ข่าว

สลด!'ปินส์'ขโมยข้าวเหยียบกันตาย8

สลด!'ปินส์'ขโมยข้าวเหยียบกันตาย8

13 พ.ย. 2556

เกิดเหตุเหยียบกันตาย 8 คน ขณะบุกขโมยข้าวในโกดังพื้นที่ประสบภัยพายุไห่เยี่ยน ขณะที่ทีมแพทย์-กู้ภัยญี่ปุ่น ประกาศตอบแทนบุญคุณฟิลิปปินส์ที่เคยช่วยเหลือ

 

                          13 พ.ย. 56  ผู้รอดชีวิตจากซูเปอร์ไต้ฝุ่น ไห่เยี่ยน ที่ชาวฟิลิปปินส์เรียกว่า โยลันดา กำลังทำให้สถานการณ์เข้าสู่ความเป็นอนาธิปไตย หรือสภาพไร้ขื่อแป ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 8 คน จากการที่เหยื่อพายุหลายพันคน บุกเข้าไปยังโกดังข้าวของรัฐบาล ในเขตอะลังกาลัง บนเกาะเลย์เต

                          โฆษกสำนักงานอาหารแห่งชาติ แถลงวันนี้่ว่า ตำรวจและทหารไม่สามารถช่วยอะไรได้ เมื่อเกิดการปล้นสะดมในอะลังกาลัง เมื่อวันอังคาร และมีคนเสียชีวิต 8 คน ตอนที่ผนังโกดังพังถล่มลงมา ส่วนประชาชนที่บุกเข้าไปได้เอาข้าวออกไปกว่า 1 แสนกระสอบ และการบุกโกดังข้าวที่เกิดขึ้น ได้ตอกย้ำถึงความต้องการเร่งด่วนทั้งน้ำสะอาด อาหาร และเวชภัณฑ์

                          นับเป็นเวลา 5 วันแล้ว หลังจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ที่ถูกจัดให้เป็นพายุรุนแรงที่สุดลูกหนึ่งในประวัติศาสตร์ กวาดเอาบ้านเรือนหลายหมื่นหลังทางภาคกลางของประเทศจนพังราบ แต่การบรรเทาทุกข์เพิ่งจะเริ่มขึ้น โดยมีการเปิดสนามบินเพิ่มอีก 2 แห่ง เพื่อให้เที่ยวบินบรรเทาทุกข์ลงจอด แต่อาหารและน้ำก็ส่งถึงมือผู้ประสบภัยในเมืองตาโคลบัน ที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด เพียงเล็กน้อย เนื่องจากขาดแคลนรถบรรทุก และถนนถูกตัดขาด

                          เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรม ระบุว่า มีอุปสรรคเกิดขึ้นมากมาย ที่รวมทั้งเรื่องระบบโลจิสติก ที่หมายถึงการขาดแคลนรถบรรทุกและถนนทุกสายถูกตัดขาด

                          นับตั้งแต่เกิดพายุ ประชาชนที่รอดชีวิตได้บุกเข้าไปตามบ้านเรือน ศูนย์การค้า และอู่รถยนต์ ก่อนจะกวาดเอาอาหาร น้ำดื่ม และสินค้าอื่นๆ จนเกลี้ยง ทางการได้พยายามยับยั้งการปล้นสะดม ซึ่งมีรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยันว่า มีแก๊งติดอาวุธที่เข้าไปผสมโรงด้วย

                          ตำรวจได้เข้ารักษาความสงบเรียบร้อย และรัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิว ตั้งแต่เวลา 20.00 น. ถึง 05.00 น. และขณะนี้สถานการณ์เริ่มเข้ารูปเข้ารอยแล้ว ส่วนทหารได้เข้าไปติดตั้งอุปกรณ์ที่สนามบินตาโคลบัน เพื่อให้เครื่องบินลงจอดได้ในเวลากลางคืน หลังจากเมืองทั้งเมืองที่เคยเป็นที่อยู่อาศัยของประชากร 220,000 คน ได้รับความเสียหายแทบจะทุกตารางนิ้ว และกลายเป็นศูนย์กลางการบรรเทาทุกข์

                          ด้านสหรัฐ บอกว่า ต่อไปจะไม่เพียงเห็นแค่นาวิกโยธิน หรือเครื่องบิน และเฮลิคอปเตอร์ไม่กี่ลำ แต่จะเห็นศูนย์บัญชาการแปซิฟิกทั้งหมดที่รับมือกับวิกฤติที่เกิดขึ้น ส่วนที่สนามบินตาโคลบัน ได้มีการตั้งโรงพยาบาลสนาม ขณะที่ประชาชนหลายพันคน ไปรอขึ้นเครื่องบินลำเลียง

