ข่าว

'มท.1'สั่งผู้ว่าฯเร่งแจงปชช.ปม'พระวิหาร'

'มท.1'สั่งผู้ว่าฯเร่งแจงปชช.ปม'พระวิหาร'

13 พ.ย. 2556

'มท.1' กำชับผู้ว่าฯทั่วประเทศเร่งชี้แจงคำพิพากษา 'ศาลโลก' ปม 'พระวิหาร' ซัด 'ปชป.' ประกาศ 'อารยะขัดขืน' สร้างความแตกแยก ชี้เป็นการทำที่ไม่ฉลาด เตือนกระแสจะดับ

 

                       13 พ.ย.56 นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) กล่าวว่าในวันที่ 15-16 พ.ย.นี้ ตนจะลงพื้นที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และจ.สุรินทร์ เพื่อไปสอบถามประชาชนในพื้นที่ว่าต้องการการรบกันระหว่างไทยกับกัมพูชาหรือต้องการการค้าขายร่วมกัน หลังจากที่ขณะนี้มีบางกลุ่มพยายามปลุกกระแสการคัดค้านคำพิพากษาของศาลโลก ต่อคดีปราสาทพระวิหาร จนอาจทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่

                       อย่างไรก็ตาม สำหรับความเข้าใจกับประชาชนต่อประเด็นคำพิพากษา กระทรวงมหาดไทยจะใช้กลไกของรัฐ คือ ผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ เข้าไปทำความเข้าใจกับประชาชน ทั้ง 77 จังหวัด เบื้องต้นจะมีการทำหนังสือซึ่งเป็นการแปลคำตัดสินของศาลโลก ฉบับประชาชนเพื่อนำไปทำความเข้าใจกับประชาชนด้วย นอกจากนั้นจะย้ำในประเด็นสำคัญ คือ ประเทศไทยและประเทศกัมพูชาไม่สามารถย้ายประเทศหนีกันได้ ดังนั้นทางออกที่ดีที่สุด คือ การหาทางออกร่วมกันระหว่าง 2 ประเทศ โดยล่าสุดทางกระทรวงการต่างประเทศจะมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อเจรจาตามหลักสากลแล้ว

                       “ผมฝากพี่น้อง อย่าฟังคำยั่วยุ ที่อาจส่งผลให้เกิดความแตกแยก สิ่งที่ถูกต้องตอนนี้ คือ ฝ่ายไทยและกัมพูชาหันหน้าเข้าหากัน” นายจารุพงศ์ กล่าว

                       รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการเปิดอภิปรายทั่วไปในที่ประชุมร่วมรัฐสภา โดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนญ มาตรา 179 เรื่องคำตัดสินของศาลโลก ในคดีปราสาทพระวิหาร แต่ถูกกลุ่มส.ว.ระบุว่าเป็นการลักไก่ ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนญ มาตรา 190 ว่า ในชั้นนี้เป็นการนำผลคำพิพากษาของศาลโลกมารายงานต่อที่ประชุมรัฐสภา โดยตนได้สอบถามคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ยืนยันว่าการรายงานผลคำพิพากษาไม่เข้าข่ายมาตรา 190 แต่ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะไม่ปฏิบัติตามมาตรา 190 แต่ยังไม่ถึงขั้นตอนดังกล่าว โดยตนยืนยันว่าหากคณะกรรมการที่ได้แต่งตั้ง ได้จัดทำกรอบเจรจากับกัมพูชาแล้วเสร็จ ก่อนที่จะนำไปหารือกับกัมพูชา รัฐบาลจะนำให้รัฐสภาพิจารณา ตามกระบวนการ มาตรา 190 ก่อนแน่นอน

                       “ผมถามกับกฤษฎีกาด้วยตนเอง กลางที่ประชุม ครม. ว่า จะโดนเล่นเหมือนที่นายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศโดนหรือไม่ โดยกฤษฎีกายืนยันว่าไม่ รัฐบาลขอทำขั้นตอนนี้ก่อน ไม่ใช่ว่าจะไม่ทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 190 แต่ยังไม่ถึง อย่าเพิ่งรีบ กินทีละคำ” นายจารุพงศ์ กล่าว

                       นายจารุพงศ์ กล่าวถึงแนวทางการเจรจากับกัมพูชาและการวางกรอบเจรจาว่า จะทำทุกมิติ ทั้งการเมือง สังคม มาพิจารณา โดยจะยึดการทำให้เกิดความสงบ เรียบร้อยเป็นหลัก ทั้งนี้ตนมองว่าการประท้วงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจะไม่เป็นปัญหา หรือส่งผลกระทบต่อการเจรจา

 

'มท.1' ซัด 'ปชป.' ประกาศ 'อารยะขัดขืน' สร้างแตกแยก

 

