ข่าว

'ญี่ปุ่น'ถอดแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์!

'ญี่ปุ่น'ถอดแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์!

18 พ.ย. 2556

ทีมวิศวกรนิวเคลียร์ญี่ปุ่น เริ่มปฏิบัติภารกิจถอดแท่งเชื้อเพลิงจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ซึ่งเป็นภารกิจที่ยากลำบากที่สุดและอันตรายที่สุด

 

                          18 พ.ย. 56  ทีมวิศวกรด้านนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น ได้เตรียมจะถอดแท่งเชื้อเพลิงยูเรเนียมและพลูโตเนียมออกจากโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะ ซึ่งเป็นภารกิจที่ยากลำบากที่สุดและอันตรายที่สุด นับตั้งแต่สามารถควบคุมเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่หลอมละลาย เมื่อ 2 ปีก่อน

                          บริษัทโตเกียว อิเล็คทริค พาวเวอร์ หรือ เทปโก้ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ได้เริ่มปฏิบัติการเสี่ยงอันตรายภายในวันนี้ ซึ่งแม้จะยาก แต่ก็เป็นขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับแผนการยกเลิกการใช้พลังงานนิวเคลียร์ ที่ต้องใช้เวลาหลายทศวรรษ และเกิดขึ้นหลังจากหลายเดือนที่ผ่านมา เทปโก้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเรื่องการรับมือกับวิกฤตที่ทั้งบกพร่องและล้มเหลวจากอุบัติเหตุนิวเคลียร์ที่เลวร้ายที่สุดในยุคนี้

                          ทีมวิศวกรได้เริ่มงานนี้ ซึ่งพวกเขาจะต้องถอดเอาแท่งเชื้อเพลิงออกจากเตาปฏิกรณ์ที่หลอมละลาย 3 เครื่อง ซึ่งความยากนั้นอยู่ที่ต้องเอาแท่งเชื้อเพลิงมากกว่า 1,500 แท่ง ออกจากบ่อเก็บที่สร้างขึ้นหลังสึนามิ พัดถล่มโรงไฟฟ้าเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2554 แต่เทปโก้ ระบุว่าในช่วงเวลา 2 วัน จะสามารถถอดแท่งเชื้อเพลิงได้แค่ 22 แท่ง สำหรับระยะเวลาปฏิบัติการที่คะเนไว้กว่า 1 ปี

                          นอกจากนี้ ยังจะต้องใช้เครนขนาดใหญ่ควบคุมด้วยรีโมทคอนโทรล หย่อนลงไปในบ่อน้ำที่เก็บแท่งเชื้อเพลิง เพื่อทำหน้าที่หยิบเอาแท่งเชื้อเพลิงไปใส่ไว้ในถังขนาดใหญ่ที่เตรียมไว้ ซึ่งมีน้ำหนัก 91 ตัน และจะถูกนำไปติดตั้งบนเทรลเลอร์ เพื่อนำไปเก็บไว้บ่ออีกแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 100 เมตร

                          หลายเดือนที่ผ่านมา เทปโก้ต้องเผชิญปัญหาสารกัมมันตรังสีรั่วออกจากถังเก็บกักน้ำ รวมถึงไฟฟ้าขัดข้องเนื่องจากหนูทำให้แผงวงจรไฟฟ้าช็อต // การจะปิดทำการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งนี้ คาดว่าจะต้องใช้เวลาหลายสิบปี เนื่องจากเป็นภารกิจที่ยังไม่เคยถูกใช้ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งอื่นในโลกมาก่อน หมู่บ้านและเมืองเล็กๆ ใกล้เคียงยังคงถูกทิ้งร้าง เนื่องจากประชาชนไม่กล้ากลับบ้านเพราะกลัวสารกัมมันตรังสี

 

 

-------------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)