
แรงงานมาตรวจบ่อย
ผมทำธุรกิจเปิดบริษัทนำเข้าฮาร์ดแวร์และปั๊มอัดฉีดรถยนต์ อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พื้นที่ 5 บริษัทของผมมีพนักงานประมาณ 10 กว่าคน
ปัญหาคือ เมื่อปลายปีที่แล้ว มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองแรงงานเข้ามาตรวจสอบที่บริษัทผม โดยอ้างว่ามีผู้โทรศัพท์ไปร้องเรียนว่า บริษัทให้ทำงานเกิน 8 ชั่วโมง โดยไม่โอทีให้ เจ้าหน้าที่ก็ได้สุ่มสอบถามพนักงานที่ทำงานอยู่ และแจ้งให้ผมเตรียมเอกสารเพื่อยืนยันความถูกต้องให้ เช่น สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคล สำเนา ภพ.02 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของ หนังสือขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคม และประกาศวันหยุดตามประเพณี หลักฐานการจ่ายค่าจ้าง เอกสารการลงเวลาทำงานของแต่ละเดือน ซึ่งผมก็ทำตามกฎหมายถูกต้องหมดแล้ว
แต่หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ก็ยังเข้ามาตรวจที่บริษัทผมอยู่เรื่อยๆ จนถึงปัจจุบันนับได้ประมาณ 7 ครั้งแล้ว โดยอ้างว่ายังได้รับการร้องเรียนว่า ยังไม่มีการปรับปรุงตามที่เคยแจ้งไปกับทางคุ้มครองแรงงาน ซึ่งการเข้าตรวจแต่ละครั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองแรงงานก็จะขอเอกสารชุดเดิมๆ ไปตรวจสอบ
ในเรื่องนี้ทำให้ผมเข้าใจว่า ผมถูกกลั่นแกล้งโดยพนักงานเก่าที่ออกไปแล้ว ซึ่งมีประมาณ 4-5 คน ผมจึงอยากทราบว่า ทางคุ้มครองแรงงานใช้หลักเกณฑ์อะไรในการตรวจสอบผู้ประกอบการทั้งที่ไม่มีชื่อผู้ร้องเรียน และหลักฐานใดๆ เลย และเมื่อไหร่จะเลิกมาตรวจบริษัทผมซะทีครับ คนจะทำมาหากินก็ต้องมากังวลว่าทำอะไรผิดอีก
สุทธิรัตน์
ตอบ
นางเพ็ญจันทร์ เจวประเสริฐพันธุ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พื้นที่ 5 ชี้แจงว่า การร้องเรียนสามารถโทรศัพท์มาร้องเรียนโดยไม่ต้องแจ้งชื่อและเบอร์ติดต่อกลับของผู้ร้อง เพราะในบางกรณีผู้ร้องยังเป็นผู้ปฏิบัติงานอยู่ในบริษัทนั้นๆ จึงไม่กล้าแจ้งชื่อ เพราะเกรงจะเดือดร้อน
เรื่องนี้ ผอ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ให้ไปตรวจสอบจริง เพราะได้รับการร้องเรียนไม่ได้ปรักปรำนายจ้าง ต้องสอบสวนทั้งลูกจ้างและนายจ้าง เจ้าหน้าที่จะต้องให้คำแนะนำนายจ้าง ให้ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ไม่มีการกลั่นแกล้งกันแน่นอน
ด้าน นางรัชนี มณีจันทร์ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ พนักงานตรวจแรงงาน ชี้แจงว่า ได้ปฏิบัติไปตามหน้าที่ เมื่อได้รับแจ้งก็ต้องเข้าไปตรวจ เนื่องจากเมื่อเดือนตุลาคม 2551 มีผู้โทรศัพท์มาร้องเรียนว่าบริษัทนี้ไม่มีวันพักผ่อนประจำปี ไม่มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และวันหยุดตามประเพณี ไม่จ่ายค่าจ้างในวันหยุด และค่าทำงานล่วงเวลา ขอให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ
เมื่อได้รับแจ้งก็ต้องเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจากลูกจ้าง โดยการสุ่มสอบถาม ก็พบว่ามีความผิดจริง เนื่องจากนายจ้างกำหนดวันทำงานในแต่ละวันเกิน 8 ชั่วโมง กำหนดวันหยุดตามประเพณีปีหนึ่งน้อยกว่า 13 วัน มิได้กำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้ ไม่มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานตามกฎหมาย และไม่ได้จัดทำทะเบียนลูกจ้าง จึงได้ทำหนังสือมีคำสั่งไปวันที่ 11 พฤศจิกายน 2551 ให้ปรับปรุงแก้ไขจำนวน 5 ข้อ คือ
1.ให้ติดประกาศเวลาทำงานปกติวันหนึ่งไม่เกิน 8 ชั่วโมง
2.ให้กำหนดวันหยุดตามประเพณี 1 ปี ไม่เกิน 13 วัน รวมวันแรงงาน
3.ให้กำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้าง ที่อายุงาน 1 ปีขึ้นไป ไม่น้อยกว่า 6 วัน (นายจ้างแจ้งว่าไม่มีลูกจ้างอายุงานถึง 1 ปี)
4.จัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย
5.จัดทำทะเบียนลูกจ้าง
จากนั้นก็เข้าไปติดตามผลเสร็จสิ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2552 และทำการบันทึกปากคำลูกจ้างอีกครั้ง ซึ่งก็ได้ทราบว่ามีการปรับปรุงแก้ไขหมดแล้ว
ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2552 มีลูกจ้างโทรศัพท์มาร้องเรียนเรื่องเดิมๆ อีก จึงเข้าไปตรวจ คราวนี้ได้ไปเจอลูกจ้างอายุงานเกิน 1 ปี หลายคน และยังมีการทำผิดอยู่คือ
1.ทำงานเกิน 8 ชั่วโมง ก็ไม่จ่ายโอที
2.จัดวันหยุดตามประเพณีไม่ครบ 13 วัน และไม่ติดประกาศ
3.หักค่าจ้างในวันลาป่วย
4.ไม่จัดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้ลูกจ้าง
พนักงานตรวจแรงงาน บอกว่า งานนี้ไม่ได้กลั่นแกล้ง เพราะไปตรวจตามหน้าที่ ถ้าจะไม่ให้เข้าไปตรวจอีก นายจ้างก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายให้ถูกต้อง เพราะโดยปกติคุ้มครองแรงงานก็ต้องเข้าไปตรวจบริษัทต่างๆ ปีละครั้งอยู่แล้ว
ลุงแจ่ม



