
'ปชป.'ซัด'สมศักดิ์'สกัดซักฟอก'ฝ่ายค้าน'
'ปชป.' ซัด 'สมศักดิ์' รับจ๊อบสกัดฝ่ายค้านขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ จี้ 'สส.-รบ.' ออกมาขอโทษหลังถอนร่างพรบ.นิรโทษกรรม พร้อมเรียกร้อง 'รัฐบาล' หยุดใส่ร้ายผู้ชุมนุม
16 พ.ย.56 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่ออภิปรายทั่วไปในการลงมติไม่ไว้วางใจนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวานนี้ แต่นายสมศักดิ์ กลับอ้างว่า ญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่ฝ่ายค้านยื่นไม่สมบูรณ์และขอเอกสารการยื่นถอดถอนแนบด้วยนั้น เห็นว่าการดำเนินการของนายสมศักดิ์เป็นความพยายามสกัดกั้นการอภิปรายของฝ่ายค้าน เพื่อหาทางไม่ให้ทำหน้าที่ได้ตามรัฐธรรมนูญ โดยนายองอาจ ชี้ว่า คำอ้างไม่ได้เป็นไปตามกฎมายและรัฐธรรมนูญ และไม่เคยมีประเพณีปฏิบัติว่า เมื่อญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องแนบคำถอดถอนที่ยื่นต่อประธานวุฒิสภา ให้ส่งต่อไปยังป.ป.ช.ด้วย และรัฐธรรมนูญ มาตรา 158 ก็ไม่มีข้อความใดว่าต้องแนบคำยื่นถอดถอนแต่อย่างใด
"ในพฤติกรรมนายสมศักดิ์ไม่ทราบว่ารับจ๊อบจากรัฐบาลหรือไม่ การเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติไม่ควรมีพฤติการณ์แบบนี้ อีกทั้งรู้อยู่แล้วว่าการรับจ๊อบจากรัฐบาลจะมีผลเป็นอย่างไร ดูได้จากการรับจ๊อบการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมในช่วงที่ผ่านมา" นางองอาจ กล่าว
นายองอาจ กล่าวว่า การที่นายสมศักดิ์กล้าเสี่ยงเรื่องนี้ เชื่อว่าคงมีเหตุผล 1.มีความประสงค์จะสกัดกั้นการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน เนื่องจากรู้ว่ารัฐบาลมีแผลเรื่องคอร์รัปชั่นอยู่แล้ว 2.เมื่อไม่มีญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก็จะสามารถยุบสภาได้ อีกทั้งมีการชุมนุมอยู่แล้ว เมื่อไม่มีการอภิปรายก็สามารถยุบสภาได้ เพราะอาจใช้การยุบสภาเป็นทางออกของปัญหาก็ได้ จึงยืนยันว่าการยื่นถอดถอนและญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องที่ต้องแยกออกจากกัน จึงขอเรียกร้องนายสมศักดิ์อย่ากระทำผิดซ้ำสอง ขอให้เปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลตามหน้าที่
'ปชป.' เรียกร้อง 'ส.ส.-รัฐบาล' ขอโทษ หลังถอนร่างพรบ.นิรโทษฯ
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การที่วุฒิสภาส่งร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม หลับมายังสภาผู้แทนราษฎรและต้องรอระยะเวลา 180 วันตามรัฐธรรมนูญกำหนด แม้รัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลจะลงสัตยาบันจะระบุว่าจะไม่มีนำขึ้นมาพิจารณาอีก แต่ประชาชนก็ยังไม่เชื่อใจรัฐบาลว่า จะไม่นำขึ้นมาพิจารณาอีก เพราะที่ผ่านมารัฐบาลมีพฤติกรรมโกหกซ้ำซากจนประชาชนหมดความเชื่อถือรัฐบาล เป็นเหตุผลที่ประชาชนจำนวนหนึ่งยังชุมนุมประท้วงเรื่องดังกล่าว แต่ไม่ได้ถอยในการสำนึกว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่ดีไม่ถูกต้องรัฐบาลไม่มีจิตสำนึก ยังไม่เห็นว่า คนของรัฐบาลหรือ ส.ส. ของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องจะแสดงความสำนึกต่อกฎหมายฉบับนี้ รวมทั้งยังไม่เห็นความรับผิดชอบทำให้เห็นได้ว่าไร้จรรยาบรรณ
อีกทั้งยังมีการรณรงค์กับคนเสื้อแดงต่อเนื่องว่ากฎหมายนิรโทษกรรมยังเป็นกฎหมายที่ดี วันนี้ รัฐบาลและส.ส.ที่ลงมติ 310 คน ที่ผ่านกฎหมาย รวมทั้งกรรมาธิการฯ เสียงข้างมาก ควรแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณชนว่าสิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและไม่ชอบธรรมจนรัฐบาลต้องยอมถอยกฎหมายฉบับนี้ แต่หากยังไม่แสดงความสำนึกก็หมายถึงว่าพร้อมนำกฎหมายนี้ขึ้นมาพิจารณาอีกในอนาคต จึงขอให้แสดงความรับผิดชอบในสิ่งที่ได้ทำลงไปด้วย
'ปชป.' เรียกร้อง 'รัฐบาล' หยุดใส่ร้ายผู้ชุมนุม
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แถลงว่า รัฐบาลพยายามปล่อยข่าวใส่ร้ายป้ายสีผู้ชุมนุม โดยระบุว่า ผู้ชุมนุมเป็นคนขี้ยา คนตกงาน รวมทั้งมีการขนอาวุธเข้ามายังพื้นที่การชุมนุม เรื่องนี้ถือว่า รัฐบาลปล่อยข่าวใส่ร้ายป้ายสีกดดันผู้ชุมนุม และรัฐบาลอาจคิดเพียงว่าจะสกัดกั้นไม่ให้มีการเข้าร่วมชุมนุม แต่ถือเป็นกลยุทธ์ที่คิดผิด เพราะจะทำให้ประชาชนร่วมชุมนุมมากขึ้น โดยขอเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการใส่ร้ายป้ายสีผู้ชุมนุม เพราะยังเดินหน้าเรื่องนี้ต่อจะเป็นการเพิ่มความเกลียดของผู้ชุมนุมที่มีต่อรัฐบาลและจะไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีที่ต้องกำชับคนในรัฐบาลตั้งแต่รองนายกรัฐมนตรีหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองขอให้ยุติพฤติกรรมดังกล่าว หากไม่ส่งสัญญาณจะถือว่า นายกรัฐมนตรีคือผู้ที่มีความพยายามจะสุมไฟความรุนแรงให้เกิดขึ้น หากบ้านเมืองเดินหน้าสู่วิกฤตินายกฯ ก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย



