ข่าว

'IMF'จี้รัฐเลิก'จำนำข้าว'ลดภาระคลัง

'IMF'จี้รัฐเลิก'จำนำข้าว'ลดภาระคลัง

13 พ.ย. 2556

'ไอเอ็มเอฟ' จี้รัฐบาลยกเลิกโครงการจำนำข้าว ลดภาระการคลัง แนะจ่ายเงินตรงช่วยชาวนาแทนการรับซื้อข้าวราคาแพง พร้อมเชียร์ยุติอุดหนุนราคาพลังงาน ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

 

                          13 พ.ย. 56  กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ออกรายงานสรุปการทบทวนเศรษฐกิจไทยประจำปี 2556 มีข้อเสนอให้รัฐบาลล้มเลิกโครงการรับจำนำข้าว เพื่อลดภาระทางการคลัง โดยให้ใช้โครงการจ่ายเงินโดยตรงเพื่อช่วยเหลือชาวนาที่ยากจนแทนการรับซื้อข้าวในราคาสูงกว่าตลาดเหมือนในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังเสนอให้ยุติการอุดหนุนราคาพลังงาน และเพื่อให้ฐานะการคลังเข้มแข็งรัฐบาลไทยควรขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) และภาษีทรัพย์สิน รวมถึงขยายฐานภาษีด้วยการตัดค่าลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาบางรายการลง

                          "รัฐบาลควรลดการขาดดุลทางการคลังและกำหนดการใช้จ่ายแบบเรียงลำดับก่อนหลัง รวมถึงการลดใช้งบหรือเงินอุดหนุนด้านพลังงาน และให้โยกงบไปช่วยเหลือภาคครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำในชนบทแทนการจำนำข้าว" รายงานข่าวระบุ

                          ทั้งนี้ นโยบายของรัฐบาลจะทำให้การขาดดุลทางการคลังของไทยเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% ของจีดีพีในปีงบประมาณ 2556 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการลดภาษีนิติบุคคล และการจ่ายคืนเงินซื้อรถคันแรกกับบ้านหลังแรก รวมถึงลดภาษีน้ำมัน

                          ด้านนายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีที่ไอเอ็มเอฟ เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกนโยบายจำนำข้าว ว่าการใช้นโยบายการรับจำนำข้าวก็เพื่อดูแลภาคเกษตรกร เพราะถือเป็นเศรษฐกิจพื้นฐาน ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่ดีขึ้น ลดหนี้สินภาคครัวเรือนและมีกำลังซื้อมากขึ้น ดังนั้นรัฐบาลจึงจะเดินหน้าโครงการต่อไป ซึ่งเมื่อคิดในมุมของรัฐบาลแล้วถือเป็นการลงทุน และไม่ได้คิดถึงกำไรขาดทุน

                          นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) กล่าวว่า ในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ จะมีการเปิดประมูลข้าวสารในโครงการรับจำนำผ่านตลาดซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือเอเฟท ครั้งที่ 2/2556 แบ่งเป็น ข้าวขาว 5% จำนวน 94,797.791 ตัน ข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2 จำนวน 31,162.597 ตัน คาดว่าจะมีผู้สนใจเข้ามาประมูลมากกว่าครั้งแรก เพราะได้เห็นแนวโน้มราคาข้าวในอนาคตบ้างแล้ว

                          ทั้งนี้ ข้าวที่นำมาเพื่อประมูลครั้งแรกมีปริมาณกว่า 140,000 ตัน แต่ประมูลได้จริงเพียง 14,977 ตันเท่านั้น ซึ่งยอมรับว่าน้อยมาก อาจเป็นเพราะช่วงการเปิดประมูลเป็นช่วงที่ข้าวใหม่ออกมาสู่ตลาดและพ่อค้ายังรอดูสถานการณ์ก่อน