
ยอดเหยื่อ!'ไห่เยี่ยน'ถล่มปินส์ดับพุ่งกว่า4พัน
ยอดเหยื่อไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนในฟิลิปปินส์ เพิ่มเป็น 4,460 คน ขณะที่เรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐ เริ่มภารกิจบรรเทาทุกข์
15 พ.ย.56 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สหประชาชาติ รายงานตัวเลขล่าสุดของผู้เสียชีวิตจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดถล่มฟิลิปปินส์ ว่าอยู่ที่ 4,460 คนแล้ว หรือมากเป็นสองเท่าของตัวเลขอย่างเป็นทางการก่อนหน้านี้ ขณะที่เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน ของสหรัฐ เริ่มนำอาหารและน้ำดื่มไปยังพื้นที่ประสบภัยทางภาคกลางแล้วเช่นกัน
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีเบนิกโญ่ อากิโน่ ที่ 3 ต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักให้เร่งแจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัย และกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการให้ความเห็นในเรื่องยอดผู้เสียชีวิต โดยก่อนหน้านี้ เขาให้สัมภาษณ์ว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตที่มีการประเมินไว้ที่ 10,000 คน สูงเกินจริง และสร้างความบอบช้ำทางอารมณ์ ซึ่งตัวเลขใกล้เคียงน่าจะอยู่ที่ 2,000-2,500 คน แต่ก็บอกว่า อาจเพิ่มขึ้นกว่านี้ แต่ก็สร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์บางคน
สำนักงานประสานงานกิจการด้านมนุษยธรรมของสหประชาชาติ ที่รายงานสถานการณ์ความคืบหน้ารายวัน แถลงที่กรุงมะนิลา เมื่อวันพฤหัสบดีว่า เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน รัฐบาลได้รายงานตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ 4,460 คน
รายงานยังระบุว่า ผู้รอดชีวิตต่างหมดหวังและโกรธแค้นมากขึ้นเรื่อย ๆ ในเรื่องการกระจายความช่วยเหลือ ที่ไปติดขัดเพราะรัฐบาลท้องถิ่น การขาดแคลนเชื้อเพลิง ขยะและซากปรักหักพังเกลื่อนถนน และเกิดการปล้นสะดมภ์ อีกทั้ง การฝังศพยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง หลังภัยพิบัติผ่านพ้นมา 1 สัปดาห์ที่สตอร์มเซิร์ช ที่ทำให้เกิดกำแพงน้ำสูงเหมือนสึนามิ ซัดกระหน่ำพื้นที่ชายฝั่งบริเวณอีสเทิร์นซีบอร์ด ก่อนจะกวาดทุกสิ่งทุกอย่างจนราบคาบ ยังมีศพอำนวนมากอยู่ตามถนน และใต้ซากบ้าน ในเมืองตาโคลบัน ที่ประสบความเสียหายหนักที่สุด
นายบัน คี-มุน เลขาธิการสหประชาชาติ กล่าวต่อผู้สื่อข่าวในระหว่างเยือนลัทเวียว่า เป็นหายนะโดยสิ้นเชิง ประชาชนกำลังต้องการอาหาร น้ำดื่ม ที่พักพิง สิ่งของเป็นในการดำรงชีพ และข่าวคราวของคนที่รักอย่างยิ่ง และเราจะทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพื่อเร่งนำความช่วยเหลือไปยังผู้ที่ต้องการ และตอนนี้ ถึงเวลาแล้วที่ประชาคมโลกจะต้องยืนเคียงข้างประชาชนชาวฟิลิปปินส์
อีกทั้ง เรือบรรทุกเครื่องบินพลังงานนิวเคลียร์ ยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน และเรือติดตามอีกหลายลำได้เดินทางถึงจังหวัดซามาร์ เมื่อวันพฤหัสบดี พร้อมด้วยลูกเรือ 5 พันนาย กับเครื่องบิน 80 ลำโดยเฉพาะเฮลิคอปเตอร์ ที่มีความสำคัญในการบรรทุกสิ่งของบรรเทาทุกข์ โดยเป้าหมายในการปฏิบัติการคือ เมืองตาโคลบันและกุยอวน
ประธานาธิบดีอากิโน่ ได้พยายามปกป้องตนเองจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องการรับมือที่ล่าช้า รวมถึงเรื่องที่ผู้รอดชีวิตบางคน พากันตำหนิว่า พวกเขาไม่ได้รับการเตือนภัยเรื่องสตอร์มเซิร์จ และศูนย์ประชุม แอสโทรโดม ในเมืองตาโคลบัน ได้ถูกดัดแปลงเป็นที่พักพิงของประชาชนหลายร้อยคน หลายครอบครัวตองปรุงอาหารท่ามกลางขยะและสิ่งปฏิกูล องค์กรบรรเทาทุกข์บางแห่ง บอกว่า ไม่มีใครให้คำตอบได้ว่า ใครคือผู้รับผิดชอบในการดูและและอำนวยความช่วยเหลือผู้ประสบภัย
อย่างไรก็ตาม ผู้รอดชีวิตจำนวนมาก ไปเข้าคิวรอชาร์จแบตเตอร์รี่โทรศัพท์มือถือ ที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวอีกหลายคนเริ่มซ่อมรถจักรยานยนต์และบ้านเรือน เจ้าหน้าที่กู้ภัยเคลียร์ซากปรักหักพังใกล้กับกำแพงที่พ่นสีตัวอักษรว่า " เราต้องการอาหาร" ทั้งนี้ สหประชาชาติ ระบุวา มีประชาชนกว่า 920,000 คน ไร้ที่อยู่อาศัย และส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ



