
ฝรั่งดักฟังเอเชีย
ฝรั่งดักฟังเอเชีย : มองมุมยุทธศาสตร์ : เรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman
นับตั้งแต่กันยายน 2556 สื่อตะวันตกหลายแหล่งได้เปิดเผยข้อมูลจากบันทึกของนายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตลูกจ้างคอมพิวเตอร์ตัวแสบของหน่วยข่าวกรองอเมริกาว่า สหรัฐได้ลักลอบดักรับดักฟังหน่วยงาน เจ้าหน้าที่และผู้นำชาติพันธมิตรในยุโรปและอเมริกาใต้ โดยผ่านทางสถานทูตและสถานกงสุลของสหรัฐในประเทศมานานแล้ว โดยผู้นำระดับสูงของสหรัฐรู้เห็นเป็นใจ สร้างความไม่พอใจแก่ประเทศพันธมิตรจำนวนมาก จนถึงขั้นเยอรมนีและบราซิลยื่นร่างต่อต้านการลักลอบจารกรรมข้อมูลต่อสมัชชา มาวันนี้ สื่อตะวันตกได้ทยอยเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมถึงความพยายามจารกรรมข้อมูลของสหรัฐ ต่อหน่วยงานของประเทศในเอเชียทั้งมิตรประเทศและคู่แข่งทางยุทธศาสตร์อย่างเปิดเผย
บ้างให้รายละเอียดว่า อเมริการ่วมมือกับ 4 ประเทศพันธมิตรใกล้ชิด ซึ่งผูกติดกันมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกและเป็นแองโกล-แซ็กซอนเหมือนกัน คือ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และอังกฤษ รวมเรียกว่าพวกเบญจจักษุ หรือห้านัยเนตร ลักลอบดักรับดักฟังข้อมูลประเทศต่างๆ ในเอเชียผ่านทางการพ่วงสัญญาณโทรศัพท์ในสถานทูตและสถานกงสุลสหรัฐถึง 20 แห่ง รวมทั้งที่กรุงเทพฯ และที่สถานทูตออสเตรเลีย อีก 7 แห่ง ก็ร่วมมือกับเขาด้วย
แน่นอนว่า เรื่องอย่างนี้เป็นใครก็ไม่ยอมรับ เหล่าเบญจจักษุปฏิเสธอย่างแข็งขัน ไม่งั้นเสียหาย แต่ดูเหมือนพรรคพวกมิตรประเทศจะไม่ยอมเชื่อ อินโดนีเซียเรียกทูตเข้าพบ มาเลเซียทำหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการและประกาศต่อต้านการจารกรรมและสอดแนมข้อมูลทุกประเภทของรัฐบาลประเทศใดๆ แม้แต่ติมอร์ เลสเต ซึ่งเคยมีรายงานลือเมื่อมิถุนายน 2556 ว่า ออสเตรเลียมีการจารกรรมข้อมูลบ่อน้ำมันที่ยังไม่ถูกนำออกมาใช้นั้นตัวประธานาธิบดีชานานา กุสเมา ยังแย็บๆ ว่า ห่วงใยในประชาธิปไตยของประเทศว่าจะไม่มีเสถียรภาพหากการสื่อสารยังอยู่ในสายตาของชาติอื่น ส่วนจีน ซึ่งปีนี้ทั้งปีโดนอเมริกากล่าวหาเรื่องจารชนและแฮ็กเกอร์มาโดยตลอด ก็จวกอเมริกาน่าจะผิดสนธิสัญญาเวียนนานะ เคยมีรายงานว่า เมื่อปี 2554 สหรัฐเคยขอให้สถานทูตญี่ปุ่นที่ปักกิ่งพ่วงสัญญาณโทรศัพท์จีน แต่ญี่ปุ่นไม่กล้าทำ
งานนี้สหรัฐและพรรคพวกเสียหายหนัก ความร่วมมือต่อๆ ไปนี้จะถูกมองด้วยความหวาดระแวงและอาจเปิดโอกาสให้จีน คู่แข่งทางยุทธศาสตร์ ได้ช่องสอดเข้ามาแทนที่ได้ในการรังสรรค์ประโยชน์ต่างๆ ยิ่งเมื่อผสานกับความอ่อนแอของสหรัฐ กรณีวิกฤติงบประมาณแล้ว เส้นทางช่วงชิงจิตใจมิตรประเทศเอเชียแข่งกับจีนนั้นขรุขระกว่าเดิม
ที่ทำเป็นนิ่งก็ไทยนี่แหละ ความจริงพี่ไทยปฏิเสธเงียบๆ มาตลอดเรื่องที่เอารัฐไทยเข้าไปพัวพันกับเรื่องผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นคุกลับหรือจับคนส่งให้มิตรประเทศด้วยวิธีไม่ค่อยโปร่งใส เรื่องลักลอบดักฟังนี้ ไทยก็เงียบอีก สื่อก็ไม่ค่อยขยายผลเสียด้วย อาการแบบนี้อาจทำให้บางประเทศแอบระแวงว่าไทยเราอาจรู้เห็นเป็นใจให้พวกตะวันตกสอดแนมประเทศเพื่อนบ้าน แต่ทำไงได้ ตราบที่จับไม่ได้ว่าหน่วยงานไทยช่วยปฏิบัติการเช่นนั้นจริง ความสัมพันธ์อันดีก็คงมีอยู่ต่อไป
แม้แต่ในโลกที่ทุกชาติอยากเป็นมิตรมากกว่าศัตรู ข่าวเปิดมีเป็นตัน แต่การหาข่าวลับเพื่อเข้าถึงจิตใจส่วนลึกของฝ่ายตรงข้ามหรือฝ่ายเดียวกันได้ลึกซึ้งและรวดเร็วกว่านั้นยังเป็นสิ่งสำคัญ บางมุมอาจมองว่าผิดมารยาทละเมิดอธิปไตย มีผู้เสียประโยชน์ แต่บางมุมก็มองว่า เรื่องเช่นนี้เซฟชีวิตคนไว้ได้หรือสนองผลประโยชน์ร่วมได้ลงตัวที่สุด งานเทาแบบนี้บางกรณีก็ต้องมีคนทำ แต่ถ้ามีคนรู้ก็ตัวใครตัวมัน



