อมูลแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละแห่งว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งบางแห่งอาจจะไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนก็สามารถทำได้ เพราะหากมีข่าวว่านักเรียนหรือศิษย์เก่าของสถาบันใดไปร่วมชุมนุม ก็จะกระทบกับชื่อเสียงของสถาบัน และกระทบต่อความเชื่อถือของผู้ปกครอง ที่อาจจะไม่มีใครส่งลูกเข้ามาเรียน ”นายเสริมศักดิ์กล่าว
คปท.คาดโทษอาชีวะบุกทุบตร.ลั่นก่อเหตุอาละวาดซ้ำเจอตะเพิดออกพื้นที่
นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงานเครือยข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) กล่าวถึงกรณีนักเรียนอาชีวะได้ทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจในระหว่างเดินขบวนติดธงชาติที่แยกนางเลิ้งเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ว่า กลุ่มนักเรียนอาชีวะที่เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคปท.ขณะนี้ มีรวมประมาณ 40-50 คน ที่ผ่านมาได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกันอย่างจริงจังกับกลุ่มนักเรียนอาชีวะ เพื่อให้เข้าใจร่วมกันว่าเป็นการชุมนุมโดยสงบ สันติ อหิงสา อย่างไรก็ตาม ตนจะให้โอกาสนักเรียนอาชีวะอีกครั้ง หากมีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้อีก ยืนยันว่าจะให้ออกไปจากพื้นที่การชุมนุมทันที เพราะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ในการขับเคลื่อนการชุมนุมของคปท.
นายอุทัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ คปท. จะติดตามสถานการณ์ว่าหากกลุ่มธรรมาธิปไตยที่ปักหลักชุมนุมหน้าสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ หากถูกกลุ่มเสื้อแดงปิดล้อม หรือบังคับให้ออกจากพื้นที่ชุมนุม ก็จะหารือเร่งด่วนประเมินสถานการณ์เพื่อเคลื่อนไหวสมทบ อย่างไรก็ตาม หากกลุ่มสื่อวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (กวป.) ขู่บุกบ้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หากคำตัดสินในวันที่ 20 พฤศจิกายนออกมาไม่เป็นที่พอใจนั้น ตนขอฝากไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องดูแลรักษาความปลอดภัยให้เรียบร้อยด้วย
นายอุทัย กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้รับทราบว่าประชาชนที่อาศัยย่านอุรุพงษ์จำนวน 8 คน ได้มอบหมายให้ นายคารม พลพรกลาง ทนาย นปช. ยื่นฟ้องคดีแพ่ง เรียกค่าเสียหาย 8 แสนบาท กับแกนนำ คปท. ได้แก่ ตนเอง นายประกอบกิจ อินทร์ทอง นายพานสุวรรณ ณ แก้ว และนายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาคปท. ที่ไม่ยอมรื้อเวทีการชุมนุมทำให้ได้รับผลกระทบ คปท.ก็พร้อมต่อสู้ต่อไป