                          ประชาชนอย่างน้อย 580,000 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย และบางพื้นที่ต้องเผชิญกับสตอร์มเซิร์จที่รุนแรงเท่ากับสึนามิ ทำให้มีศพจำนวนมากอยู่ที่เกาะซามาร์และเลย์เต ประธานาธิบดีเบนิกโญ่ อากิโน่ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าว CNN ว่า ยอดผู้เสียชีวิตน่าจะอยู่ที่ 2,000 - 2,500 คน และไม่น่าจะถึงหมื่นคน ตามที่มีการคาดไว้แต่แรก

 

 

ทีมแพทย์-กู้ภัยญี่ปุ่น ประกาศตอบแทนบุญคุณฟิลิปปินส์ที่เคยช่วยเหลือ

 

                          ทีมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการบรรเทาภัยพิบัติของญี่ปุ่น ได้เดินทางถึงกรุงมะนิลาของฟิลิปปินส์ ตั้งแต่เมื่อคืนวันจันทร์ ด้วยเหตุผลที่น่าประทับใจว่า ต้องการไปช่วยเหลือประเทศที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือญี่ปุ่นในช่วงที่เวลาที่กำลังลำบาก

                          ทีมจากญี่ปุ่น อยู่กลุ่มของเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขราว 400 คน จากนานาประเทศ ที่ตอนนี้เข้าไปอยู่ในฟิลิปปินส์แล้วเช่นกัน // เคนโซ อิวากามิ หัวหน้าทีมแพทย์จากองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ ไจก้า ระบุว่า เราไม่เคยลืมสิ่งที่ฟิลิปปินส์ทำให้เราเมื่อปี 2554 คำกล่าวของอิวากามิ เป็นการอ้างถึงความช่วยเหลือด้านการบรรเทาทุกข์ ที่ฟิลิปปินส์มอบให้ญี่ปุ่น เมื่อครั้งเผชิญแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 9.0 ในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ปี 2554 ตามด้วยสึนามิ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 15,000 คน

                          ดร.โจจิ โทมิโอกะ รองหัวหน้าและผู้ประสานงานด้านการแพทย์เพื่อบรรเทาภัยพิบัติของไจก้า กล่าวว่า ตอนนี้ เราต้องช่วยพวกคุณ เพราะเมื่อ 2 ปีก่อน คุณช่วยเราและถึงเวลาที่เราต้องตอบแทนบ้าง

                          เจ้าหน้าที่สถานทูตญี่ปุ่นประจำกรุงมะนิลา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์ เคยส่งทีมแพทย์ไปให้ความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่เหยื่อสึนามิในญี่ปุ่น รวมทั้งให้คำปรึกษาคนที่เดือดร้อนจากภัยพิบัติด้วย ซึ่งเราไม่เคยลืม

                          ทีมแพทย์ญี่ปุ่น ประกอบด้วยแพทย์ 3 คน , พยาบาล 7 คน , เภสัชกร 2 คน , ผู้ประสานงานด้านการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ของไจก้า และกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่น อีก 5 คน ได้เดินทางถึงสนามบินนานาชาติ นินอย อากิโน่ ในกรุงมะนิลา ตั้งแต่เวลา 19.20 น. เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยเที่ยวบินเช่าเหมาลำของสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ส

                          ทีมจากญี่ปุ่น มีกำหนดทำงานภาคพื้นดินนาน 2 สัปดาห์ จึงได้นำอุปกรณ์ทางการแพทย์ และสิ่งจำเป็นอื่นๆ เข้าไปสร้างโรงพยาบาลสนามในเขตภัยพิบัติ และบางคนเคยได้รับมอบหมายให้เดินทางไปปฏิบัติภารกิจด้านการค้นหาและกู้ภัย ในเหตุภัยพิบัติหลายครั้ง โดยเฉพาะการเดินทางไปทำงานที่ภูเก็ตของไทย ในช่วงหลังเกิดสึนามิ เมื่อปี 2547

                          นอกจากญี่ปุ่นแล้ว ยังมีทีมจากประเทศอื่นๆ รวมทั้ง เบลเยียม เยอรมนี ฮังการี อิสราเอล และสหรัฐ เข้าไปให้ความช่วยเหลือด้วย โดยเฉพาะทีมค้นหาและกู้ภัยสากลจากเยอรมนี ที่มีจำนวน 31 คน ได้เข้าไปที่จังหวัดเซบู และออกเดินทางเข้าไปในพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว พร้อมกับนำแพทย์ 3 คน พยาบาล 7 คน ผู้ช่วย 5 คน และยังเอาเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นมากถึง 8 ตัน เข้าไปด้วย ส่วนทีมเบลเยียม มีจำนวน 35 คน พร้อมอุปกรณ์ที่สามารถปฏิบัติภารกิจได้นาน 10 วัน

 

 

-------------------------

(หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าว : AP)