ข่าว

'ปชป.'ซัด'รบ.'ตีสองหน้า

'ปชป.'ซัด'รบ.'ตีสองหน้า

17 พ.ย. 2556

"องอาจ"ซัด"รบ."ตี2หน้าอัด"นายกฯ"ปากบอกปรองดองแต่สั่ง"เสื้อแดง"ชุมนุม จี้รับผิดชอบพฤติกรรม"เสื้อแดง"เตรียมกดดัน"ศาลรธน."


 
 
          วันที่ 17 พ.ย.56 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และประธานส.ส.กทม. แถลงถึงการชุมนุมต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรม และระบอบทักษิณที่รัฐบาลพยายามทำลายความชอบธรรมกลุ่มผู้ชุมนุมว่า การดำเนินการของรัฐบาลต่อกรณีดังกล่าวเป็นพฤติกรรมตี 2 หน้าต่อผู้ชุมนุม โดยหน้าหนึ่งพยายามบอกว่ารัฐบาลถอยเต็มที่แล้ว ด้วยการถอนร่างกฎหมายที่ยังไม่ได้พิจารณาในสภาไปแล้ว ขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณให้วุฒิสมาชิกไม่รับหลักการ ทำให้ร่างกฎหมายค้างอยู่ 180 วัน หากส.ส.หยิบยกขึ้นมาก็สามารถยืนยันได้ด้วยเสียงข้างมาก จึงมีความไม่มั่นใจว่ารัฐบาลจะรักษาสัญญาหรือไม่ ทำให้ประชาชนยังคงชุมนุมอยู่ เพราะรัฐบาลไม่ได้ถอย แต่พยายามใช้เครือข่ายอำนาจรัฐ ทั้งกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานราชการอื่นว่า รัฐบาลถอยทั้งที่กฎหมายยังค้างอยู่ในกระบวนการพิจารณาของสภา สามารถหยิบยกขึ้้นมาเมื่อใดก็ได้หลังครบ 180 วัน
 
          นายองอาจ กล่าวว่า ขณะเดียวกันรัฐบาลสนับสนุนการชุมนุม ของคนเสื้อแดงตามจังหวัดต่าง ๆ ให้ออกมาต่อต้านผู้ที่คัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรม จึงเห็นชัดเจนว่าตีสองหน้าปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ ปากบอกถอยแล้วเพื่อความปรองดองให้ทุกฝ่ายหยุด แต่พฤติกรรมของรัฐบาลไม่เคยหยุดเรื่องนี้ ใช้หน่วยงานราชการเล่นงานใส่ร้ายผู้ชุมนุม และให้มวลชนเสื้อแดงจัดชุมนุมต่อเนื่องเพื่อกดดันให้เกิดการเผชิญหน้า กับผู้ที่ต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรมที่ถนนราชดำเนิน
 
          นายองอาจ กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ หยุดพฤติกรรมตีสองหน้า ปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ เพราะจะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้น หากยังเดินหน้าต่อ นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง เป็นเพราะตัวการในการสร้างปัญหานี้ขึ้นมา
 
 
 
จี้ "ยิ่งลักษณ์" รับผิดชอบ พฤติกรรม "เสื้อแดง" เตรียม กดดัน "ศาล รธน." 
 
          นายองอาจ แถลงถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญประเด็นที่มา ส.ว. อาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ซึ่งมีบางฝ่ายออกมาพูดในลักษณะทราบคำวินิจฉัยล่วงหน้าว่า พรรคขอวิงวอนทุกฝ่ายให้เคารพการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ เปิดโอกาสให้ทำหน้าที่อย่างอิสระ โดยไม่ได้รับแรงกดดันจากฝ่ายใดทั้งสิ้น การพูดผลวินิจฉัยล่วงหน้าเป็นความพยายามชี้นำ และกดดันการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น และยังมีคนเสื้อแดงที่เป็นมวลชนของรัฐบาล มีพฤติกรรมกดดันศาลรัฐธรรมนูญ โดยพยายามสร้างเงื่อนไขกดดันหลายประการ 
 
          นายองอาจ กล่าวว่า คือ 1.พยายามกดดันให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไปตามที่กลุ่มของตัวเองต้องการ โดยแกนนำเสื้อแดงออกมาบอกว่าถ้าผลวินิจฉัยออกมาในทางลบ จะมีมาตรการตอบโต้อย่างรุนแรง 2. ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ตรงตามที่ึตัวเองต้องการ จะใช้เป็นข้ออ้างไม่ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเชื่อว่าคนเหล่านี้ได้รับการส่งสัญญาณ จากคนในรัฐบาลให้ทำแบบนี้ 
 
          นายองอาจ กล่าวว่า เพราะนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้เรียกแกนนำคนเสื้อแดง ไม่ว่าจะเป็นนายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เข้าร่วมประชุมพรรคเพื่อไทยกับนายกฯ แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนเสื้อแดงและรัฐบาลนั้นเป็นเนื้อเดียวกัน ดังนั้นการกดดันศาลรัฐธรรมนูญของคนเสื้อแดง จึงเป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ ต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในครั้งนี้ ถ้านายกฯไม่ห้ามปรามหรือไม่ส่งสัญญาณ ยุติพฤติกรรมดังกล่าว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็คือผู้ที่มีส่วนสำคัญในการกดดันศาลรัฐธรรมนูญด้วย
 
          นายองอาจ กล่าวว่า แกนนำคนเสื้อแดงยังเตรียม ที่จะจัดการชุมนุมใหญ่วันที่ 19-20 พ.ย.56 ซึ่งตรงกับวันที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยประเด็นนี้ จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าแกนนำคนเสื้อแดง ต้องการใช้มวลชนกดดันศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้คำวินิจฉัยตรงกับความต้องการของตัวเอง ดังนั้นจึงขอย้ำว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ต้องยับยั้งพฤติกรรมของคนเหล่านี้ ทั้งการกดดันด้วยวาจา และการกระทำ