ข่าว

พิษไห่เยี่ยน'ปินส์'เสี่ยงโรคระบาด!

พิษไห่เยี่ยน'ปินส์'เสี่ยงโรคระบาด!

12 พ.ย. 2556

'ฟิลิปปินส์' เสี่ยงผู้ประสบภัยจากพายุ 'ไห่เยี่ยน' เสียชีวิตระลอกสองจากโรคระบาด

 

                          12 พ.ย. 56  หายนะจากภัยพิบัติพายุไห่เยี่ยนพัดถล่มฟิลิปปินส์ อาจทำให้ประเทศเผชิญวิกฤตการแพทย์ และการสูญเสียชีวิตประชาชนระลอกสองจากโรคระบาด และประธานาธิบดี ประกาศภาวะภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างเร่งด่วน

                          หน่วยกาชาดสั่งเตรียมถุงบรรจุศพมากถึง 10,000 ใบ เพื่อรองรับจำนวนผู้เสียชีวิตที่อาจสูงถึงหมื่นคนอย่างที่วิตก แม้ว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตที่่ยืนยันอย่างเป็นทางการยังอยู่ที่ราว 1,000 คน ในขณะที่หน่วยกู้ภัยสามารถกู้ศพผู้เคราะห์ร้ายเพิ่มขึ้น ซึ่งหน่วยกู้ภัยวิตกว่ากำลังเสี่ยงเกิดการเสียชีวิตระลอกสองในพื้นที่ประสบภัย เนื่องจากขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม ตลอดจนแหล่งน้ำสะอาดถูกปนเปื้อน และระบบสุขอนามัยใช้การไม่ได้ ทำให้วิตกว่าจะเกิดโรคระบาด และการติดเชื้อต่างๆ อีกทั้งยังมีจำนวนผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก และกลุ่มแพทย์ไร้พรมแดนบอกว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกของการฟื้นฟู คือ ควบคุมอัตราการติดเชื้อของโรคติดต่อให้น้อย และให้วัคซีนป้องกันแก่ประชาชน

                          ด้านประธานาธิบดีเบนิกโน อาคิโน่ ประกาศภาวะภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลสามารถนำงบประมาณฉุกเฉินออกมาใช้ได้อย่างรวดเร็ว ให้อำนาจกองทัพในการรักษาความสงบเรียบร้อย และให้ภาครัฐสามารถควบคุมราคาสินค้าไม่ให้พุ่งทะยานขึ้นสูงในช่วงที่ประเทศประสบความเสียหายครั้งใหญ่จากพายุไห่เยียนที่พัดถล่มเมื่อวันศุกร์

                          ขณะที่ทางการเองเร่งส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้ครอบคุลมมากที่สุด เพื่อช่วยเหลือประชากรกว่า 9 ล้านคน ใน 41 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ และอีกหลายแสนคนที่ไร้ที่อยู่อาศัย เพราะพายุ และสตอร์ม เซิร์จ พัดถล่มบ้านเรือนพังราบเป็นหน้ากลอง ทำลายถนนหนทาง และสนามบิน ทำให้ความช่วยเหลือเข้าไปได้ค่อนข้างช้ากว่าที่ควรจะเป็น อาหารและน้ำดื่มยังคงขาดแคลนอย่างหนักในหลายจุด ทำให้เกิดการปล้นสะดมขึ้น และบางคนต้องไปขุดคุ้ยหาเศษอาหารเพื่อประทังชีวิต นอกจากนี้ชาวบ้านในบางพื้นที่เขียนข้อความขนาดใหญ่บนถนนเพื่อเรียกร้องขอความช่วยเหลือ เพื่อหวังให้เครื่่องบินลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์ได้มองเห็น

                          จนถึงขณะนี้มีอย่างน้อย 22 ชาติประกาศให้ความช่วยเหลือแก่ฟิลิปปินส์แล้ว เช่น กองทัพสหรัฐส่งเสบียงเข้าไปแล้วส่วนหนึ่ง ส่วนโครงการอาหารโลก หรือ WFP ก็เร่งส่งอาหาร โดยเน้นไปที่ขนมปังให้พลังงานสูงราว 44 ตัน และของใช้จำเป็นเข้าไปในพื้นที่เมืองตาโคลบันที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด

 

 

ตั้งด่านตรวจ-ประกาศเคอร์ฟิว ยับยั้งการปล้นสะดม

 

                          รัฐบาลฟิลิปปินส์ ระบุว่า ได้ส่งยานยนต์หุ้มเกราะหลายคัน รวมถึงตั้งด่านตรวจและประกาศเคอร์ฟิว เพื่อยับยั้งการปล้นสะดมในเมืองตาโคลบัน ที่เผชิญหายนะอย่างหนักจากซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน

                          เมืองตาโคลบัน ตั้งอยู่ใจกลางเกาะเลย์เต ได้ประสบภัยพิบัติจากพายุไต้ฝุ่นไห่เหยียน ที่มีความรุนแรงระดับ 5 ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10,000 คน จากรายงานของสหประชาชาติ ระบุว่า เมืองทาโคลบัน ที่มีประชากรอาศัยอยู่ 220,000 คน ต้องเผชิญกับการปล้นสะดมที่เลวร้ายที่สุด จากการที่ผู้รอดชีวิตจำนวนมาก ต้องการอาหารและเวชภัณฑ์จนต้องออกไปปล้นสะดมและรื้อค้นขบวนรถบรรทุกและเป็นอุปสรรคต่อความพยายามบรรเทาทุกข์

