
ฟื้นแก้มลิง'หนองเลิงเปือย'สนองพระราชดำริ
ไลฟ์สไตล์ : ฟื้นแก้มลิง 'หนองเลิงเปือย' สนองพระราชดำริ
จากปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่ อ.ร่องคำ และ อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งมาตลอดทุกปี จนราษฎรทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานโครงการขุดลอกหนองเลิงเปือยและซ่อมแซมฝายบริเวณ ต.สามัคคี อ.ร่องคำ จ.กาฬสินธุ์ ในปี พ.ศ.2553 และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการดังกล่าวไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2554
เพื่อสนองพระราชดำริ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) มูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ กองทัพบก กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสาระสนเทศ (องค์การมหาชน) จึงร่วมกันดำเนินโครงการ "พัฒนาแก้มลิงหนองเลิงเปือย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ" โดยมีสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ เป็นผู้ประสานความร่วมมือ ซึ่งได้จัดแถลงข่าวบอกกล่าวรายละเอียดโครงการที่ห้องประชุม 101 สำนักงาน กปร.เมื่อวันก่อน
สุวัฒน์ เทพอารักษ์ เลขาธิการ กปร.กล่าวว่า โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2495 เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมประชาชนที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ แล้วเกิดเหตุการณ์รถติดล่ม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคิดว่า การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก แล้วคนในพื้นที่จะเดินทางอย่างไร จึงพระราชทานโครงการแห่งแรกขึ้นที่นี้ หลังจากนั้นพระราชทานแนวพระราชดำริมาอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งสิ้น 4,447 โครงการ กระจายอยู่ทั่วทั้งจังหวัดของประเทศไทย
"โครงการในพระราชดำริที่พระราชทานส่วนมากเป็นเรื่องน้ำมีมากถึง 3,031โครงการ โดยมีการจัดการด้านนี้ทั้งหมด 13 กิจกรรม โดยเลือกให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศและความเป็นอยู่ของคนในสังคม อาทิ ฝนหลวงแก้ปัญาแห้งแล้ง และหญ้าแฝกป้องกันดินทลาย แก้มลิง คันกั้นน้ำ เป็นต้น สำหรับหนองเลิงเปือย ชาวบ้านได้ยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาเมื่อปี 2553 กระทั่งวันที่ 28 มิถุนายน กปร.ได้สรุปแนวทางการช่วยเหลือเสนอสำนักราชเลขาฯ เพื่อนำความกราบบังคมทูล และเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2554 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ โครงการพัฒนาปรับปรุงอาคารระบายน้ำล้นหนองเลิงเปือยไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ" เลขาธิการ กปร.กล่าว
ด้าน รอยล จิตรดอน เลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ กล่าวว่า สำหรับโครงการนั้นทางมูลนิธิจะเสริมด้านองค์ความรู้ ด้วยการเสนอแนวทางการพัฒนาและบริหารจัดการน้ำในพื้นที่อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ เช่น ขุดลอกหนองและคลองดักตะกอนให้สอดรับกับทิศทางการไหลของน้ำในช่วงฤดูฝน ก่อสร้างประตูระบายน้ำให้สามารถรับน้ำและระบายน้ำเชื่อมโยงกับลำน้ำลำปาวได้ รวมทั้งปลูกต้นไม้เป็นแนวป้องกันลมเพื่อช่วยลดอัตราการระเหยของน้ำเนื่องจากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอัตราการระเหยสูง นอกจากนี้หลังขุดลอกแล้วควรมีแนวทางบริหารจัดการน้ำให้เต็มศักยภาพอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง คือในช่วงฤดูฝนเก็บน้ำไว้ใช้ช่วงฝนทิ้งช่วงและช่วงเดือนกันยายน รองรับน้ำหลากให้เป็นแก้มลิงรับน้ำจากลำน้ำลำปาวเก็บไว้ใช้ในฤดูแล้งถัดไป
ขณะที่ ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระฯ ปิดท้ายว่า โครงการนี้เป็นการบูรณาการที่แท้จริงและสมบูรณ์แบบมากที่สุด ที่ทุกภาคส่วนจะเข้ามาร่วมมือกันแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด ซึ่งถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องรวมตัวกันเพื่อแบ่งเบาภารกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะช่วยให้ประชาชนที่เดือดร้อนสามารถช่วยตัวเองได้ ในเรื่องการบริหารจัดการน้ำโดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคอยเป็นพี่เลี้ยงให้ความช่วยเหลือ อย่างโครงการหนองเลิงเปือย ทางคณะทำงานมองโครงการนี้ไปถึง 6-12 ปีข้างหน้า และต้องให้ชุมชนร่วมกันคิดว่า เมื่อมีน้ำแล้วจะบริหารจัดการอย่างไร และมองต่อไปว่าจะทำอย่างไรให้คนอายุน้อยๆ กลับบ้านไปทำนา ซึ่งโครงการนี้จะเป็นคำตอบที่จะทำให้คนในชุมชนอยู่ดีกินดีขึ้นอย่างแน่นอน



