ข่าว

3สมาคมท่องเที่ยวจี้อภิสิทธิ์ทุบโต๊ะแก้ปัญหาท่องเที่ยว

3สมาคมท่องเที่ยวจี้อภิสิทธิ์ทุบโต๊ะแก้ปัญหาท่องเที่ยว

16 มิ.ย. 2552

“การเมือง-หวัด ” ทำท่องเที่ยวพัง “3 สมาคม ” วิ่งโร่หา" กมธ." ครวญ ผู้ประกอบการ “ ใกล้เจ๊ง ” โวย “ มาร์ค ” ดีแต่พูด “ ทำไม่ได้ ” หมดหวังราชการไร้น้ำยา วอน “ นายกฯ ” ออกตัวเป็นเจ้าภาพเอง ทุบโต๊ะแก้ปัญหาก่อนพินาศมากกว่านี้

 ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 13.00 น. นายทศพร เทพบุตร ส.ส.ภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ(กมธ.)ท่องเที่ยวและกีฬา สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยตัวแทน 3 สมาคมท่องเที่ยว ร่วมแถลงภายหลังยื่นหนังสือร้องเรียนต่อกมธ. โดยนายทศพร กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวลดลง โดยในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีตัวเลขศึกษายืนยันว่ามีเพียงนักท่องเที่ยวจาก 2 ประเทศ เท่านั้น ที่มีตัวเลขนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น คือประเทศอิหร่าน และฮ่องกง แต่ที่เหลือลดน้อยลงกว่าช่วงเดิมของปีที่แล้วร้อยละ 20 - ร้อยละ 50 จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องให้ความช่วยเหลืออย่างจริงจัง เหมือนที่นายกรัฐมนตรีเคยประกาศว่าปัญหาเรื่องการท่องเที่ยวถือเป็นวาระแห่งชาติ จึงอยากเรียกร้องถึงหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการท่องเที่ยว ไม่ว่าเป็นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เข้ามาดูแลการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ไม่เช่นนั้นจะต้องประสบกับภาวะการตกงานอีกจำนวนมาก

 ด้านนางมัยรัตน์ พิระญาณ์โกเศส นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อยากเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้ยกระดับปัญหาการท่องเที่ยวให้เป็นวาระแห่งชาติ แต่จะถึงขณะนี้เวลาผ่านไป 5 เดือน ยังไม่การแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม มีเพียงความช่วยเหลือที่แผ่วเบา แม้แต่การกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็ไม่เป็นผล เพราะเน้นประชาสัมพันธ์แต่กิจกรรมไม่ส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว

 นางมัยรัตน์กล่าวต่อว่า ปัญหาการท่องเที่ยวนั้นเกี่ยวพันกับหลายกระทรวง จึงต้องการให้นายกฯและนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกฯ ออกมาแสดงความเป็นผู้นำ เป็นเจ้าภาพ คุยกันให้จบว่าพรรคใด ดูแลกระทรวงใด จะประสานงานแก้ปัญหากันได้หรือไม่แล้วนายกฯต้องนั่งหัวโต๊ะแล้วทุบโต๊ะเลยว่าจะเอาอย่างไร

 “ที่ผ่านมามีเพียงคำพูด แต่ไม่มีการกระทำ วันนี้หวังพึ่งหน่วยงานราชการไม่ได้แล้ว ต้องให้นายกฯออกมาเป็นเจ้าภาพเอง การท่องเที่ยวทรุดตัวตั้งแต่การชุมนุมปิดสนามบินเมื่อปีที่แล้ว จนถึงเหตุการณ์เมื่อเดือนเม.ย. ผู้ประกอบการที่สายป่านสั้นกำลังจะตายกันหมดเพราะธนาคารเอ็สเอ็มอีไม่ให้กู้ เพราะกำหนดว่าผู้ที่จะกู้ได้ต้องเป็นกิจการที่ไม่ขาดทุน จึงขอถามว่าในเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมามีแต่โลซีซั่น ไม่เคยมีไฮซีซั่น แล้วจะเอาผลกำไรมาจากไหน ” นางมัยรัตน์ กล่าว

 ด้านนายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมผู้ประกอบการท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน กล่าวว่า เรื่องการเมืองมีผลต่อการท่องเที่ยวแน่นอน เพราะขณะนี้คำเตือนในเรื่องการขอให้งดเว้นการเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยตั้งแต่ช่วงมีเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองยังมีอยู่ ดังนั้นรัฐบาลควรจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาทางการเมือง ร่วมไปกับการแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยว

 นายศิษฎิวัชร กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่นายกฯจะเดินทางไปจีนขอฝากให้หาคำตอบว่าการป้องกันไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009 เป็นอย่างไร เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประเทศจีนที่มีประชากรนับพันล้านคน นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่รัฐบาลไทยประกาศยกเว้นการจัดเก็บค่าทำวีซ่าของคนจีนที่จะมาเที่ยวประเทศไทย แต่ในระดับเจ้าหน้าที่ยังคงมีการจัดเก็บอยู่ ซึ่งสร้างความสับสนให้กับนักท่องเที่ยวมาก

 นายอเนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่น กล่าวว่า หากรัฐบาลไม่เร่งแก้ปัญหา ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะลดลงไปอีก ตัวเลขการท่องเที่ยว 6 เดือนที่ผ่านมาลดลงถึง 33.45 เปอร์เซนต์ โดยเฉพาะในเดือนมิ.ย.นี้ เมื่อเทียบในปีเดียวกัน นักท่องเที่ยวลดลงจาก 1.6 แสนคน เหลือเพียง 2 หมื่นคนเท่านั้น ซึ่งในระยะสั้นแม้เป็นเพราะไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ แต่ในระยะยาวปฏิเสธไม่ได้ว่าเกิดจากสถานการณ์ทางการเมือง