
'ดอนหมู' ต้นแบบ ธ.หมู่บ้าน
'ดอนหมู' ต้นแบบ ธ.หมู่บ้าน ช่วยคนพื้นที่หลุดพ้นนายทุนเงินกู้ : โดย...กฤษณะ วิลามาศ
โครงการของรัฐบาลที่มีนโยบายให้ชาวบ้านกู้เงินดอกเบี้ยต่ำโดยให้ชาวบ้านบริหารจัดการกันเองเรียกว่าเงินกองทุนหมู่บ้าน (กทบ.) นั้น ปรากฏว่า ผู้ได้รับผลประโยชน์ตัวจริงๆ กลับกลายเป็นนายทุนเงินกู้นอกระบบในพื้นที่ ทั้งนี้ เนื่องจากชาวบ้านที่เป็นสมาชิกเมื่อถึงวันครบกำหนดต้องนำเงินมาจ่ายคืนกองทุนหมู่บ้าน ใครไม่มีก็ไปกู้เงินกับนายทุนเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยสูงเพื่อนำเงินมาคืนกองทุนหมู่บ้าน เพื่อที่จะยื่นขอกู้ใหม่อีกรอบจนกลายเป็นหนี้นอกระบบเป็นลูกโซ่ตลอดมา แต่นายธีระชาติ ปลาทอง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 บ้านดอนหมู ตำบลขามเปี้ย อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ต้องการให้ลูกบ้านหลุดพ้นจากนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหด จึงคิดโครงการจัดตั้งธนาคารหมู่บ้านขึ้นมา เพื่อช่วยชาวบ้านในพื้นที่ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อเงินกู้นอกระบบ
'ธีระชาติ ปลาทอง' เล่าว่า อยากให้ลูกบ้านหลุดพ้นจากนายทุนหน้าเลือดที่ปล่อยเงินกู้นอกระบบ เขาจึงคิดโครงการจัดตั้งธนาคารหมู่บ้านขึ้นมาเพื่อเป็นการแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน เริ่มตั้งแต่ปี 2550 และมีคณะกรรมการหลายฝ่ายซึ่งมีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาอำเภอตระการพืชผล คอยเป็นพี่เลี้ยงให้การสนับสนุนอุปกรณ์ดำเนินการมูลค่ากว่า 1 แสนบาท ทำให้สถาบันการเงินบ้านดอนหมูสามารถดำเนินการได้
สมาชิกแรกเริ่มมี 643 ราย ปัจจุบันมีเงินฝาก 1,483,487 บาท เงินหุ้น 3,087,933 บาท มีเงินฝาก 7,878,846 บาท ฝากออมทรัพย์ หรือฝากเผื่อเรียก 1% ต่อปี เงินฝากประจำ 5% ต่อปี และสมาชิกที่กู้เงินสามัญ ไม่ชำระเงินตามกำหนดสัญญาให้ปรับอัตราดอกเบี้ยเป็น 15% ต่อปี ถ้าถอนเงินฝากก่อนครบกำหนดจะได้รับดอกเบี้ย 1% ต่อปี ส่วนเงินกู้สามัญวงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 200,000 บาท หลังจากก่อตั้งธนาคารหมู่บ้านขึ้นแล้ว ปรากฏว่าสมาชิกในหมู่บ้าน ไม่ได้กู้เงินนอกระบบดังเช่นแต่ก่อน
'ธีระชาติ' เล่าต่อว่า ชาวบ้านดอนหมูได้ร่วมบริจาคที่ดินเนื้อที่กว่า 400 ไร่ เพื่อสร้างป่าชุมชนในพื้นที่โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นป่าชุมชนของบ้านดอนหมูและเป็นแหล่งอาหารของคนในชุมชน เช่น เห็ด หน่อไม้และเลี้ยงสัตว์ เป็นต้น แถมเป็นการรักษาป่าชุมชนให้อยู่ชั่วลูกชั่วหลานและยังเป็นการปลูกจิตสำนึกของคนในชุมชนให้รักษาสภาพป่าให้อุดมสมบูรณ์เช่นเดิมเพื่อเป็นการยุติการตัดไม้และการแปรรูปไม้เพื่อจำหน่ายอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ศูนย์ยังมีโครงการช่วยเหลือสังคมอีกหลายโครงการโดยกิจกรรมทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะความร่วมมือร่วมใจของกรรมการและชาวบ้านทุกคนที่ให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี ทำให้ปัจจุบันศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ก็บรรลุวัตถุประสงค์ถึงขั้นได้รับรางวัลยอดเยี่ยมหลายสิบรางวัลและขณะนี้กำลังพัฒนาเข้าแข่งขันในระดับประเทศในโอกาสอันใกล้นี้
