
'ประชา'โต้'เทือก'ปัดกล่าวหาม็อบติดยา
'ประชา' โต้ 'สุเทพ' ยันไม่เคยกล่าวหาม็อบ 'ติดยา-ว่างงาน' แจงเพียงฝากให้เฝ้าระวัง - ห่วงชาวต่างชาตินำอาวุธเข้าที่ชุมนุม
17 พ.ย. 56 เมื่อเวลา 12.40 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง ว่า ขณะนี้มีความเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของประชาชนผู้ชุมนุม เนื่องจากเกรงว่าจะมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ เพราะเจ้าหน้าที่มีข้อมูลบางประเด็นสืบเนื่องจากที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ได้กล่าวพาดพิงบนเวทีปราศรัย ว่าตนกล่าวหาผู้ชุมนุมว่าเป็นคนติดยาหรือคนว่างงาน จึงขอทำความเข้าใจต่อประชาชนว่า ตนไม่ใช่คนนิสัยก้าวร้าว เพราะจำได้ว่าเมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่ผ่านมา ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ขณะนี้มีข้อมูลของทางสันติบาลว่ามีผู้ไม่หวังดี ชักชวนกลุ่มบุคคลที่ว่างงาน และติดยาเสพติดเข้าร่วมการชุมนุมด้วย ตนจึงฝากให้ประชาชนที่ร่วมชุมนุมเฝ้าสังเกตกลุ่มคนเหล่านี้ เพราะหากพบคนที่มีความผิดปกติ จะได้ระมัดระวังเป็นพิเศษ ถือว่าเป็นการฝากข้อห่วงใยมากกว่า และตนจึงยืนยันว่าไม่ได้กล่าวหาผู้ชุมนุมเป็นคนติดยาหรือคนว่างงาน ส่วนเรื่องที่นายสุเทพ กล่าวหาว่า ครอบครัวของตนมีฐานะร่ำรวยมาจากไหนอย่างไร ขอยืนยันว่าไม่ได้ร่ำรวยอะไร ถือว่ามีพออยู่พอกิน เท่านั้น
"คุณสุเทพ ความจำสั้นไปหน่อย เพราะคุณสุเทพ ได้เปอร์เซ็นต์เล็กๆ น้อยๆ มาจากการขายที่ดินส.ป.ก.ที่ดินเขาแพง หรือค่าคอมมิชชั่นจากการสร้างโรงพัก ยังกลัวแทนคุณสุเทพ ว่าหากการชุมนุมไม่สำเร็จตามที่นายสุเทพ ตั้งเป้าไว้สิ้นเดือนพ.ย. นายสุเทพ จะไปผูกคอตาย เพราะผมยังไม่อยากให้นายสุเทพตาย"
เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุเทพ ประกาศจะชุมนุมสำเร็จในภายสิ้นเดือนนี้ รัฐบาลมีความกังวลหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า รัฐบาลเองต้องคิดอยู่แล้วว่าอะไรที่ทำให้สถานการณ์มีความปกติได้ จะพยายามทำ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีหน้าที่หลักในการควบคุมสถานการณ์ ไม่อยากให้เกิดเหตุภัยขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มไหนก็ตาม เพราะฉะนั้นเราก็เพิ่มมาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัย แต่หากจะให้มีความปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ทางผู้ชุมนุมเองก็ต้องเฝ้าระวังด้วย ว่ามีคนที่ผิดปกติหรือผิดสังเกตเข้ามาปะปนในการชุมนุมหรือไม่ เพราะมือที่สามอาจจะสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรงขึ้นได้ตลอดเวลา
เมื่อถามถึงสถานการณ์การชุมนุม ช่วงเทศกาลลอยกระทง พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า แน่นอนว่าในช่วงเทศกาลวันลอยกระทง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้นเป็นพิเศษอยู่แล้ว และขอให้ผู้ชุมนุมระมัดระวังตัวด้วย ทั้งในเรื่องมือที่สามและเรื่องในการใช้ประทัด เพราะถือเป็นวัตถุที่อันตราย
เมื่อถามว่านายกฯ ได้มีการกำชับอะไรหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า นายกฯ มีความเป็นห่วงผู้ชุมนุมอยู่ตลอดเวลา อยากให้การชุมนุมเป็นไปอย่างสงบและสันติ ซึ่งผู้ชุมนุมสามารถแสดงความคิดเห็นได้ตามสิทธิ์ แต่เป็นห่วงเรื่องความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น เพราะเมื่อวานนี้ (16 พ.ย.) มีเหตุกระทบกระทั่งกันเล็กน้อยระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก จึงขอฝากไปถึงนายสุเทพ ในฐานะที่เป็นแกนนำมวลชนว่าหากมีอะไรที่สามารถพูดคุยกันได้ เช่น เรื่องความปลอดภัยของผู้ชุมนุม ทางรัฐบาลก็พร้อมพูดคุยด้วยความยินดีและความปราถนาดี เพราะต่างคนต่างก็รู้จักกันมาเป็นสิบๆ ปี มีอะไรก็สามารถพูดคุยกันได้เสมอ
