ข่าว

ทุจริตเหมาเข่งในบราซิล(2)

ทุจริตเหมาเข่งในบราซิล(2)

20 พ.ย. 2556

นอกบ้านผ่านเมือง : ทุจริตเหมาเข่งในบราซิล (2) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์

 

                          อันที่จริง ชาวเมืองแซมบาบราซิลค่อนข้างคุ้นเคยกับพฤติกรรมชั่วร้ายของนักการเมืองในประเทศไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะในเรื่องของสมคบกันทุจริตฉ้อฉลและใช้อำนาจในทางมิชอบ แต่กลับมีนักการเมืองน้อยรายนักถูกนำตัวขึ้นฟ้องศาลจึงทำให้นักการเมืองนับวันยิ่งย่ามใจกล้าทำในสิ่งที่กฎหมายห้ามไว้มากขึ้น สุดท้ายชาวเมืองแซมบาบางคนสุดจะทนจึงจัดแจงลงมือสั่งสอนด้วยตัวเอง หวังจะกระตุ้นความตื่นตัวของสังคมให้ร่วมกันหามาตรการลงโทษทางสังคมบ้าง

                          หนึ่งในมาตรการสั่งสอนนักการเมืองชั่วที่ชอบโกหกคำโตกับประชาชนก็คือการทำร้ายร่างกายเพื่อให้เข็ดหลาบ อาทิ วิ่งเข้าไปตบบ้องหูอย่างจังระหว่างกำลังจ้อผ่านสื่อ แม้จะถูกจับกุม แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าเมื่อนักการเมืองผู้นั้นเกิดยางอายรีบเดินหนีโดยไม่กล้าโวยวายว่าถูกกลั่นแกล้ง หรือดังกรณีของสาวใหญ่คนหนึ่งซึ่งเกิดฟิวส์ขาดเมื่อเห็นผู้นำพรรคการเมืองที่มีส.ส.อยู่ในรัฐสภา รวมหัวกันขึ้นเงินเดือนให้ตัวเองถึงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จาก 6,000 ดอลลาร์ (ราว 210,000 บาท) เป็น 11,500 ดอลลาร์ (ราว 400,000 บาท) โดยไม่ต้องผ่านการลงมติเห็นชอบในที่ประชุมรัฐสภาก่อน อ้างว่ามาตรการนี้จะช่วยลดปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นที่ระบาดหนักในวงกว้าง มตินี้มีขึ้นขณะที่ส.ส.ในสภาผู้แทนฯกำลังพิจารณาเรื่องขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ จาก 140 ดอลลาร์ (ราว 4,900 บาท) เป็น 150-175 ดอลลาร์ (ราว 5,250 -6,125 บาท) หรือเพิ่มขึ้นแค่ปีละ 6.6-25 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

                          แม้ว่าส.ส.บางคนจะเสนอให้ที่ประชุมระดับหัวหน้าพรรคทบทวนเรื่องขึ้นเงินเดือนของตัวเอง แต่ประธานสภาผู้แทนฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ได้รับประโยชน์ด้วยไม่ยอมเห็นด้วย ยืนกรานจะทำตามมตินั้นโดยไม่ใส่ใจว่าผู้ใช้แรงงานและคนยากจนในประเทศจะรู้สึกเช่นใดเมื่อเห็นช่องว่างความต่างของการขึ้นเงินเดือนส.ส.และการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ สาวใหญ่ผู้นั้นจึงยอมเสียสละตัวเอง ลงมือสั่งสอนนักการเมืองชั่วด้วยการบุกทำร้ายนักการเมืองหนุ่มอนาคตไกลคนหนึ่ง ที่มาจากตระกูลการเมืองที่ทรงอิทธิพลและมีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับระบอบเผด็จการทหารที่ปกครองประเทศช่วง พ.ศ. 2507-2528 กระทั่งได้รับการวางตัวว่าอาจได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ในอนาคต

                          โชคดีที่นักการเมืองหนุ่มผู้นั้นได้รับบาดเจ็บไม่สาหัสนัก ไม่เช่นนั้นเธออาจถูกลงโทษรุนแรงแม้ทางการพยายามบิดเบือนข่าวอ้างว่าเป็นฝีมือของคนที่มีสภาพจิตไม่สมประกอบ แต่ชาวเมืองแซมบาส่วนใหญ่เริ่มได้คิดว่าในเมื่อกฎหมายไม่สามารถจัดการกับนักการเมืองชั่วได้ ประชาชนก็มีสิทธิจะช่วยกันสั่งสอนเอง

 

 

-------------------------

(นอกบ้านผ่านเมือง : ทุจริตเหมาเข่งในบราซิล (2) : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)