ขณะที่ 'เอกศักดิ์ บุญยั้ง' หัวหน้าหน่วยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาคำเจริญ อ.ตระการพืชผล บอกว่า ธ.ก.ส.เข้าช่วยเหลือหลายด้าน ทั้งจัดเจ้าหน้าที่ชี้แนะเกี่ยวกับระบบการเงิน การบัญชี การจัดเก็บข้อมูล ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ตลอดการแก้ปัญหาให้สมาชิกที่เกิดปัญหาในการชำระหนี้และอื่นๆ โดยแนะให้หมู่บ้านจัดตั้งเป็นสถาบันการเงินไว้ก่อน คอยอำนวยความสะดวกและประสานกับ ธ.ก.ส.ในการกู้และชำระเงินปรากฏว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการหมู่บ้านดอนหมูทำงานได้ดีเงินเข้าตามเป้า สมาชิกไม่มีปัญหาชำระคืนเงินกู้ คณะกรรมการเข้มแข็ง สมาชิกซื่อสัตย์ เห็นว่าน่าจะเป็นหมู่บ้านที่ยืนอยู่บนลำแข้งได้จนกลายเป็นหมู่บ้านที่มีสถาบันการเงินเป็นตัวอย่าง ประ กวดก็ได้รับรางวัลระดับแนวหน้าหลายรางวัลในหลายระดับ
ขณะเดียวกัน ธ.ก.ส.มีนโยบายว่า หลังเดือนมีนาคม 2557 ธนาคารจะโอนหนี้ทั้งหมดของลูกค้าบ้านดอนหมูที่มีอยู่ในธนาคาร ประมาณ 20 ล้านบาทให้สถาบันการเงินของหมู่บ้านไปดำเนินการเองและธนาคารจะปล่อยเงินกู้สมทบให้อีก 10 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 30 ล้านบาท ที่หมู่บ้านจะได้ร่วมบริหารจัดการกันเองเชื่อว่าธนาคารหมู่บ้านดอนหมูแห่งนี้ทำได้
ด้าน 'บุญมา แกะมา' ผู้จัดการสถาบันการเงินบ้านดอนหมู บอกว่า ยินดีกับการโอนหนี้ของ ธ.ก.ส.มายังหมู่บ้าน หากเป็นเช่นนั้นหมู่บ้านแห่งนี้จะเป็นสถาบันการเงินที่แข็งแกร่งมากขึ้น เงินหมุนเวียน 30 ล้านบาทนับว่าไม่น้อย สามารถทำให้สมาชิกซึ่งเป็นลูกค้า ลืมตาอ้าปากได้โดยไม่ยากนัก ข้อสำคัญสมาชิกต้องพูดจริง ทำจริงตามโครงการที่ได้เสนอเข้ามาต่อคณะกรรมการเป็นพอ ส่วนปัญหาหนี้นอกระบบไม่มี สมาชิกกู้เงินจากที่นี่ นำส่งคืนเงินกู้ของธ.ก.ส.ได้สะดวกสบาย นับเป็นการแก้หนี้นอกระบบได้สิ้นเชิง ดอกเบี้ยเท่าเดิม หาก ธ.ก.ส.จะเรียกดอกเบี้ยสูงเกินไปสถาบันการเงินของหมู่บ้านแห่งนี้คงรับไม่ได้เช่นกัน
'บานเย็น จันทรักษ์' อยู่บ้านเลขที่ 144 บ้านดอนหมู เล่าว่า ปี 2549 เธอกู้เงินจาก ธ.ก.ส.ตระการพืชผล 1.5 หมื่นบาท พอเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นเดือนสุดท้ายของการคืนเงินกู้ ต้องดิ้นรนไปกู้นายทุนเงินกู้นอกระระบบใกล้หมู่บ้าน ดอกเบี้ยร้อยละ 5-10 บาท มาส่งเงินให้ได้ตามกำหนดเป็นเช่นนี้มาหลายปี กระทั่งหมู่บ้านมีการระดมเงินหุ้นกันหุ้นละ 50 บาท คนหนึ่งจะถือกี่หุ้นก็ได้ ตามกำลังทรัพย์ที่มีอยู่ เธอถือไว้ 240 หุ้น เป็นเงิน 12,000 บาท และกู้เงินจากสถาบันแห่งนี้ 30,000 บาทเป็นเงินฉุกเฉินดอกเบี้ยร้อยละ 11 บาทต่อปี เพื่อนำไปประกอบอาชีพ ทำการเกษตรบนเนื้อที่ 14 ไร่ ด้วยการปลูกยางพารา ปลูกข้าวนาปี ซื้อวัวแม่พันธุ์และอืนๆ ครั้นเมื่อถึงวันที่สถาบันเรียกเงินคืนก็ไม่หนักใจเหมือนเมื่อก่อน เพราะได้ผลผลิตการเกษตรที่ลงทุนไป โดยเฉพาะขายข้าว ขายวัว มาใช้คืน ไม่เดือดร้อนแล้ว
ส่วน 'คล่อง ทิณโน' อยู่บ้านเลขที่ 83 บ้านดอนหมู บอกว่า มีที่ทำกินอยู่ 15 ไร่ ปลูกยางพารา 5 ไร่ ที่เหลือปลูกนาข้าว เขากู้เงิน ธ.ก.ส. 1.5 หมื่นบาท พอมีธนาคารหมู่บ้าน ความสะดวกสบายในการส่งคืนหรือการกู้ง่ายขึ้น ดอกเบี้ยถูกกว่ามาก ทุกวันนี้ขายข้าวอย่างเดียวก็เหลือใช้หนี้แล้ว ถึงจะไม่ร่ำรวยแต่พออยู่ได้แบบพอเพียง ส่วนหนี้สินจากนายทุนเงินกู้ หรือหนี้สินนอกระบบไม่มีในหมู่บ้านอีกแล้ว ปัจจุบันถือหุ้นไว้ 10 หุ้น เป็นเงิน 500 บาท ตามกำลังทรัพย์ในครอบครัว
ทั้งหมดนี้เป็นคำยืนยันของสมาชิกสถาบันการเงินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงบ้านดอนหมู ตำบลขามเปี้ย อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ว่าสามารถช่วยเหลือชาวบ้านไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของนายทุนเงินกู้นอกระบบได้
............................
('ดอนหมู' ต้นแบบ ธ.หมู่บ้าน ช่วยคนพื้นที่หลุดพ้นนายทุนเงินกู้ : โดย...กฤษณะ วิลามาศ)



