
'หมวดเจี๊ยบ'โต้ข่าว'รบ.'ซื้อเครื่องดักฟังม็อบ
'หมวดเจี๊ยบ' โต้ข่าว 'รัฐบาล' จัดซื้อเครื่องดักฟังม็อบ ยันไม่ละเมิดสิทธิปชช. วอนอย่าหลงเชื่อผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าว
13 พ.ย.56 ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอยืนยันว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ประชุมไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องการจัดซื้อเครื่องดักฟังม็อบ อย่างที่มีกระแสข่าวออกมาแต่อย่างใด มีเพียงการอนุมัติงบประมาณ 104 ล้านบาทเศษ เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้เพื่อเปลี่ยนระบบวิทยุสื่อสารดิจิตอลของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาเป็นระบบ ดิจิตอล ทรังก์ เรดิโอ (Digital Trunk Radio) เพื่อป้องกันผู้ไม่หวังดี มาดักฟังการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และป้องกันการส่งสัญญาณรบกวนหรือตัดสัญญาณการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดังนั้น โครงการเปลี่ยนระบบวิทยุสื่อสารดิจิตอลดังกล่าว จึงทำเพื่อป้องกันเครือข่ายสื่อสารของตำรวจ ไม่ให้ถูกรบกวนจากผู้ไม่หวังดี ไม่ใช่การวางระบบเพื่อไปดักฟังการสนทนาของผู้ชุมนุมแต่อย่างใด
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นอกจากนี้ การเปลี่ยนระบบวิทยุสื่อสารดิจิตอลดังกล่าว ไม่ได้เจาะจงทำเฉพาะในพื้นที่ๆมีการชุมนุมทางการเมืองในกทม.เท่านั้น แต่จะเป็นการวางระบบวิทยุสื่อสารสำหรับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกภารกิจทั่วประเทศในภาพรวม ทั้งนี้ กระแสข่าวที่ออกมามีความคลาดเคลื่อนใน 3 ประเด็น คือ
1. มีการอ้างว่ากระทรวงกลาโหมเป็นผู้เสนอของบประมาณ แต่ความจริงแล้ว เป็นโครงการที่เสนอโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2. อ้างตัวเลขงบประมาณไม่ถูกต้อง โดยมีการอ้างว่า งบประมาณที่ได้รับอนุมัติ มีจำนวน 117 ล้านบาท แต่ความจริงแล้ว ส.ต.ช.เสนอของบประมาณ 104 ล้านบาทเศษ 3. มีการบิดเบือนว่า โครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อดักฟังการสนทนาของม็อบกลุ่มต่าง ๆ แต่ความจริงแล้ว เป็นโครงการวางระบบป้องกันผู้ไม่หวังดีส่งสัญญาณรบกวนหรือดักฟังการสื่อสารของตำรวจ ไม่ใช่การไปละเมิดความเป็นส่วนตัวของประชาชน
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ดังนั้นรัฐบาลจึงขอชี้แจงให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ชุมนุมกลุ่มต่าง ๆ ให้สบายใจได้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีความคิดที่จะไปละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือความเป็นส่วนตัว ทั้งนี้ จากการประเมินปรากฏการณ์ปล่อยข่าวลือดังกล่าว โดยหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งในส่วนของตำรวจและสภาความมั่นคงแห่งชาติ วิเคราะห์ว่า เป็นตัวอย่างหนึ่งของการปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสารและการโฆษณาชวนเชื่อของฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลที่กำลังใช้วิธีการกุข่าวเท็จเพื่อบ่อนทำลายรัฐบาล โดยเคลื่อนไหวอย่างเป็นขบวนการ มีทั้งทีมปล่อยข่าวเท็จให้ร้ายรัฐบาล เพื่อโยนลูกให้มีการนำไปพูดปลุกระดมบนเวทีปราศรัย และมีทีมโซเชียลมีเดีย คอยนำไปขยายผลปล่อยข่าวใส่ร้ายรัฐบาลในอินเตอร์เน็ต ดังนั้น รัฐบาลจึงขอให้สื่อมวลชนและประชาชนระวังอย่าตกเป็นเหยื่อการโฆษณาชวนเชื่อของผู้ไม่หวังดีต่อบ้านเมืองดังกล่าว



