
'ปลอด'เตรียมอุดหู!ป้องโดนเป่านกหวีดใส่
'ปลอดประสพ'เตรียมที่อุดหูป้องกันโดนเป่านกหวีดใส่ เล็งยื่นกกต.ให้เก็บเงินค่าเลือกตั้งส.ส.จากปชป. ชี้ไม่มีเหตุผลที่ลาออกมานำม็อบ
12 พ.ย.56 เมื่อเวลา 09.30น. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการอารยะขัดขืนของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ว่า ตนคิดว่าคนพูดคงจะสติแตก คลั่งที่พูดออกมาได้ ซึ่งการไม่เสียภาษีนั้น ตามธรรมชาติผู้ประกอบการจะเลี่ยงภาษีอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่เสียจะโดนตรวจสอบย้อนหลังแล้วจะเดือดร้อน เตรียมตัวถูกตรวจได้ ส่วนการให้หยุดทำงานนั้น บริษัทไหนหยุดท่านก็เสียหายเอง พนักงานเขาไม่ได้เงินก็จะมาประท้วงท่าน และยังมีการบอกให้ครูหยุดสอนหนังสืออีก ตนถามว่า ท่านจะสอนให้ครูเป็นโจรหรืออย่างไร เพราะครูมีหน้าที่สอนหนังสือ และที่บอกให้เด็กไม่ไปโรงเรียน ตนขอให้ไปบอกลูกตัวเองก่อนแล้วค่อยมาบอกพวกเรา เพราะเรามีแต่สอนให้ลูกไปโรงเรียน อย่าตื่นสาย เจ็บนิดเจ็บหน่อยก็ไปเรียนจะได้มีความรู้จะได้เป็นคนดี
“อารยะคือ ความเจริญถูกต้องแต่การไม่เรียนหนังสือคือ ความโง่ ครูไม่สอนหนังสือก็ไม่ใช่ครู ประชาชนมีหน้าที่เสียภาษี นี่ไม่ได้เรียกว่า อารยะขัดขืน บ้าบอคอแตกครับที่ทำแบบนี้ ขอให้ไปคิดคำเชิญชวนหรือคำยุใหม่ๆ ดีกว่าทำให้สังคมเสื่อม และผมไม่เรียกว่า อารยะขัดขืนแต่มันคือ กักขฬะขัดขืน” นายปลอดประสพ กล่าว
นายปลอดประสพ กล่าวถึงการที่ข้าราชการจะหยุดงานว่า ข้าราชการมีสิทธิในการลางาน ลาพักร้อน ลากิจ ลาป่วย แต่ถ้าท่านลาป่วยแล้วไม่ป่วยก็เป็นการลาเท็จและต้องมีใบรับรองแพทย์ ถ้าเป็นการลากิจแล้วเป็นกิจการเมืองแล้วเข้าข้างท่านก็ลำบาก ส่วนลาพักร้อนท่านก็ไปทำอะไรก็ได้
สำหรับมาตรการที่หากว่าเจอนายกรัฐมนตรีและครม.ที่ไหนให้เป่านกหวีดใส่ นายปลอดประสพ กล่าวว่า ตนเตรียมที่อุดหูที่ใช้บนเครื่องบินไว้แล้ว แต่ลืมไว้ในรถ และไม่ได้เอามาแจกครม. แต่ถ้าจะแจกครม.ก็คงจะเป็นหูฟังที่มีเพลงฟัง และเพลงที่จะให้ฟังก็เพลง “รักคุณเข้าแล้ว เป็นไร.....”
