ข่าว

'มาร์ค'ขึ้นศาลไต่สวนฟ้อง'ธาริต'

'มาร์ค'ขึ้นศาลไต่สวนฟ้อง'ธาริต'

18 พ.ย. 2556

'มาร์ค'ขึ้นศาลไต่สวน ฟ้อง'ธาริต-ลูกน้อง'สรุปสำนวนฟ้องออกคำสั่ง'ศอฉ.'สลายม็อบมีคนตาย ไม่ชอบ ขณะที่'ผู้นำฝ่ายค้าน'ยันพร้อมเดินหน้าอภิปรายไม่ไว้วางใจ

               18 พ.ย.56 ที่ห้อง 911 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีหมายเลขดำ อ.310/2556 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ,พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ในฐานะหัวหน้าชุดคดีการเสียชีวิตของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุรุนแรงทางการเมืองปี 2553, พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ในฐานะพนักงานสอบสวน เป็นจำเลยที่ 1- 4 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตและเป็นเจ้าพนักงานสอบสวน กระทำการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90,157, 200 กรณีเมื่อเดือน ก.ค.54-13 ธ.ค.55 ได้มีการสรุปสำนวนนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพในข้อหาก่อให้ผู้อื่นฆ่าและพยายามฆ่าโดยเจตนาและเล็งเห็นผล จากการที่ออกคำสั่ง ศอฉ.ใช้กำลังเจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 ซึ่งโจทก์เห็นว่า การแจ้งข้อหาบิดเบือนจากข้อเท็จจริง และดีเอสไอไม่มีอำนาจ ต้องเป็นการวินิจฉัยของ ป.ป.ช.

               โดยวันนี้นายอภิสิทธิ์ โจทก์เดินทางมาตอบการซักค้านของฝ่ายจำเลยว่า ตามรายงานของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ มีข้อสรุปว่า การชุมนุมของกลุ่มนปช.ในช่วงปี 2553 พบว่า มีกลุ่มชายชุดดำที่ใช้อาวุธร่วมอยู่ในการชุมนุมด้วย ซึ่งการขอคืนพื้นที่ของรัฐบาลขณะนั้นเป็นไปตามหลักสากล จากรายงานดังกล่าวสอดคล้องกับคำสั่งของศาลแพ่ง เมื่อปี 2553 ที่ระบุว่า การชุมนุมของนปช. ผิดกฏหมายด้วย เป็นเหตุให้รัฐบาลได้ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

               ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ ตั้งข้อสังเกตว่า ที่อัยการสูงสุดมีความเห็นพ้องกับดีเอสไอ สั่งฟ้องในคดีดังกล่าว แสดงให้เห็นว่า ต้องการกดดันให้โจทก์และนายสุเทพ ยอมรับกฎหมายนิรโทษกรรม เนื่องจากวันที่อัยการสูงสุดแถลงข่าวว่า มีความเห็นสั่งฟ้องเป็นวันที่กรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม จะสรุปความเห็นครั้งสุดท้ายเพื่อเสนอรัฐสภา นอกจากนี้ ในการอภิปรายภายในรัฐสภา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ได้อภิปรายว่า ทราบเป็นการภายในว่าอัยการสูงสุดจะสั่งฟ้องโจทก์ ซึ่งเป็นการพูดก่อนที่อัยการสูงสุดจะมีคำสั่งฟ้อง 1 เดือน จากนั้น ป.ป.ช.ก็ได้แสดงความคิดเห็นว่า กรณีดังกล่าวอยู่ในอำนาจ ป.ป.ช. ไม่ใช่ ดีเอสไอ แสดงให้เห็นว่า รัฐบาล ดีเอสไอ และอัยการสูงสุด สมคบกัน

               ทั้งนี้ ก่อนการเบิกความ นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า นานวันพฤติกรรมของนายธาริต ก็ชัดเจนขึ้นว่า สั่งฟ้องโดยไม่ชอบ ประกอบกับมีพยานหลักฐานหลายอย่างชี้ชัดว่าเป็นการกลั่นแกล้ง

               นายอภิสิทธิ์ ยังแสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมือง โดยเฉพาะวันที่ 20 พ.ย.นี้ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ด้วย ว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของศาลรัฐธรรมนูญที่จะพิจารณาตามข้อเท็จจริง ส่วนพรรคฝ่ายค้านก็จะเดินหน้ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลต่อไป

               ขณะที่การชุมนุมของประชาชน ก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถกระทำได้ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ทั้งหมด มองว่า เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลสร้างขึ้น โดยไม่มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาของประเทศ แต่เป็นการทำงานเพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง