ข่าว

'พท.'เย้ย'เทือก'ยกระดับการชุมนุมไร้พลัง

'พท.'เย้ย'เทือก'ยกระดับการชุมนุมไร้พลัง

16 พ.ย. 2556

'พท.' เย้ย 'เทือก' ยกระดับการชุมนุมกี่ครั้งก็ไร้พลัง ชี้คนไม่มาร่วมเพราะม็อบกำลังขาดเหตุผล-ความชอบธรรม ยัน 'รัฐบาล' ยังไม่ยุบสภาฯ-ปรับครม.ช่วงนี้

 

                             16 พ.ย.56 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ประกาศยกระดับการต่อสู้ 4 มาตรการใหม่ ว่า ถ้าไม่ติดตามการปราศรัยของนายสุเทพอย่างใกล้ชิดในแต่ละวันจะคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง ตกข่าวทันที เพราะยกระดับบ่อยเหลือเกิน สับสนไปหมด น่าสงสารที่ไม่รู้ตัวว่ามันไปต่อไม่ได้ คนไม่มาร่วมเพราะมันขาดเหตุผล จะยกอีกกี่ครั้งก็ไร้พลัง ไร้ความหมาย แต่ละเรื่องที่จะทำมันเลอะเทอะ หลายสิ่งทำแล้วผิดกฎหมาย กลายเป็นข้อประกาศที่ไร้ความชอบธรรม ยังนึกไม่ออกว่าการไปเป่านกหวีดใส่คนนั้นคนนี้จะล้มรัฐบาลได้อย่างไร

                             ทั้งนี้โอกาสของนายสุเทพหมดไปตั้งแต่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยถอยสุดซอยร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมแล้ว นายสุเทพจะเก็บเล็กผสมน้อยประเด็นต่างๆ เพื่อมาไล่รัฐบาล วางงานสอดรับกับเครือข่าย เดินสายประกาศปฏิวัติประชาชนนั้นคงไม่ได้ เชื่อว่าไม่มีใครเอาด้วย กลายเป็นม็อบพึ่งศาล ซึ่งศาลโลกก็ทำให้คนพวกนี้ผิดหวังจากคดีปราสาทพระวิหารจนเสียสติ ต้องมาลุ้นต่อที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็คงจะเจ๊งอีก เพราะศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินเป็นลบให้เกิดสูญญากาศหรือวิกฤติทางการเมืองได้อย่างไร เพราะเขาเห็นแบบอย่างที่ดีจากศาลโลก การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรานั้นเป็นการปฏิบัติตามคำแนะนำของศาลรัฐธรรมนูญเอง การให้อำนาจประชาชนเลือกตั้งส.ว.ก็ไม่ใช่การล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นถ้าตัดสินเลยจากกรอบนี้บ้านเมืองจะอยู่กันอย่างไร

 

'พท.' ยัน 'รบ.' ยังไม่ยุบสภาฯ-ปรับครม.ช่วงนี้

 

                             นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าอาจจะมีการปรับครม.และยุบสภาฯในเร็วๆนี้ว่า ขอยืนยันว่า ทั้ง 2 กรณีจะไม่มีเกิดขึ้นในช่วงนี้อย่างแน่นอน เพราะการยุบสภาฯ จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีความขัดแย้งระหว่างอำนาจบริหารกับนิติบัญญัตติ ซึ่งที่ผ่านมาไม่พบว่าเกิดปัญหา ต่อให้ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ลาออกทั้งพรรคสภาฯ ก็เดินหน้าต่อไปได้ พรรคประชาธิปัตย์เคยทำมาแล้ว ถ้าไม่เชื่อส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ลองลาออกทั้งพรรคดูก็ได้ ว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะประกาศยุบสภาฯหรือไม่

                             ส่วนการปรับครม.ในช่วงนี้ก็ยังไม่มี เพราะรัฐมนตรีทุกท่านยังปฏิบัติงานได้ดี เกณฑ์การชี้วัดความพึงพอใจของประชาชนอยู่ในระดับสูง อย่าไปฟังพรรคประชาธิปัตย์มาก เพราะพวกนั้นคงคิดว่าถ้ารัฐมนตรีคนไหนโดนเป่านกหวีดใส่คงจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่หรือทำงานต่อได้ ต้องลาออก จึงตั้งหน้าตั้งตาเป่านกหวีดใส่รัฐมนตรี ใส่ส.ส. แบบเอาเป็นเอาตาย

