
'วุฒิฯ'โหวตยืนตามร่างพรบ.กู้เงิน2ล้านล.
'วุฒิสภา' โหวตยืนตามร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ตามร่างกมธ. ในคำปรารถ , มาตรา 1 - มาตรา 2 'ส.ว.ส่วนใหญ่' ติงโครงการรถไฟความเร็วสูงเสี่ยงขาดทุนระยะยาว
18 พ.ย. 56 ในการประชุมวุฒิสภา ซึ่งพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ในวาระสอง ที่ประชุมได้ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง อภิปรายในส่วนของคำปรารถ ที่ระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ มีมูลค่ารวมกันไม่เกินสองล้านล้านบาท โดย ส.ว.ส่วนใหญ่ ได้อภิปรายเน้นย้ำถึงความคุ้มค่าในการลงทุน โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูง ที่เสี่ยงว่าจะมีการขาดทุนระยะยาว นอกจากนั้นในส่วนของ น.ส.สุนันท์ สิงห์สมบูรณ์ ส.ว.สรรหา อภิปรายขอเพิ่มวงเงินกู้ให้เป็น 2.5 ล้านล้านบาท โดยให้เหตุผลว่าเพื่อมีวงเงินที่เพียงพอกับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม
ทั้งนี้เมื่อมีผู้อภิปรายครบถ้วน ที่ประชุมได้ลงมติให้คงไว้ตามร่างเดิม ด้วยเสียง 74 เสียง ต่อ 43 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง และไม่ลงคะแนน 1 เสียง
จากนั้นได้เข้าสู่การพิจารณา มาตรา 1 ว่าด้วยชื่อร่าง พระราชบัญญัติ โดยผู้ที่เสนอคำแปรญัตติไม่ติดใจที่จะอภิปรายทำให้ที่ประชุมผ่านมาตราดังกล่าว และเข้าสู่มาตรา 2 ว่าด้วยระยะเวลาที่ใช้บังคับกฎหมาย โดยกรรมาธิการฯ ไม่มีการแก้ไข และให้คงการบังคับใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ทั้งนี้มี ส.ว.ขอแปรญัตติแก้ไข โดยนายเจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา ขอแปรญัตติให้ พ.ร.บ.นี้มีผลบังคับใช้หลังพ้นกำหนด 90 วัน เนื่องจากการกู้เงินจำนวน 2 ล้านล้านบาท ถือเป็นจำนวนเงินมหาศาลและมีระยะเวลาการใช้นานถึง 7 ปี ดังนั้นควรให้เวลาสำหรับประชาชนในการรับรู้รายละเอียดและเตรียมความพร้อม ทั้งนี้เพื่อให้การปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพหน่วยงานรัฐควรมีเวลาเตรียมงานด้วย ส่วนการกำหนดให้ร่างกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ทันทีนับจากที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพราะรัฐบาลมีความเร่งรีบ และต้องการได้ประโยชน์จากการกู้เงิน โดยเฉพาะเงินเปอร์เซ็นต์ หรือเงินค่าปากถุง จำนวน 0.5 เปอร์เซ็นต์ ของวงเงินกู้เงินทั้งหมด
ทั้งนี้นายธวัช บวรงนิชยกูร ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ ชี้แจงโดยขอยืนยันร่างเดิม ว่ากรรมาธิการฯ ได้หารืออย่างรอบคอบกรณีให้ร่างกฎหมายมีผลบังคับใช้ทันทีหลังจากลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาทำให้แต่ละกระบวนการเดินงานได้ทันที ในโครงการที่มีความพร้อม จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติ ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบกับร่างของกรรมาธิการฯ ที่ไม่มีการแก้ไข ด้วยเสียง 75 เสียง ต่อ 35 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง



