
'สุเทพ'ประกาศ4ข้ออารยะขัดขืน
'สุเทพ'ประกาศ 4 ข้ออารยะขัดขืน ไล่'รัฐบาลยิ่งลักษณ์' ลั่นปักหลักราชดำเนินจ่อสู่จนกว่าชนะ ด้าน'ภราดร'เชื่อม็อบหมดเงื่อนไขชุมนุม มั่นใจอารยะขัดขืน ไม่สร้างปัญหา
12 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กแฟนเพจ "Suthep Thaugsuban" ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ โพสต์ข้อความระบุว่า
"เราจะยึดถนนราชดำเนินเป็นชัยภูมิในการต่อสู้จนกว่าเราจะชนะ โดยไม่ใช้กำลังและปราศจากอาวุธ มติกรรมการแกนนำขอให้ทุกเครือข่ายได้ปฏิบัติให้สอดคล้องโดยจะยกระดับการต่อสู้ แบบคนดี ผู้มีอารยะ โดยการเชิญชวนกระทำอารยะขัดขืนอย่างเข้มแข็งทั่วประเทศ
1.วันที่ 12 พ.ย.ให้ทุกคนทุกบริษัท ทุกหน่วยงานราชการ สะสางงานของตัวเอง 1 วัน จากนั้นวันที่ 13-15 พ.ย. เป็นวันหยุดงาน หยุดการเรียนการสอนทั่วประเทศ ขอความร่วมมือเจ้าของกิจการโปรดสั่งพนักงานของท่านให้หยุดงานและมาร่วมชุมนุมกับเราทั่วประเทศ ไปเวทีไหนก็ได้ หน่วยงานไหนบริษัทเอกชนไหน จำเป็นจริงหยุดงานไม่ได้ให้ชะลอความรวดเร็วในการทำงานลง สถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยทุกแห่งให้อาจารย์และนักศึกษาไปให้ขึ้นป้ายได้ว่า 13-15 หยุดเรียน หยุดสอน โรงเรียนทุกแห่งทั้งมัธยม ประถม อนุบาล หยุดเรียนหยุดสอนทั่วประเทศ
2.ขอให้บรรดาพ่อค้านักธุรกิจช่วยกรุณาไปปรึกษากันว่า วิธีปฏิบัติในการชะลอการชำระภาษี อย่าให้รัฐบาลมีเงินภาษีออกมาใช้ หยุดให้เขาเอาเงินภาษีของเราไปโกงกิน
3.ต่อสู้ด้วยสัญญลักษณ์ สัญญลักษณ์ของเราคนไทยคือ ธงชาติ ขอให้ทุกบ้าน ทุกสำนักงาน ชักธงชาติขึ้นทั่วประเทศ ติดธงชาติไว้บนเสื้อผ้า ร่างกาย รถยนต์ แขวนคอด้วยนกหวีด ไปไหนมาไหนพกไป 2 อย่าง คือ นกหวีดและธงชาติ
4.ตั้งแต่นาทีนี้ ถ้าประชาชนพบเห็นนายกฯ รองนายกฯ รัฐมนตรี และลิ่วล้อไม่ต้องพูดด้วย ไม่ต้องทำอะไร หยิบเป่านกหวีดอย่างเดียว เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราไม่เอากับมัน!
ขอให้ทุกฝ่ายได้เข้าใจว่านี่คือ การกระทำอารยะขัดขืนของพลเมืองดี เพื่อประวัติศาสตร์จะได้จารึก
"ภราดร"เชื่อม็อบหมดเงื่อนไขชุมนุม มั่นใจอารยะขัดขืน ไม่สร้างปัญหา
เมื่อเวลา 09.00 น.พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ว่า เนื่องจากขณะนี้เงื่อนไขในการชุมนุมมีคำตอบแล้ว จึงทำให้สถานการณ์มีแนวโน้มจะบรรเทาลง โดยวุฒิสภามีมติไม่เห็นชอบร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ตอนนี้มาอยู่ในขั้นตอนสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่า จะให้กฎหมายฉบับนี้ตกไป จึงเป็นสัญญาประชาคมกับพี่น้องประชาชนแล้ว เงื่อนไขดังกล่าวจึงลดลงไป ทั้งนี้ การประกาศลาออกจาก ส.ส.ของนายสุเทพ และส.ส.พรรคประชาธิปัตย์อีก 8 คนนั้น ถือเป็นกลยุทธ์ของ ส.ส.กลุ่มดังกล่าว เพื่อที่จะให้การเคลื่อนไหวทำได้เต็มที่ ไม่สุ่มเสี่ยงที่พรรคจะทำผิดกฎหมาย ส่วนการระดมนัดหยุดงานเคลื่อนไหวในวันที่ 13 - 15 พ.ย.จะต้องมีการติดตามอย่างใกล้ชิดว่า พี่น้องประชาชนจะมาร่วมชุมนุมด้วยหรือไม่ เพราะประชาชนมีความเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากพอสมควรว่า เงื่อนไขได้มีการปฏิบัติแล้ว และอยากจะขอร้องกลับไปให้พนักงานปฏิบัติงานกันต่อ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ง่ายที่จะหาเงื่อนไขใหม่ขึ้นมา เพราะเงื่อนไขเรื่องคดีปราสาทพระวิหารได้มีความชัดเจนแล้วว่า จะให้ไทยและกัมพูชาพูดคุยกันต่อไป เพื่อให้ได้คำตอบเป็นที่ยอมรับ เรื่องที่ล่อแหลมอย่างเส้นเขตแดนนั้นไม่มีแล้ว บรรยากาศเป็นไปในเชิงบวก คงลำบากหากจะหยิบยกขึ้นมา ดังนั้น คิดว่าฝ่ายที่เคลื่อนไหวคงหากลยุทธ์ใหม่ๆ มา
ผู้สื่อข่าวถามว่า การให้ประชาชนที่เห็นต่างเป่านกหวีดในทุกสถานที่ที่นายกฯเดินทางไป ทำให้ต้องเข้มงวดเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้นหรือไม่ เลขาฯสมช. กล่าวว่า มีการระมัดระวังอยู่แล้ว เพียงแต่เราไม่ได้จำกัดสิทธิ แต่สิ่งที่ต้องตระหนักซึ่งกันและกันคือ ต้องไม่ละเมิดผู้อื่น เมื่อถามว่า ประเมินว่า มาตรการอารยะขัดยืนของแกนนำ จะจูงใจให้ประชาชนมาร่วมชุมนุมได้มากน้อยแค่ไหน เลขาฯสมช.กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าพี่น้องประชาชนจะทำความเข้าใจได้ และคงไม่เป็นปัญหาต่อรัฐบาล