                          ผู้รอดชีวิต รายงานว่า มีแก๊งหลายแก๊งออกอาละวาดขโมยสินค้าประเภทเครื่องใช้ในครัวเรือน เช่น โทรทัศน์ และเครื่องซักผ้าจากธุรกิจขนาดย่อม // นายมาร์ โรซาส รัฐมนตรีมหาดไทย ระบุว่า ได้ส่งยานยนต์หุ้มเกราะซิมบา ไประงับเหตุการปล้นสะดม และช่วยฟื้นฟูความสงบเรียบร้อย หลังจากส่งทหารและตำรวจหลายร้อยนายเข้าไปก่อนหน้านี้

                          นายโรซาส ยังบอกผ่านสถานีวิทยุ DZMM ด้วยว่า การส่งยานยนต์หุ้มเกราะ ซิมบ้า เข้าไปยังพื้นที่ประสบภัย ก็เพื่อแสดงให้ผู้คนได้เห็น โดยเฉพาะพวกที่ไม่ประสงค์ดี ที่จะได้รู้ว่า ทางการได้กลับเข้าควบคุมความสงบเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ยังมีการตั้งด่านตรวจ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝูงชนไปรุมล้อมรถบรรทุกที่ขนส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ด้วย

                          ซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในพายุที่รุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ ได้ทำให้อาคารบ้านเรือนพังราบ ไฟฟ้าดับและท่อประปาแตก จากคลื่นที่สูงราวกับสึนามิและลมกระโชกแรง ทำให้ผู้รอดชีวิตไม่เหลืออะไรติดตัวเลย ความหิวโหยทำให้พวกเขาออกปล้น เช่น ชายคนหนึ่งใช้มีดขนาดใหญ่ปล้นเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ที่มีแต่เวชภัณฑ์

                          การมีตำรวจและทหารเข้าไปประจำการ อาจช่วยปรับปรุงสถานการณ์ให้ดีขึ้น ขณะที่รัฐบาล ได้ประกาศเคอร์ฟิวในเมืองตาโคลบัน ตั้งแต่เวลา 22.00 น. จนถึง 06.00 น. ตามเวลาในท้องถิ่น แต่ทางการได้มีข้อยกเว้นสำหรับคนที่ไม่สามารถกลับไปบ้านได้ในระหว่างเคอร์ฟิว เนื่องจากบ้านพวกเขาถูกพัดหายไป แต่จะได้ผลสำรวจพวกแก๊งที่ออกอาละวาดยามวิกาลเพื่อปล้นสะดม

 

 

ภัยพิบัติจาก 'ไห่เยี่ยน' บดบังเวทีประชุมโลกร้อน

 

                          การประชุมภาคีกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ หรือ COP ครั้งที่ 19 เริ่มเปิดฉากขึ้นที่กรุงวอร์ซอของโปแลนด์เมื่อวาน โดยมีตัวแทนจากเกือบ 200 ประเทศเข้าร่วมประชุม และร่วมสงบนิ่งไว้อาลัย 3 นาทีแก่ผู้เสียชีวิตในภัยพิบัติพายุซูเปอร์ไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนพัดถล่มในฟิลิปปินส์ ที่คาดว่าอาจมีผู้เสียชีวิตสูงถึง 10,000 คน

                          นายแยป ซาโน ผู้แทนของฟิลิปปินส์ กล่าวต่อที่ประชุมทั้งน้ำตา โดยบอกว่า เรายังไม่อาจทราบชัดเจนถึงขนาดความเสียหาย แต่เบื้องต้นประเมินว่าจะสร้างหายนะครั้งใหญ่อย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน ไม่อาจคิด และน่าสะพึงกลัว และพายุได้สร้างความเสียหายแก่เมืองบ้านเกิดของครอบครัวเขาด้วย

                          นอกจากนี้เขาบอกด้วยว่า เขากำลังรอฟังข่าวเกี่ยวกับชะตากรรมของญาติๆ ในครอบครัว แต่สิ่งที่ทำให้เขามีกำลังใจเข้มแข็งขึ้น และรู้สึกโล่งอกขึ้น เมื่อพี่ชายติดต่อมาว่าเขารอดชีวิต และเขาจะร่วมอดอาหารตลอดการประชุมนานสองสัปดาห์ที่นี่ เพื่อร่วมเป็นกำลังใจให้กับพี่ชายที่ไม่ได้รับประทานอะไรเลยช่วงหลายวันนับจากพายุพัดถล่ม และเขาจะไม่ทานอาหารจนกว่าจะเห็นความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก

                          นอกจากนี้เขาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพีหลังการแถลงนาน 10 นาทีในที่ประชุมด้วยว่า แม้เป็นเรื่องยากที่จะกล่าวโทษว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติแต่ละครั้งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก รวมถึงกรณีของพายุไห่เยี่ยนด้วย แต่ฟิลิปปินส์ก็ไม่อาจยอมรับได้ว่าในอนาคตจะเกิดพายุระดับซูเปอร์ไต้ฝุ่นอีกจนเป็นเรื่องปกติ

                          ส่วนประเด็นสำคัญของการประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นจำกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เชื่อว่าเป็นต้นเหตุของการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก และที่ประชุมกำลังพยายามร่างสนธิสัญญาลดปล่อยการก๊าซเรือนกระจกเพื่อให้บรรลุข้อตกลงได้ภายในปี 2558 แต่คาดว่าจะยังไม่สามารถได้ข้อสรุปที่เป็นการตัดสินใจประเด็นสำคัญ

 

 

----------------------------

(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AFP)