 

'พท.' แขวะ 'ปชป.' แนบชื่อ 'มาร์ค' เป็นนายกฯในญัตติซักฟอกรัฐบาลไม่สง่างาม

 

                             นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่ฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลว่า ถือเป็นข่าวดีสำหรับประเทศชาติและประชาชน อย่างน้อยพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังคิดที่จะกลับมาทำงานในระบบรัฐสภา แม้ว่าจะเป็นการวางแผนสอดรับกับระบบฟุตบาธนอกสภาฯ ก็ตาม ทั้งนี้ คงเป็นข้อกล่าวหาเดิมๆ ไม่มีน้ำหนักแต่หวังผลนอกสภาฯ มากกว่า นอกจากนี้ การที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแล้วเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ถือเป็นสิ่งที่ไม่สง่างาม ขอเรียกร้องไปยังผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ที่ยังพอมีหลงเหลือว่า ขอให้ปรึกษาหารือกันใหม่หรือทบทวนการเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะอัยการนัดส่งฟ้องนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ต่อศาลอาญาในวันที่ 12 ธ.ค.ในคดีเหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ทำให้ญัตติดังกล่าวขาดความสง่างาม เพราะเอาคนที่มีการตั้งคำถามว่าเป็นฆาตรกรมือเปื้อนเลือดหรือไม่ มาเป็นนายกฯ

 

'หมวดเจี๊ยบ' อัด 'ปชป.' ปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชัง

 

                            ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ส่งอีเมลล์ถึงสื่อมวลชนเพื่อตอบโต้ประเด็นทางการเมือง โดยระบุว่า รัฐบาลเป็นห่วงการปลุกระดมของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์บนเวทีปราศรัย ที่มีการบิดเบือนใส่ร้าย น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม และมุ่งปลุกระดมให้เกิดความเกลียดชังในบ้านเมือง ส่งผลให้บุคคลบางกลุ่มหลงเชื่อและถึงกับกระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง โดยละเมิดจรรยาบรรณในวิชาชีพของตน เช่น ล่าสุดมีบุคคลที่คาดว่าทำงานในแวดวงธุรกิจการบิน ได้นำข้อมูลส่วนตัวในพาสปอร์ตและวีซ่าของ น.ส.พิณทองทา และน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หลานสาวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาเปิดเผยในโซเชียลเน็ตเวิร์ค และนำไปเผยแพร่บนเวทีปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม เพราะอาจเข้าข่ายละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น และสะท้อนถึงความไม่เป็นมืออาชีพของผู้นำข้อมูลมาเปิดเผย ทั้งยังจะสร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจการบินของประเทศอีกด้วย เพราะผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ อาจไม่เชื่อมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยของระบบจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของผู้โดยสาร และผู้โดยสารอาจเกิดความกลัวว่า หากไปมีความขัดแย้งกับเจ้าหน้าที่ในองค์กรธุรกิจการบิน ก็อาจจะโดนล่วงละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อทำลายชื่อเสียงหรือสร้างความเสียหายเหมือนกรณีที่เกิดขึ้นกับหลานสาวนายกรัฐมนตรี

                            "อยากถามว่าบรรดาส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นแกนนำบนเวที จะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับภาพลักษณ์ของประเทศในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลกเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร เพราะขณะนี้ สื่อมวลชนต่างประเทศได้นำเสนอข่าวการล่วงละเมิดข้อมูลส่วนตัวของผู้โดยสารดังกล่าวไปทั่วโลกแล้ว อยากถามว่า พรรคประชาธิปัตย์พอใจแล้วหรือยัง ที่สร้างความปั่นป่วนวุ่นวายในบ้านเมือง จนทำให้คนบางกลุ่มขาดสติและเต็มไปด้วยความเกลียดชังในหัวใจ จนตัดสินใจทำอะไรผิด ๆ ได้ถึงขนาดนี้" รองโฆษกฯรัฐบาล กล่าว