ส่วนทางออกของปัญหานั้น นายปลอดประสพ กล่าวว่า รัฐบาลก็ได้ขอเปิดสภาเพื่ออภิปรายทั่วไปตาม มาตรา 179 ก็ขอให้ไปพูดในสภา และก็น่าเสียดายที่ 8 คนไม่ได้ไปพูดในสภา เพราะได้ลาออกจากการเป็น ส.ส.แล้ว แต่ทั้งนี้ตนท้าว่า คนไหนเป็น ส.ส.สัดส่วน ถ้าคนใหม่มาแทนก็ขอให้ลาออกอีกจนพ้นจำนวนของบัญชีรายชื่อที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ ส.ส.ที่ลาออกเป็นการลาออกที่ขาดเหตุผล เพราะเลือกตั้งแต่ละครั้งใช้เงิน 30 ล้านบาท 7 คนก็ 210 ล้านบาท
“ผมกำลังหารือกันจะขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เรียกเก็บเงินจากพรรคประชาธิปัตย์ ค่าเลือกตั้ง 7 เขต เขตละ 30 ล้านบาท 7 เขตก็ 210 ล้านบาท และปรับของเดิมด้วย ผมจะดูสิว่า ท่อน้ำเลี้ยงจะมีตังค์จ่ายหรือไม่ เพราะท่านทำไม่ถูก สภาไม่ใช่ของเล่นจะเข้าก็ไปหาเสียง อยากจะลาออกก็ลาออก ซึ่งผมรู้ว่า คุณออกมาทำไม คุณออกมาเพื่อตั้งเวทีอีก 7 เวที เพื่อด่ารัฐบาลและซื้อใจพันธมิตร” นายปลอดประสพ กล่าว
เมื่อถามว่า แล้วกรณีที่ ส.ส.เพื่อไทยเคยลาออกแล้ว ให้มีเลือกตั้งใหม่จะรวมด้วยหรือไม่ นายปลอดประสพ กล่าวว่า “ก็เอา ไหนไหนก็ทำแล้ว” แต่ทั้งนี้เขาลาออกแล้วลงเลือกตั้งใหม่ และถ้าที่ตนพูดแล้วโดนหมดก็ช่วยไม่ได้ เพราะว่าใครออกแบบไม่มีเหตุผลมันไม่ควร ถ้าลาออกมาเลือกตั้งใหม่ก็ไม่มีเหตุผล
“เออ มันไม่ใช่เหตุผลที่ต้องจะออก ถ้าเจ็บป่วยล้มตาย เป็นโรคไขข้อเดินเหินไปประชุมไม่ได้ ปากเบี้ยวพูดไม่ได้ เออ ออกแล้วไม่เห็นว่าอะไรแต่นี่ไม่เห็นเป็นอะไร ขึ้นเวทีด่าเอ๊าด่าเอา” นายปลอดประสพ กล่าว
เมื่อถามว่า ทำไมเจตนาของ ส.ส.ในสภาเมื่อวันที่ 31ตุลาคมพยายามดันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมให้ผ่านวาระ 3 ในเวลา 04.30 น.ให้ได้ ทำไมตอนนี้ท่าทีเปลี่ยนไวมาก นายปลอดประสพ กล่าวว่า “ผมไม่รู้ ผมไม่ได้เป็นส.ส. เพราะลาออกมาหลายเดือนแล้ว
ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงสถานการณ์พายุไต้ฝุ่น ไห่เยี่ยน นายปลอดประสพ กล่าวว่า พายุไห่เยี่ยนได้เคลื่อนตัวไปทางประเทศจีนแล้ว ไม่มาแล้ว “เพราะไต้ฝุ่นลูกนี้ถ้ามาเขากลัวมาติดเชื้อบ้า เขาเลยหนีไปเมืองจีน” ซึ่งทันทีที่พูดจบนายปลอดประสพก็หัวเราะเสียงดัง
เมื่อผู้สื่อข่าวบอกว่า ท่านรองพูดแบบนี้ระวังไปเติมเชื้อไฟ นายปลอดประสพ กล่าวว่า “ผมเนี่ยนะจะไปเติมเชื้อไฟ ออกมาเตือนจะเรียกแขกได้ยังไง ผมเตือนเพราะหวังดีจะเรียกแขกได้ยังไง ผมไม่ได้เรียกแขก ผมเตือนให้ตั้งสติ แต่ผมเชื่อว่าเตือนแล้วเขาไม่ฟังอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ถ้าเลือกตั้งตอนนี้จะเตรียมตัวทันหรือไม่ นายปลอดประสพ กล่าวว่า ไม่เลือกตั้ง จะอยู่อีก 2 ปี เพราะมีรัฐธรรมนูญอีกหลายมาตราจะต้องแก้ จะไปยุบสภาทำไม ส่วนที่มีข่าวว่า จะมีการลาออกของรัฐมนตรีเพื่อตั้งรัฐบาลใหม่ นายปลอดประสพยืนยันว่า ไม่มีหรอก ใครจะไปลาออก
จี้ "อภิสิทธิ์" กล่าวขอบคุณ "ทูตวีรชัยและทีมทนาย"
นายปลอดประสพ ให้สัมภาษณ์เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมากล่าวขอบคุณทีมทนายฝ่ายไทยที่มีนายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในฐานะหัวหน้าคณะต่อสู้คดีฝ่ายไทย ช่วยออกมาขอบคุณที่นายวีระชัยที่นายอภิสิทธิ์เป็นคนแต่งตั้งให้ทำงานนี้ที่ได้ทำเต็มที่ ทำให้ประเทศไทยไม่เสียหาย



