
'ตำรวจจ๋า'ยายขอร้องซีรีส์แรก...'จ่าไม่เฉย'
'ตำรวจจ๋า'ยายขอร้อง ซีรีส์แรก...'จ่าไม่เฉย' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
ปฏิวัติวงการตำรวจ ปลุกชีพ "จ่าเฉย" ให้ลุกขึ้นมากู้วิกฤติศรัทธาตำรวจไทยคืนมา...ไม่ต่างจากกลุ่ม "ไทยเฉย" ที่กำลังลุกขึ้นมาเป่านกหวีด "คัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม" กู้ความยุติธรรมคืนมา...อยู่ขณะนี้
"จ่าเฉย..ไม่เฉยแล้ว" หลังจากได้กลายเป็น "ฮีโร่" ในซีรีส์ "จ่าเฉย...The Series" สะท้อนภาพลักษณ์การทำงานของตำรวจยุคใหม่ ซึ่งได้ปรับเปลี่ยนจากตำรวจยุคโบราณที่เน้นแต่บังคับใช้กฎหมาย ทำยอดสถิติการจับกุมสูงสุด มาเป็นการบริการประชาชนสูงสุดแทน
"ตำรวจจ๋า ยายขอร้อง" ซีรีส์ตอนแรกเปิดตัวฮือฮาผ่านเว็บไซต์ยูทูบดอทคอมด้วยยอดวิวเกือบ 4 หมื่นวิว !!
ซีรีส์ดังกล่าว สะท้อนภาพการทำงานของตำรวจไทยปัจจุบันยังล้าหลังเพราะหวังแต่ทำยอดจับกุมมากกว่าการให้บริการประชาชน ถูกสะท้อนเรื่องราวความทุกข์ของหญิงชรา ซึ่งหลานสาวหายตัวไป จึงมาแจ้งความที่โรงพักแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นโรงพักที่มีสถิติการจับกุมมากที่สุดในโลก
ก้าวแรกที่ "ยาย" ย่างเหยียบมาบนโรงพัก ด้วยความหวังมาเป็นเต็มเปี่ยม แต่กลับไม่มีตำรวจสักคนที่ว่างพอจะรับฟังความทุกข์ของยาย
"...ขอโทษนะครับยาย ผมกำลังยุ่งต้องไปเคารพธงชาติ คุณยายรอพบร้อยเวรห้องต่อไปนะครับ, ผมจะออกเวรแล้ว ยังไงยายรอแจ้งความกับร้อยเวรคนต่อไปนะครับ ยายนั่งรอตรงนี้สักครู่ครับ, ยายมีอะไรครับ รู้ไหมเขายุ่งกันอยู่ เดี๋ยวยายนั่งรอข้างนอกเลยนะครับ" (พร้อมกับให้บริการคนที่มาจากคนใหญ่คนโตก่อน), ยายยังไม่เสร็จธุระอีกเหรอ นั่งตรงนี้ไม่ได้นะ เดี๋ยวจะมีแถลงข่าวใหญ่..."
และแล้ว... "ยาย" ก็เดินออกมาจากโรงพักด้วยความสิ้นหวัง จนมาพบกับ "จ่าเฉย" จึงปรับทุกข์ว่า "เจ้าพระคุณเอ๊ย ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในโลกนี้มีจริง ขอให้โปรดช่วยดลจิตดลใจ ตำรวจเปลี่ยนใจหันมาช่วยเห็นความทุกข์ยากคนจน คนยากไร้ เห็นความเดือดร้อนของลูกด้วย.."