                       นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ (มท.1) กล่าวถึงข้อเรียกร้องของนักวิชาการว่ารัฐบาลควรเจรจากับแกนนำม็อบด้วยการตั้งเวทีพูดคุย ว่า รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยทำทุกอย่าง ไม่ต้องกังวล โดยที่ผ่านมาน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี รวมถึงพวกตนได้แสดงท่าทีปรองดอง ไม่ได้ก้าวร้าวอยู่แล้ว ส่วนข้อเสนอให้ตั้งเวทีพูดคุยส่วนตัวเชื่อว่ายังไม่ถึงขั้นตอนดังกล่าว

                       “ในระบอบประชาธิปไตย คน 100 คน ไม่ได้เห็นตรงกันทั้งหมด แต่ความเห็นต่างที่เกิดขึ้นต้องพาไปสู่ความปรองดอง สงบสุข ทุกวันนี้รัฐบาลเข้าใจทุกอย่าง อยากให้ทุกอย่างเบาลง จึงใช้ความสงบ สยบความเคลื่อนไหว” นายจารุพงศ์ กล่าว

                       นายจารุพงศ์ กล่าวถึงการยกระดับการชุมนุมของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นแกนนำ ด้วยการเชิญชวนให้ประชาชนหยุดงาน และตัดน้ำ ตัดไฟ หน่วยงานราชการที่ค้างชำระค่าน้ำ ค่าไฟ ว่า ตนได้สอบถามไปยังผู้ว่าการไฟฟ้า และประปาทุกภาคส่วนแล้ว และยืนยันว่าสิ่งที่กลุ่มผู้ชุมนุมประกาศยกระดับจะไม่เกิดขึ้นแน่นอน

                       ทั้งนี้ตนได้กำชับไปยังหน่วยราชการแล้วว่า การออกมาชุมนุมหลังเลิกงานเป็นสิทธิที่ทำได้ โดยไม่จำเป็นต้องลางานหรือหยุดงาน แต่อย่าทำในสิ่งที่ทำให้เกิดความเสียหายกับการบริการของภาครัฐกับประชาชน โดยการประกาศอารยะขัดขืน เป็นสิ่งที่ไม่เคยมี ไม่เคยทำ และไม่ควรทำตลอดไป เพราะจะทำให้ประชาชนเดือดร้อน

                       “ผมมองว่าการประกาศนั้นไม่ฉลาด คิดจะทำเพื่อล้มรัฐบาลด้วยกระแสแบบนี้ ระวังกระแสจะดับไปดื้อๆ และการประกาศอารยะขัดขืนนั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นอนารยะขัดขืนมากกว่า สิ่งที่เขาทำคือไม่ต้องการให้บ้านเมืองมีกติกา ต้องการทำลายความสงบเรียบร้อยของประชาชน” นายจารุพงศ์ กล่าว

 

'จารุพงศ์' ถาม '9อดีตส.ส.ปชป.' ลาออกทำไม เชื่อตั้งใจล้มรัฐ

 

                       นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการส่งสมาชิกของพรรคเพื่อไทยลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.ใน 8 พื้นที่เลือกตั้งว่า ยังไม่ได้มีการกำหนดวันว่าจะมีการนัดประชุมคณะทำงานหรือส.ส. เมื่อใด เบื้องต้นยังพอมีเวลา อีกทั้งขณะนี้ยังไม่ได้มีการวางตัวบุคคลว่าจะให้ลงสมัครรับเลือกตั้งในพื้นที่ใดบ้าง

                       นายจารุพงศ์ กล่าวด้วยว่าตนอยากฝากถาม 9 อดีตส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ที่ลาออก ว่าลาออกไปทำไม ทั้งนี้ตอนลงพื้นที่หาเสียงกับประชาชนบอกว่าได้เคารพต่อระบบรัฐสภา และจะเข้ามาทำหน้าที่ครบ 4 ปี แต่เมื่อถึงกลางทางเกิดความไม่พอใจ ก็โยนผ้าทิ้ง ดังนั้นตนขอให้ประชาชนพิพากษาในตอนสุดท้ายด้วยว่า สิ่งที่พวกเขาทำนั้นเป็นประโยชน์ เพื่อความสงบของบ้านเมือง หรือเพื่อความก้าวหน้าของบ้านเมืองหรือไม่

                       “ผมว่าเขามีเป้าหมายชัดเจน ลาออกเพื่อล้มรัฐบาล เป็นการกวนน้ำให้ขุ่น ผมขอให้พวกคุณไปถามเขาว่าลาออกทำไม อย่ามาจี้ถามผม ผมไม่อยากตบมือไปกับเขา และขอให้ประชาชนคิดด้วยว่าสิ่งที่พวกที่ลาออกไปแล้ว เขาเคยบอกหรือไม่ว่าจะออกเมื่อไรก็ออก แล้วกลับมาให้เลือกผมด้วย ใครเขาจะเลือก แม้กกต. ได้ประกาศวันเลือกตั้งซ่อมอย่างไม่เป็นทางการไปแล้ว ก็เรื่องของเขา ก็เดินตามกระบวนการไป จะมาสนใจทำไมว่าจะส่งใคร ส่งไม่ส่งก็เรื่องของกู” นายจารุพงศ์ กล่าว