
โลกเข้าสู่ยุค'สูงวัย'ไทยต้องคว้าโอกาส
เล่าสู่กันฟัง : โลกเข้าสู่ยุค 'คนสูงวัย' ทำไมเมืองไทยต้องคว้าโอกาส : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์
สัปดาห์นี้ผมมีเรื่อง สว.หรือ “สูงวัย” มาเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังครับ..ว่าตอนนี้เราทุกท่านกำลังอยู่ในยุคแห่ง “สังคมผู้สูงอายุ” เมื่อองค์การสหประชาชาติ ได้ออกมาประเมินสถานการณ์ของประชากรทั่วโลกแล้วว่า..ในช่วงตลอดระยะเวลา 100 ปี ตั้งแต่พ.ศ. 2544 จนกระทั่งพ.ศ.2643 จะมีผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไปเกิน 10% ของคนทั่วโลก !
ยืนยันข้อมูลให้ชัดขึ้นได้จากเปอร์เซ็นต์ของผู้สูงอายุในหลายๆ ประเทศผู้นำด้านเศรษฐกิจ อาทิ ญี่ปุ่นมีผู้สูงอายุกว่า 25% เยอรมนี 22% สวีเดน 20% อังกฤษ 19% สหรัฐอเมริกา 17% จีน 13% สำหรับประเทศไทย สำนักงานสถิติแห่งชาติได้ระบุว่าไทยถูกจัดให้เป็นประเทศที่อยู่ในสังคมผู้สูงอายุมาตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งในขณะนั้น ไทยมีประชากรผู้สูงอายุ 10% ของประชากรทั้งหมด และได้มีการคาดการณ์จากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่า ในอีก 15 ปีข้างหน้า ไทยจะมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นเป็น 23% หรือมีผู้สูงอายุกว่า 14 ล้านคน ซึ่งเรียกได้ว่ามีมากถึง 1ใน 4 ของคนไทยทั้งประเทศเลยทีเดียว
การที่คนสูงอายุมีจำนวนเพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบต่อสังคม ระบบเศรษฐกิจและการจัดสรรทรัพยากร ไม่ใช่เพียงเฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เชื่อมโยงเป็นห่วงโซ่อาหารทั่วโลก ดังนั้น จึงต้องมีนโยบายและแผนปฏิบัติการรับมือที่เหมาะสมในระยะยาว โดยเฉพาะประเทศไทย ซึ่งเป็นอีกพื้นที่เป้าหมายสำคัญของกลุ่มคนผู้สูงอายุในหลายๆ ประเทศที่พัฒนาแล้ว หวังให้เป็นบ้านหลังที่สองเพื่อใช้เงินช่วงบั้นปลายชีวิตให้มีความสุขสบาย ดังนั้น จึงเป็นเสมือนโอกาสของรายได้ที่จะนำมาพัฒนาประเทศไทยได้อย่างดีเยี่ยม
ด้วยเหตุที่ประเทศไทยมีภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านอาหารและแพทย์แผนไทยพื้นบ้าน ไม่ว่าจะเป็น สินค้าเพื่อสุขภาพ สมุนไพร, การให้บริการนวดแผนไทยหรือสปา หากมีการพัฒนาดึงภูมิปัญญาที่ผู้เฒ่า ผู้แก่ เคยสอนไว้ มาประยุกต์ใช้ ให้เป็นสินค้าที่มาตรฐานรองรับ บริการที่ประทับใจ ตลอดจนสร้างสรรค์แหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนในระยะยาวให้น่าอยู่ ก็จะดึงดูดผู้สูงอายุในหลายๆ ประเทศให้มาเยี่ยมเยือนเมืองไทย นับได้ว่าเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่ง
เรื่อง “สูงวัย” ที่ผมได้หยิบยกมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ จึงเป็นประเด็นท้าทาย ที่ภาครัฐจะต้องเป็นพระเอกในการขับเคลื่อนนโยบายและสนับสนุนทรัพยากรเพื่อประโยชน์ในการพัฒนา ที่นอกจากสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค ที่อยู่อาศัย การเดินทางที่สะดวกสบายและเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินแล้ว
ผมยังเห็นว่าควรต้องเพิ่มเติม เรื่องของการส่งเสริมการศึกษาและส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีงานทำ มีรายได้ โดยเฉพาะอาชีพที่เกี่ยวข้องกับศิลปวัฒนธรรม เพื่อเป็นอีกกลยุทธ์หนึ่งที่ผู้สูงอายุจะได้มีช่องทางถ่ายทอดภูมิปัญญาให้คนรุ่นใหม่ ขณะเดียวกันก็มีรายได้ ไม่เป็นภาระของลูกหลาน และเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจไทยให้เกิดตลาดการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อีกทางหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงวัยทั้งหลายดำรงชีพอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี อย่างที่เคยเป็นเคยมีเมื่อครั้งยังหนุ่มสาวไงล่ะ
-------------------------
(เล่าสู่กันฟัง : โลกเข้าสู่ยุค 'คนสูงวัย' ทำไมเมืองไทยต้องคว้าโอกาส : โดย...บัญญัติ คำนูญวัฒน์)



