ข่าว

'พท.'ร้องDSIเอาผิดแกนนำม็อบข้อหา'กบฏ'

'พท.'ร้องDSIเอาผิดแกนนำม็อบข้อหา'กบฏ'

12 พ.ย. 2556

"เพื่อไทย" ร้อง "ดีเอสไอ" เอาผิด "แกนนำม็อบ" ข้อหา "กบฏ" ด้าน "ธาริต" เด้งรับลูกขู่ไม่หยุดเคลื่อนไหวพร้อมดำเนินคดีต่างกรรมต่างวาระ




          วันที่ 12 พ.ย.56 เวลา 10.50 น. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือให้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อให้ดำเนินคดีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ   อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมพวกรวม 9 คน ที่ประกาศลาออกจาก ส.ส.มาเป็นแกนนำเคลื่อนไหวล้มรัฐบาล ซึ่งถือเป็นความผิดเกี่ยวกับการกระทำในลักษณะเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนอันจะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และมาตรา 117 รวมถึงข้อหากบฏ นอกจากนี้ยังขอให้ตรวจสอบกลุ่มนายทุนที่ให้การสนับสนุนเงินทุน พร้อมกันนี้ยังให้ตรวจสอบการเคลื่อนไหวของ พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและปลัดกรุงเทพมหานคร ที่มีข้อมูลพบว่าใช้อำนาจหน้าที่ให้การสนับสนุนการชุมนุม
    
          นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ต้องการให้ดีเอสไอเข้าไปตรวจสอบการเคลื่อนไหวของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ที่ยกระดับการเคลื่อนไหวเป็นการขับไล่รัฐบาล และขอให้ประชาชนแสดงอารยะขัดขืนหลายกรณีทั้งการนัดหยุดงาน ชะลอการชำระภาษี ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมายทำให้เกิดความกระด้างกระเดื่อง ทั้งที่ก่อนหน้านี้รัฐบาลประกาศชัดเจนว่าจะแช่แข็งร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ทำให้ควรหมดเงื่อนไขการชุมนุมได้แล้ว อย่างไรก็ตาม มองว่าการประกาศลาออกของนายสุเทพ และพวกมีเป้าหมายเพื่อตัดตอนไม่ให้มีการยุบพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนี้ ตนจะแจ้งความที่กองบังคับการกองปราบปราม และกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) เพื่อเอาผิดพรรคประชาธิปัตย์ในหลายกรรม หลายวาระ หากยังคงมีการยกระดับความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องไปอีก โดยส่วนของดีเอสไอขอให้ตรวจสอบในประเด็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และมาตรา 117 และข้อหาก่อกบฎ
    
          นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า ขอเรียกร้องให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการชุมนุมออกมาร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติมด้วย ส่วนกรณีที่ต้องมาร้องทุกข์กับดีเอสไอ เพราะเชื่อว่าดีเอสไอมีศักยภาพในการดำเนินคดีโดยใช้อำนาจพิเศษได้ เนื่องจากตนได้ร้องให้เข้าไปตรวจสอบถึงเส้นทางการเงินที่นำมาสนับสนุนม็อบด้วย ส่วนการร้องเอาผิดผู้ว่าฯกทม.และปลัดกทม. เพราะพบข้อมูลว่ากทม.ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์สนับสนุนม็อบ เช่น กรณีที่พบว่ามีการนำรถของเขตดุสิตบรรทุกน้ำมันไปเติมให้เครื่องปั่นไฟที่ใช้ในการชุมนุมด้วย
    
          ด้านนายธาริต กล่าวว่า ตนจะรับเรื่องดังกล่าวไปตรวจสอบโดยมอบหมายให้พ.ต.ท.ยุทธนา แพรดำ ผู้เชี่ยวชาญคดีพิเศษ เป็นผู้รับผิดชอบ โดยจะตรวจสอบหากเข้าข่ายความผิดตามพ.ร.บ.แนบท้ายคดีพิเศษก็จะรับสอบสวนเป็นคดีพิเศษทันที แต่หากไม่เข้าบัญชีแนบท้ายการสอบสวนคดีพิเศษก็จะเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.)ในวันที่ 27 พ.ย.นี้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาดีเอสไอเคยออกแถลงการณ์แจ้งเตือนแกนนำไปแล้ว แต่ไม่เป็นผลกลับมีการยกระดับการชุมนุมที่ส่อเค้ารุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการเคลื่อนไหวที่เข้าข่ายผิดกฎหมายคือการยกระดับเป็นการขับไล่รัฐบาล ทำให้ดีเอสไอไม่มีทางเลือกและเป็นสิทธิ์ให้มีการร้องเรียนได้ดีเอสไอจึงต้องรับไว้สอบสวน ทั้งนี้ หากวันนี้หรือวันพรุ่งนี้ยังชุมนุมกันต่อเนื่องดีเอสไอจะดำเนินคดีแบบต่างกรรม ต่างวาระ