
'ปู'เปิดประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย-แปซิฟิก
'นายกฯ' เปิดประชุมสุดยอดผู้นำด้านไอซีทีเอเชีย-แปซิฟิก ชี้ความเจริญด้านไอทีต้องควบคู่กับการเฝ้าระวังการนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย
18 พ.ย.56 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานเปิดการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชียและแปซิฟิกของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union:ITU) "Connect Asia-Pacific Summit" โดยมีผู้นำระดับชาติ เข้าร่วม ประกอบด้วยประธานาธิบดีไมโครนีเชีย ประธานาธิบดีนาอูรู นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน นายกรัฐมนตรีตองกานายกรัฐมนตรีวานูอาตู เพื่อให้ผู้นำประเทศ ผู้นำอุตสาหกรรมไอซีทีจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ร่วมแสดง วิสัยทัศน์ และ ความเห็นเกี่ยวกับ ความท้าทายของโลกดิจิตอล รวมโอกาสที่จะเกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ ตลอดจนกำหนดแนวทางด้านการลงทุนโครงข่ายพื้นฐานด้านโทรคมนาคม ไอซีที และแอพพลิเคชั่น รวมทั้งการเปลี่ยนผ่านไปสู่วิสัยทัศน์ ทิศทางในการพัฒนา อุตสาหกรรมไอทีในอนาคตของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกในปี 2563
โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อความสูญเสียที่เกิดจากพิบัติภัยทางธรรมชาติที่ประเทศฟิลิปปินส์ ก่อนกล่าวว่า งาน Connect Asia-Pacific จัดร่วมกับ ITU โดยได้เชิญ 33 ประเทศเข้าร่วมเพื่อวางรากฐานการเติบโตที่ยั่งยืนด้วยโทรคมนาคม ICT เป็นพื้นฐานสําคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งปีที่แล้วมีคนใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มอีก 250 ล้านคน ภายในสิ้นปีนี้จะมีผู้เข้าถึงอินเตอร์เน็ตถึง 40%
"ดังนั้นการเชื่อมต่อกับโครงข่าย 3G/4G ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องโทรศัพท์ แต่เป็นอุปกรณ์ต่างๆ ที่ช่วยเปลี่ยนแปลงชีวิต ทำให้คนใกล้ชิดกัน ซึ่ง ICTจะมีส่วนช่วยในการพัฒนาธุรกิจโดยเฉพาะ SMEs ที่มีการลงทุนใน ICTจะทำให้ขายสินค้าได้ดีขึ้นกว่าเดิม" นายกฯ กล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเข้าถึงโทรคมนาคมช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม รวมถึงทำให้ GDP ของโลกเพิ่มขึ้นอย่างมาก ICTช่วยสนับสนุนการรักษาพยาบาลทางไกล พัฒนาการศึกษา รวมถึงเปิดโอกาสให้แสดงออกตามวิถีประชาธิปไตย ในส่วนของประเทศไทยได้เริ่มโครงการแท็บเล็ต เพื่อพัฒนาการศึกษาในระดับประถม ทำให้เด็กนักเรียนเข้าถึงแหล่งข้อมูลมหาศาล
"อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าเป็นห่วงเรื่องความแตกต่างด้านไอซีที หรือ digital divine เพราะประเทศพัฒนาแล้ว80%มีบรอดแบนด์ใช้ แต่ประเทศกำลังพัฒนาเข้าถึงน้อย แต่ความเจริญดังกล่าวต้องระมัดระวังการนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย อาชญากรรมการก่อการร้าย การละเมิดสิทธิส่วนตัวซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องป้องกันให้ได้" นายก ระบุ
นายกรัฐมนตรี กล่าวเสนอ4แนวทางในการลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิตอล ว่า 1.การเข้าถึงบรอดแบนด์ให้เป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เหมือนน้ำ ไฟฟ้า 2.จะต้องมีการพัฒนาบุคลากรด้านซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา 3.ต้องเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างรัฐและเอกชนทั่วโลกที่ทำงานร่วมกันพัฒนาไอที และ 4.ต้องระลึกเสมอว่า ICTเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้ประเทศเติบโต ทั้งการพัฒนาการศึกษา การรักษาพยาบาล ขอย้ำว่า ICT เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำให้ประเทศต่างๆ พัฒนาตามแนวคิด UN MDGs (เป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ) ได้เป็นอย่างดี และต้องมองว่าหลังปี 2015 จะพัฒนาอย่างไร
-------------------------------------
(ที่มาภาพ : Yingluck Shinawatra)



