ข่าว

'แรมโบ้'แฉเละ!ขนอาวุธจากใต้ร่วมม็อบ

'แรมโบ้'แฉเละ!ขนอาวุธจากใต้ร่วมม็อบ

15 พ.ย. 2556

'สุภรณ์'แฉมีการขนอาวุธจากภาคใต้ร่วมม็อบหวังสร้างสถานการณ์ ด้าน'ดีเอสไอ'เตรียมเผยเส้นทางการเงินนายทุนหนุนม็อบ ขู่ใช้'กม.ฟอกเงิน-ยึดทรัพย์'จัดการฐานล้ม'รัฐบาล'

               15 พ.ย.56 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการประเมินสถานกาณ์การยกระดับการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ต้องขอบคุณสหภาพต่าง ๆ ที่ได้เห็นความสำคัญ ในการเรียกร้องยกเลิก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่ได้จบไปแล้ว และสหภาพต่าง ๆ นั้น ก็ไม่ได้มีการหยุดงาน ตามที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ ประกาศ ตนเรียนว่า แม้กระทั่งการยกเว้นการเสียภาษีก็ไม่ได้รับเสียงตอบรับ เพราะถือว่าเป็นความผิดทางกฎหมาย รวมถึงการนัดหยุดงานด้วย นอกจากนี้ ยังมีโรงเรียนในเขตพื้นที่ ส.ส.ประชาธิปัตย์ หยุดเรียนทำให้ผู้ปกครองต้องไปแจ้งความร้องทุกข์ กล่าวโทษกับผู้บริหารโรงเรียนแล้ว ส่วนที่มีรายงานว่า จะมีการเกณฑ์นักเรียน ในสังกัดกทม.มาร่วมชุมนนั้น ผู้ว่าฯกทม.ต้องเป็นฝ่ายรับผิดชอบ ซึ่งโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ได้เน้นย้ำให้เปิดการเรียนการสอนตามปกติห้ามมีการเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น

               "สำหรับสถานการณ์ในวันที่ 13-14 พ.ย.ที่ผ่านมานั้น นายสุเทพ พยายามปลุกระดมประชาชนให้ออกมา แต่กลับมีประชาชนลดน้อยลงกว่าเดิมมาก และในวันนี้ก็มีการปลุกระดมประชาชนให้ออกมาอีก ซึ่งตนได้ประสานกับดีเอสไอ ให้ส่งสัญญาณไปคุยกับกลุ่มนายทุน ที่เราคาดว่า เป็นนายทุนให้กับการชุมนุมครั้งนี้ ปรากฏว่า มีเสียงตอบรับจากบรรดากลุ่มนายทุนว่า ไม่ได้มีการยุ่งเกี่ยว ยืนยันว่า หากตรวจสอบเส้นทางการเงิน จะได้หารือกับเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เพื่อให้นำกฎหมายฟอกเงินและกฎหมายยึดทรัพย์มาใช้ทันที เพราะเป็นเรื่องผิดกฎหมายถือว่าล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ยังมีนายทุนบางกลุ่มที่ยังคงให้การสนับสนุนอยู่ ทางดีเอสไอ ระบุว่า ไม่เกินสิ้นเดือน พ.ย.อาจจะต้องมีการเปิดเผยเส้นทางการเงิน โดยจะมีหมายเรียกและหมายเชิญกลุ่มนายทุนนั้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง" นายสุภรณ์ กล่าว

               นายสุภรณ์ กล่าวต่อว่า ตนมีข่าวเชิงลึกว่าวันนี้ ไม่ใช่มือที่สามที่จะสร้างสถานกาณ์ แต่ผู้ที่จะสร้างสถานการณ์คือ นายสุเทพ เพราะตนได้ข่าวว่า นายสุเทพ ไปที่กองร้อยทหารพรานที่ 42 หาดใหญ่ เพื่อพบและนำคนที่มีอาวุธ และในอีก 2 วัน บุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้พบกับนายสุเทพ จะขึ้นเชิญมาพบพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และตน เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ว่ามีการขนอาวุธ มาจากชายแดนมาเลเซีย เข้ามาโดยใช้รถตู้ติดสติ๊กเกอร์และสำคัญที่สุดคือ มีการส่งกำลังที่เป็นชายฉกรรจ์อายุไม่เกิน 30 ปี ที่ผ่านการซ้อมรบปืนสไนเปอร์ยิงระยะไกลชื่อเอแพคเอ็ม 200 และอาวุธสงครามมาเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น สิ่งที่เป็นห่วงคือ ฝากถึงประชาชนที่ชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะให้การดูแลความปลอดภัย แต่ที่ชุมนุมกลับมีอาวุธสงครามอยู่ในพื้นที่ และคนที่นำอาวุธมานั้นบอกเลยว่า นำมาให้นายหัวเทพ

               นายสุภรณ์ กล่าวต่ออีกว่า การที่เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวจะเดินทางมาให้ข้อมูลกับรัฐบาลนั้น เพราะไม่เห็นด้วยกับการที่จะนำอาวุธเข้ามาซ่องสุมในที่ชุมนุม รวมถึงเรื่องดังกล่าวยังตรงกับประเด็นที่นายสุเทพ เคยปราศรัยว่า จะมีมือสไนเปอร์มาลอบยิง แต่ตนคิดว่าไม่ใช่สไนเปอร์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร แต่เป็นของที่ได้เตรียมมาตั้งแต่ชายแดนมาเลเซีย ทั้งนี้ ขอให้ในพื้นที่ชุมนุมสังเกตรถตู้ป้ายทะเบียน สงขลา-สุราษฎร์ธานี และสติกเกอร์ ส่วนการที่ไม่มีการสกัดจับได้นั้น เพราะเจ้าหน้าที่เพิ่งมารู้ตอนที่อาวุธถูกขนมาแล้ว ซึ่งเราจะนำข้อมูลเชิงลึก หาแนวทางวิธีการเข้าไปตรวจสอบ ให้ถึงรถขนอาวุธที่จอดในพื้นที่ชุมนุม และขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะไม่ใช้อาวุธสลายการชุมนุมอย่างแน่นอน