ข่าว

องค์หริภาฯทรงเปิดงานสานศิลป์ถิ่นท่ากาน

องค์หริภาฯทรงเปิดงานสานศิลป์ถิ่นท่ากาน

19 พ.ย. 2556

ไลฟ์สไตล์ : องค์หริภาฯ ทรงเปิดงานสานศิลป์ถิ่นท่ากาน

 

                       ด้วยเหตุที่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของโบราณสถานที่อยู่คู่กับชุมชน ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของชาติ อันเป็นมรดกสำคัญที่ควรค่าแก่การเก็บรักษา ขณะเดียวกันก็ต้องการปลูกฝังในเยาวชนในเวียงท่ากานช่วยกันสืบทอดและถ่ายเทความรู้สู่เยาวชนอื่นๆ ได้เรียนรู้อย่างมีคุณค่าต่อไป รวมถึงเพื่อหารายได้สมทบทุนการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์เวียงท่ากาน จึงทรงร่วมจัดกิจกรรมกับชุมชนในพื้นที่ตำบลบ้านกลาง อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ภายใต้ชื่องาน "ร้อยเส้นสาย ล้านเส้นศิลป์ ถิ่นท่ากาน" ณ บริเวณโบราณสถานเวียงท่ากาน เมื่อวันก่อน

                       ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี โปรดให้ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จแทนพระองค์ ทรงเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ โดยระหว่างทอดพระเนตรกิจกรรมต่างๆ ทรงเล่าและอธิบายประทานแก่ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ใจความว่า "ครั้งนี้พระองค์ทรงงานจนถึงดึกดื่น ดีใจที่สุดและตื่นเต้นที่ได้ใส่ชุดล้านนาที่ดีไซน์เอง ทั้งเป็นวันที่ทรงปลาบปลื้มอีกหนึ่งวัน เพราะในอดีตเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2516 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ก็เคยเสด็จฯ เวียงท่ากาน พร้อมกัน ถ้ามีโอกาสก็อยากจะทูลเชิญทั้งสองพระองค์เสด็จฯ กลับมาอีกครั้ง"

                       สำหรับในส่วนของนิทรรศการที่นำไปจัดแสดง "ไหม" ปิยวรา ทีขะระ เนตรน้อย หัวหน้าโครงการ พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เปิดเผยถึงฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ บรมราชนินีนาถ ที่นำไปจัดแสดงครั้งนี้ จำนวน 3 องค์ ได้แก่ ฉลองพระองค์แบบสากล จากผ้าชาวไทยภูเขาเผ่ากระเหรี่ยง 1 องค์ และ ฉลองพระองค์แบบสากลจากผ้าชาวไทยภูเขาเผ่าเย้า 2 องค์ เป็นฉลองพระองค์เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยือนราษฎรในจังหวัดเชียงใหม่ อีกทั้งยังไม่เคยเชิญไปจัดแสดงนอกสถานที่ใดมาก่อน เพื่อให้ประชาชนทางภาคเหนือและประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสได้ชื่นชม

                       ขณะที่ปราชญ์ท้องถิ่นอย่าง ถนอม จาปา เจ้าของนามปากกา รสสุคนธ์รักษ์กวี ที่เข้าร่วมกิจกรรม "อุ๊ยสอนหลาน สืบสานฮีตฮอยล้านนา" เพื่อให้ความรู้ทางด้านการอนุรักษ์ภาษาถิ่นแก่เยาวชนด้วยการเปิดบ้านสอนการเขียนกวีล้านนา เล่าด้วยความรู้สึกปลาบปลื้มต่อพระดำริในพระเจ้าหลานเธอ พระองค์สิริภาจุฑาภรณ์ ที่ทรงเล็งเห็นความสำคัญอยากให้ลูกหลานสืบสานวัฒนธรรมล้านนาต่อไป

                       "สำหรับกวีล้านนาจะมีลักษณ์คล้ายๆ กลอนสี่สุภาพของทางภาคกลาง ส่วนที่นำมาสอนนักเรียนและนักศึกษาจำนวน 115 คน ตัวเองได้เลือกมา 3 แบบ คือ "คร่าวก้อม" เป็นกวีล้านนาบรรทัดเดียว มี 4 วรรคๆ ละ 4 คำ ถือว่าง่ายสุด ถัดมาเป็น "คร่าวกลาง" มีจำนวน 5 บรรทัด เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสุภาษิตล้านนา และ "คร่าวยาว หรือ คร่าวฮ่ำ" จะมีความยาว 9-12 บท ส่วนใหญ่จะเป็นการกล่าวถึงเรื่องราวในประวัติของท้องถิ่นนั่นเอง" ปราชญ์ด้านกวีล้านนาเล่าพร้อมกับแสดงความหวังว่าอยากให้มีการต่อยอดโครงการนี้ เพราะเป็นมรดกของคนล้านนา

                       หนึ่งในผู้ได้รับรางวัลจการกิจกรรมการประกวด "คร่าวฮ่ำล้านนา" ในหัวข้อ "ผ้าทอพื้นถิ่นล้านนา" ภัคพล คำหน้อย นักศึกษาปี 4 คณะมนุษยศาสตร์ เอกภาษาไทย ม.เชียงใหม่ เล่าว่า สนใจเรื่องพื้นเมืองตั้งแต่เด็กๆ จึงส่งผลงานเข้าร่วมประกวดจนได้รับรางวัลที่ 1 โดยเนื้อหาที่นำมาประพันธ์นั้นได้แรงบันดาลใจมาจากการ "ทอผ้าฝ้าย" จึงเล่าตั้งแต่กันอีดฝ้ายจากดอกไล่มาจนถึงขั้นย้อมเส้นด้าย ซึ่งก่อนลงมือเขียนก็ลงพื้นที่คุยกับชาวบ้านเพื่อเก็บเป็นข้อมูลด้วย