ทันใดนั้นเอง "จ่าเฉย" เริ่มขยับร่างกายเคลื่อนไหวได้ และพูดขึ้นว่า "ยาย ยาย เป็นอะไรเหรอครับ" พอยายคลายความตกใจจึงเล่าเรื่องราวความทุกข์ให้ "จ่าเฉย" ฟัง และ "จ่าเฉย" รายงานไปยัง "หมวดช่วย" ผู้บังคับบัญชา ได้ร่วมกันออกตามหาจนพบตัวหลานสาว
ซีรีส์ตอนนี้ สอนให้รู้ว่า การทำงานขององค์กรตำรวจมี 2 รูปแบบคือ "แบบประเพณีดั้งเดิม" เชื่อว่าองค์กรตำรวจเป็นองค์กรปราบปรามอาชญากรรม ตำรวจเป็นนักต่อสู้กับอาชญากรรม จะเน้นใช้การบังคับกฎหมายจับกุม แถลงข่าวเป็นหลัก องค์กรเหล่านี้มีไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ในโลก และ "แบบใหม่ เป็นองค์กรที่ให้บริการ" เพราะงานส่วนใหญ่ของตำรวจเป็นงานให้บริการ บริการทันทีที่ประชาชนร้องขอหรือเรียกใช้บริการ โดยไม่มีข้อแม้หรือข้อปฏิเสธ องค์กรตำรวจทั่วโลกกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ยึดหลักการนี้
"ปัจจุบันตำรวจไทย เน้นผลการจับกุมเป็นหลักมากกว่าเน้นการให้บริการ คลิปวิดีโอนี้ สะท้อนให้เห็นว่า "โรงพักแห่งนี้ มีผลการจับกุมมากที่สุดในโลก" แต่ตำรวจมีภารกิจมากมาย จนประชาชนไม่ได้รับการให้บริการที่ดี" พ.ต.อ.นิรันดร์ นามสุวรรณ ผกก.2 บก.ป. ขยายความตามคลิปวิดีโอ
พ.ต.อ.นิรันดร์ บอกอีกว่า ตำรวจไม่ใช่มีแค่หน้าที่จับกุมอย่างเดียว แต่สิ่งสำคัญคือการบริการประชาชนที่เดือดร้อน ในตอนนี้ มีการเพิ่ม "หมวดช่วย" ขึ้นมา เพื่อคอยแนะนำจ่าเฉย และมีฉากที่อุ้มเด็กมาคืนยาย เพื่อสื่อถึงหลักการตำรวจสมัยใหม่ที่หมวดช่วยเป็นผู้บังคับบัญชาของจ่าเฉย ไม่ใช่สั่งอย่างเดียวแต่คือคนที่คอยช่วยจ่าเฉย สนับสนุนและดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ทำงานได้ด้วยดี
"จ่าเฉย เดอะซีรีส์ ตอนแรกตั้งใจจะทำเพียงแค่ 5 ตอน แต่กระแสตอบรับดีและเนื้อหาที่ต้องการจะสื่อมีเยอะ เลยจะทำเป็นหลายตอน แต่ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะมีกี่ตอน ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดในซีรีส์จะเป็นการสะท้อนให้สังคมเห็นว่า หน้าที่ตำรวจจริงๆ ควรจะเป็นอย่างไร รวมทั้งการแทรกวิชางานตำรวจที่ควรจะนำไปปฏิบัติลงไปด้วย ตำรวจต้องปรับตัวเปลี่ยนแปลงแนวคิดเพื่อเป็นตำรวจสมัยใหม่" พ.ต.อ.นิรันดร์ กล่าว
ปัญหาใกล้ตัวระหว่างตำรวจกับประชาชน กำลังถูกหยิบยกขึ้นมาทำเป็นหนังสั้นหลายตอน...ในโปรเจกท์ "จ่าเฉย เดอะซีรีส์" เชื่อว่าคนไทย อาจจะรู้สึกดีกับตำรวจมากขึ้น และตำรวจไทยจะเข้าใจถึงแนวคิดของตำรวจยุคใหม่ ต้องเป็นมิตรกับประชาชนมากขึ้น !!
..............................
(หมายเหตุ : 'ตำรวจจ๋า'ยายขอร้อง ซีรีส์แรก...'จ่าไม่เฉย' : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