เมื่อถามว่ารัฐบาลได้มีการเรียกประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมเป็นประจำหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า นายกฯ และหน่วยงานความมั่นคงได้มีการประเมินสถานการณ์เป็นประจำอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว เพราะรัฐบาลมีความเป็นห่วงความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น เนื่องจากรัฐบาลไม่อยากให้เกิดความรุนแรงในสถานการณ์การชุมนุมอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าได้ประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 19-20 พ.ย. นี้หรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า เราจะดูแลเรื่องความปลอดภัยเช่นเดียวกัน เพราะเมื่อมีความหมู่มากมารวมตัวกันก็ต้องเฝ้าระวัง แต่ไม่น่าจะมีเหตุการณ์ผิดปกติอะไร เพราะทั้งสองคนกลุ่มอยู่ละจุด ซึ่งห่างไกลกันมาก
เมื่อถามถึงกรณีที่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่ามีการนำอาอาวุธสงครามเข้ามาในที่ชุมนุม พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า เราก็พยายามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง แต่เท่าที่ทราบซึ่งข้อมูลเป็นจริงคือเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมชาวกัมพูชา ได้ 2 คน บริเวณกลุ่มผู้ชุมนุมยาง ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งทั้งคู่มีอาวุธปืน ตนจึงเป็นห่วงเรื่องการที่นำชาวต่างชาติที่ไม่มีส่วนในการรับผิดชอบต่อสถานการณ์ใดๆ เข้ามาร่วมชุมนุมด้วย ส่วนจะมีอาวุธรุ่นใดหรือจำนวนเท่าใดนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องเก็บข้อมูลไว้เป็นความลับ
เกาะติดสถานการณ์ม็อบที่ทำเนียบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการรักษาความปลอดภัย ที่ทำเนียบรัฐบาลได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด พร้อมสลับสับเปลี่ยนกำลังเข้ารักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบทำเนียบรัฐบาล ซึ่งบริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ถนนพิษณุโลก เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงมีการวางแบริเออร์พร้อมด้วยลวดหนามกั้นอยู่ ส่วนบริเวณประตู 5 สะพานมัฆวานรังสรรค์ และประตูอรทัย ยังคงมีการตรวจรถที่ผ่านเข้า-ออก โดยอนุญาตให้รถที่ติดสติ๊กเกอร์ผ่านเข้ามาได้เท่านั้น ถึงแม้จะเป็นวันหยุดราชการก็ตาม
ทั้งนี้ พล.ต.อ.ประชา ได้เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา และในช่วงบ่าย ได้ติดตามการข่าว และสถานการณ์การชุมนุมของผู้ชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ร่วมกับนายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่ตึกไทยคู่ฟ้าด้วย
ด้านนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมาตนและ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เข้าไปรายงานสถานการณ์การชุมนุมกับ พล.ต.อ.ประชา ถึงจำนวนผู้ชุมนุม และเรื่องการตรวจสอบการใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งนี้การตรวจสอบอาวุธในพื้นที่ชุมนุมนั้นทำได้ยากมาก เพราะเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปก็ถูกซ้อม ถูกรุม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะได้รับรายงานเรื่องการขนอาวุธ ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศว่าจะชุมนุมสำเร็จในวันที่ 30 พ.ย. ตนมองว่าเป็นเทคนิคในการหาทางลง เพราะปราศรัยไปทั่วเหมือนวิญญาณสิง ไม่มีเนื้อหาสาระ ซึ่งการปราศรัยในลักษณะใส่ร้ายถือว่าไม่ควร และเชื่อว่าสุดท้ายนายสุเทพ จะไม่มีที่ยืนทางการเมือง
นายสุภรณ์ กล่าวว่า รัฐบาลมีความหนักใจเนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากพระสงฆ์ และประชาชนที่ไปเคารพพระศพสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่วัดบวรนิเวศวิหาร นั้นเดินทางมาไม่สะดวก รวมถึงรัฐบาลต้องใช้ถนนราชดำเนินในการจัดเฉลิมฉลองในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลอึดอัดใจ จึงต้องให้ พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เจรจาและหาตัวแทนไปพูดคุยเพื่อขอคืนพื้นที่ ขอให้นายสุเทพ ให้ความร่วมมือด้วย



