ข่าว

'อดีตปธน.ชิลี'ชนะเลือกตั้งรอบแรก

'อดีตปธน.ชิลี'ชนะเลือกตั้งรอบแรก

18 พ.ย. 2556

'มิเชล บาเชเล็ต' อดีตปธน.หญิงคนแรกของชิลี ชนะการลต.ปธน.รอบแรก แต่ได้คะแนนเสียงน้อยกว่า 50% ทำให้ต้องชิงชัยในรอบสองกับผู้สมัครหญิงอีกคนที่เป็นเพื่อนรักสมัยเด็ก

 

                          18 พ.ย. 56  นางบาเชเล็ต ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ระหว่างปี 2549-2553 คว้าคะแนนเสียงเกือบ 47% ในการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อวาน แต่ไม่ถึง 50% ทำให้ต้องรอลุ้นผลเลือกตั้งรอบสอง 15 ธ.ค.นี้ และเธอประกาศว่าจะทำงานอย่างหนักเพื่อคว้าชัยชนะอย่างง่ายดายในรอบสอง

                          บาเชเล็ต วัย 62 ปี พ้นจากตำแหน่งสมัยแรกด้วยคะแนนนิยมสูงถึง 84% แต่รัฐธรรมนูญห้ามประธานาธิบดีดำรงตำแหน่งติดต่อกันสมัยที่สอง ทำให้เธอเว้นว่างไป และในการเลือกตั้งครั้งนี้ เธอหาเสียงด้วยนโยบายที่สอดคล้องกับเสียงเรียกร้องของผู้ประท้วง คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปรับขึ้นภาษีกับธุรกิจเอกชน เพื่อนำรายได้ไปพัฒนาระบบการศึกษาและลดช่องวางรายได้ที่แตกต่างกันมา

                          ขณะที่นางอีฟลิน แมตเธย์ คู่แข่งคนสำคัญ และอดีตรัฐมนตรีแรงงานในรัฐบาลของประธานาธิบดีเซบาสเตียน ปิเญร่า คนปัจจุบัน ได้คะแนนเสียงตามมาเป็นอันดับสอง 25% และเธอทวีตข้อความหลังทราบคะแนนว่า แค่คว้าที่สองก็เป็นชัยชนะครั้งใหญ่ เพราะตอนที่เริ่มลงสู่สนามเลือกตั้ง ก็ไม่มีใครคิดว่าเธอจะสามารถมาถึงจุดนี้

                          แมตเธย์ วัย 60 ปี เป็นผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีปิเญร่า และสัญญาว่าจะสานต่อนโยบายของปิเญร่า คือ ไม่ปรับขึ้นภาษี และไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งสวนทางกับนโยบายของบาเชเล็ต

                          บาเชเล็ตและแมตเธย์ เป็นเพื่อนเก่าสมัยเด็กๆ และทั้งคู่เป็นบุตรสาวของนายพล ที่เคยเป็นเพื่อนรัก ก่อนยืนอยู่คนละฝ่ายในช่วงที่พลเอก ออกุสโต้ ปิโนเชต์ ผู้นำเผด็จการบริหารประเทศ และเมื่อนายพลอัลแบร์โต บาเชเล็ต ปฏิเสธจะภักดีต่อปิโนเชต์ จึงถูกคุมขังจนหัวใจวายตายภายในโรงเรียนนายร้อย ที่พลเอก เฟอร์นันโด แมตเธย์ อูเบล บิดาของแมตเธย์เป็นผู้บริหาร

                          นอกจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีแล้ว ชาวชิลียังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 120 ที่นั่ง และวุฒิสมาชิก 20 ที่นั่งจาก 38 ที่นั่ง แต่พรรค นิว มาจอริตี้ New Majority ของบาเชเล็ต ไม่สามารถกวาดคะแนนเสียงทั้งสองสภาได้มากพอที่จะทำให้ผลักดันกฎหมายปฏิรูปต่างๆ ได้สำเร็จ ครั้งนี้เป็นปีแรกที่กฎหมายไม่ได้บังคับให้ทุกคนต้องใช้สิทธิเลือกตั้งและไม่มีบทลงโทษหากไม่ใช้สิทธิ ประธานาธิบดีปิเญร่า กล่าวแสดงความเสียใจที่มีจำนวนผู้ใช้สิทธิน้อย โดย 44% ของผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่ยอมไปใช้สิทธิ

 

 

-------------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)