
'ทวิตเตอร์'สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน
ที่นี่บัวแก้ว : ทวิตเตอร์ สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน
ทวิตเตอร์ หนึ่งในโซเชียลมีเดียที่มีบทบาทสำคัญ ในช่วงที่ศาลโลกนัดอ่านคำพิพากษาคดีพระวิหาร เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้เลือกใช้ ทวิตเตอร์ เป็นสื่อทางเลือกใหม่ เพื่อช่วยเผยแพร่ความรู้ และทำความเข้าใจเกี่ยวกับเนื้อหาสาระของการต่อสู้ทางกฎหมายของฝ่ายไทยไปยังประชาชน
ตามแนวคิดของ "เสข วรรณเมธี" โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ที่จัดอยู่ในกลุ่มนักการทูตหัวก้าวหน้า ได้ฉีกกฎเกณฑ์การประชาสัมพันธ์ข่าวสารแบบเดิมๆ ของหน่วยงานราชการไปยังประชาชน โดยได้ปรับรูปแบบให้ตอบรับกับยุคข้อมูลข่าวสารในโลกดิจิตอลมากขึ้น ที่เน้นการตอบสนองประชาชนด้านข่าวสารที่รวดเร็ว และฉับไว แต่ต้องคงเนื้อหาสาระสำคัญที่ถูกต้องไว้
เดิมกระทรวงการต่างประเทศมี เฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ ใช้แพร่ข่าวสารไปยังประชาชนอยู่แล้ว แต่เมื่อครั้งที่ทีมสู้คดีฝ่ายไทยไปชี้แจงทางวาจาต่อศาลโลก เมื่อเดือนเมษายน 2556 ทำให้กระทรวงการต่างประเทศตื่นตัวต่อข่าวสารที่ไหลเชี่ยวกรากในโลกโชเชียล จึงตัดสินใจนำ ทวิตเตอร์ มาใช้เป็นสื่อช่วยในงานประชาสัมพันธ์อย่างจริงจัง 2 อาทิตย์ก่อนศาลโลกมีคำพิพากษาคดีพระวิหาร
บนพื้นฐานที่ว่า "ทวิตเตอร์" ทำหน้าที่ทั้งเชิงรับ คือ การมอนิเตอร์ข่าวสารที่เกี่ยวข้องประเด็นพระวิหาร และรับทราบความคิดเห็นของประชาชน ขณะที่หน้าที่ในเชิงรุก คือ การสื่อสารข้อความสาระสำคัญๆ ในคดีพระวิหารออกไปยังประชาชน โดยหวังให้ข้อความกระทรวง ได้ปรากฏเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มที่มีการแชร์ข้อมูลมากมายในโลกโซเชียล นอกจากนี้ต้องการนำเสนอข้อมูลที่เป็นทางการ ให้ประชาชนได้เลือกและตัดสินใจด้วยตัวเอง
นายเสถียร วิริยะพรรณพงศา ผู้สื่อข่าวเนชั่น แชนแนล ที่มีผู้ติดตามทวิตเตอร์มากเป็นอันดับต้นๆ แสดงความคิดเห็นว่า ในช่วงที่จะมีการตัดสินคดีพระวิหาร ก็ได้ติดตามทวิตเตอร์กระทรวงการต่างประเทศ ในชื่อ @MFAThai เห็นว่าเป็นประโยชน์ที่จะนำเสนอข้อมูลอย่างเป็นทางการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ส่วนตัวให้ 7 คะแนน ในความพยายามปรับเปลี่ยนแนวคิด และสลัดทิ้งรูปแบบที่ยึดติดกับระเบียบราชการให้เข้ายุคสมัยได้ อีกทั้งทำให้รู้สึกว่า การต่างประเทศมีความใกล้ชิดกับประชาชนยิ่งขึ้น อย่างการเผยแพร่คดีพระวิหาร มองว่า สิ่งสำคัญต้องย่อยเนื้อหาจนเป็นประเด็นๆ และใช้ถ้อยคำที่คนทั่วไปเข้าใจง่าย เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่สังคมจากข่าวบิดเบือนได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม อยากให้ใช้โซเชียลมีเดียกับข่าวสารกระทรวงการต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง มีการกำหนดยุทธศาสตร์เรื่องนี้อย่างชัดเจน ถ้ามองจากจำนวนผู้ติดตามทวิตเตอร์จำนวนแสนกว่าคน จะเห็นว่า มีประชาชนให้ความสนใจติดตามข่าวสารและการทำงานกระทรวงจำนวนมาก เพียงแต่กระทรวงต้องสนับสนุนให้มีการใช้ทวิตเตอร์ทั้งส่วนตัว และสถานเอกอัครราชทูตต่างๆ หากเกิดเหตุการณ์เร่งด่วนก็สามารถส่งต่อข่าวสารไปยังเครือข่ายนี้ได้รวดเร็วและกว้างไกลกว่าเดิม
------------------------
(ที่นี่บัวแก้ว : ทวิตเตอร์ สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน)



