
ประสบการณ์ตรงจากกูรูเพื่อเอสเอ็มอีไทย
เล่าสู่กันฟัง : ประสบการณ์ตรงจากกูรู เพื่อนักธุรกิจเอสเอ็มอีไทย : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์
วันนี้ผมมีเรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงของคุณชาวัลย์ สวัสดิ์-ชูโต รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่ได้มาแนะแนวให้นักลงทุนเอสเอ็มอีฟัง ในงานสัมมนา “ลู่ทางและโอกาสทางธุรกิจกับซีพีออลล์" เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งผมเห็นว่าเป็นประโยชน์มาก หากมีโอกาสฟังไอเดียแล้วน่าจะสามารถนำไปใช้ปรับกระบวนการทำธุรกิจของท่านได้ตามสมควร
ตลอด 12 ปี ที่คุณชาวัลย์รับบทบาทจัดทำแผนส่งเสริมธุรกิจและให้คำปรึกษาข้อมูลต่างๆ แก่ SMEs พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่เข้ามาหารือจะเป็นเรื่องจัดจำหน่ายราว 70 %คือ มีสินค้าดีๆ อยู่ในมือ แต่ไม่รู้จะเอาไปขายที่ไหน! น่าตกใจนะครับ เพราะนั่นหมายถึงผู้ประกอบการไม่รู้ว่าลูกค้าของตนเองคือใคร? อยู่ที่ไหน? อีกส่วนที่เหลือคือราวๆ 30% มีปัญหาด้านการกู้ยืม ขาดแหล่งเงินทุน ตลอดจนบริหารจัดการเงินไม่ค่อยเป็น
นอกจากนี้ ยังพบอีกว่าคนส่วนใหญ่ชอบทำธุรกิจแบบตามใจตนเอง คิดเอาเอง ว่าอยากจะทำโน่นทำนี่ขาย อย่างกรณีธุรกิจแห่งหนึ่ง นำแก้วน้ำรูปสุนัขสวยงามหลากหลายรูปแบบส่งไปขายที่ญี่ปุ่น แต่ปรากฏว่าขายไม่ได้ เพราะชาวญี่ปุ่นเขาชอบแมว นิยมเลี้ยงแต่แมว ไม่ชอบเลี้ยงสุนัข เป็นต้น ดังนั้น ความรู้พื้นฐานเรื่องความต้องการของตลาดก็เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องพยายามศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้
ไม่เพียงเท่านี้การมีสินค้าที่มีคุณภาพก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะสามารถนำพาผู้ประกอบการให้ประสบความสำเร็จในธุรกิจได้ เห็นได้จากกรณีธุรกิจผลิตภัณฑ์กระเป๋าหวายซึ่งทำมาจากผักตบชวา เป็นสินค้าท้องถิ่นที่อยู่คู่เมืองไทยมานานนม ด้วยฝีมือสานที่ประณีต ลวดลายสวยงามมีเอกลักษณ์เฉพาะที่โดนใจลูกค้า จนได้รับการสนับสนุนให้เป็นสินค้าโอท็อปและขายดิบขายดีเป็นที่ต้องการในตลาดโลก
นอกจากนี้ สินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมก็เป็นอีกแนวโน้มใหม่ที่สร้างความสำเร็จให้ผู้ประกอบการ เช่น กรณีผลิตภัณฑ์กระดาษสาซึ่งมีความละเมียดละไมสวยงามเป็นธรรมชาติแล้วยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยกระดับให้เป็นกรีนโปรดักท์ด้วยการใช้ถังบำบัดน้ำเสียครบวงจร จึงทำให้ตัวผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเลื่องชื่อในความเป็นธรรมชาติและเพื่อสิ่งแวดล้อมจนเป็นที่ต้องการของชาวต่างชาติ
ก็พอจะสรุปได้ว่า การค้นหาจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ที่อยากผลิตให้ถี่ถ้วนเพื่อนำมาเป็นจุดขายที่โดดเด่น แตกต่าง เรียนรู้ผลิตภัณฑ์ควบคู่ไปกับเรียนรู้คู่แข่ง และศึกษาค้นคว้าความต้องการของลูกค้าให้รอบคอบ แล้วนำมาประเมินขีดความสามารถของตนเองในการแข่งขันว่านอกเหนือจากประเด็นที่กล่าวมาแล้ว ต้นทุนของเราสู้เขาได้หรือไม่ เพราะราคาขายก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดว่าลูกค้าจะซื้อหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้การมีคุณสมบัติเฉพาะทั้งในทางวัตถุดิบและรูปแบบที่ยากแก่การลอกเลียนก็น่าจะช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่ง
ผมขอเชียร์และเอาใจช่วยพี่น้องเอสเอ็มอีชาวไทยกว่า 2.74 ล้านรายทุกคน ให้สามารถรับมือกับคู่แข่งจาก 10 ประเทศที่กำลังจะเข้ามาในอีกสองปีข้างหน้า พร้อมกับการร่วมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่เศรษฐกิจของประเทศด้วยความภาคภูมิใจ
-------------------------
(เล่าสู่กันฟัง : ประสบการณ์ตรงจากกูรู เพื่อนักธุรกิจเอสเอ็มอีไทย : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์)



