ข่าว

'ชัยเกษม'วอนม็อบยุติการชุมนุม

'ชัยเกษม'วอนม็อบยุติการชุมนุม

11 พ.ย. 2556

'ชัยเกษม' วอนม็อบยุติการชุมนุม หลัง 'รัฐบาล' ยอมถอยสุดซอยแล้ว เชื่อมีท่อน้ำเลี้ยง ยันไม่สั่ง 'ปปง.' สอบเส้นทางการเงิน

 

                        11 พ.ย.56 นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงสถานการณ์ชุมนุมคัดค้านกฎหมายนิรโทษกรรม ว่า กลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวควรสลายการชุมนุมได้แล้ว เพราะรัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาจนหมดเงื่อนไข จากนิรโทษสุดซอย เปลี่ยนมาเป็นถอยสุดซอยแล้ว แต่แทนที่จะยุติม็อบกลับยกระดับการจากคัดค้านกฎหมาย กลายเป็นขับไล่รัฐบาล ล้มรัฐบาล ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรง ขอให้ผู้ที่เข้าร่วมการชุมนุมคิดให้ดี อยากให้คิดถึงญาติพี่น้องด้วย เรื่องการถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ตามขั้นตอนทุกฝ่ายก็ทราบดีว่าไม่สามารถทำตามที่ม็อบขีดเส้นตายไว้ได้ ต้องรอการพิจารณาของวุฒิสภาภายใน 180 วัน หากฝ่ายค้านต้องการให้ถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับที่เป็นปัญหาก็ควรเสนอให้ถอนเอง

                        ส่วนกรณีที่ยังมีความไม่ไว้วางใจกันนั้น ตนมองว่ากลุ่มที่ออกมาปลุกปั่นไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด ข้อเท็จจริงคือรัฐบาลออกมารับรองยอมถอยแล้ว เหตุผลที่รัฐบาลชี้แจงถือว่าเพียงพอให้ม็อบสลายได้แล้ว หากรัฐบาลไม่ทำตามคำพูดก็จะมีปัญหาในการเลือกตั้งใหม่

                        ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้องการฝากเตือนไปยังประชาชนหรือไม่ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เวลาออกข่าวคนไปม็อบไม่ได้ฟัง เพราะไปอยู่บนถนนจึงไม่ได้ฟังข่าว ตนจึงไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร ส่วนข้อมูลเรื่องมีเงินสนับสนุนม็อบนั้น ก็ต้องยอมรับว่าเวลามีม็อบต้องเลี้ยงดีอยู่ดี ทำให้คนไปรวมกันเยอะ

                        อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้สั่งการให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าไปตรวจสอบเสนทางการเงิน แต่หาก ปปง.มีข้อมูลและจะเข้าไปตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่ก็สามารถทำได้

                        “การทำม็อบแต่ละครั้งต้องใช้เงินทั้งนั้น ต้องเลี้ยงดู ไม่ใช่ม็อบถือปิ่นโตจากบ้านไปกินกันเอง แต่ไปกินกันที่งานปราศรัยคิดต่อหัวเป็นเงินเท่าไหร่ ไม่ต้องพูดถึงเรื่องแจกหรือไม่แจก เพราะเราไม่มีหลักฐาน ไม่มีใบเสร็จ แต่การไปกินไปใช้จ่ายไปจัดสถานที่ต้องใช้เงินทั้งนั้น” นายชัยเกษม กล่าว

 

'รมว.ยธ.' ตรวจเยี่ยม 'กรมราชทัณฑ์' ชมสาธิตปราบจลาจล

 

                        นายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม เดินทางตรวจเยี่ยมการทำงานกรมราชทัณฑ์ พร้อมมอบนโยบายให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการลดผู้กระทำผิดซ้ำ ได้กำชับให้เน้นส่งเสริมการฝึกวิชาชีพให้ผู้ต้องขัง เพื่อให้สามารถนำวิชาชีพไปประกอบอาชีพเลี้ยงตัวได้หลังพ้นโทษ ลดโอกาสกระทำผิดซ้ำจนต้องถูกส่งตัวเข้าเรือนจำอีก นอกจากนี้ยังมีมาตรการพักโทษซึ่งจะช่วยลดความแออัดในเรือนจำได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งการพักโทษจะต้องผ่านการพิจารณาคัดกรองอย่างเข้มงวดก่อนปล่อยตัวไปต้องมั่นใจว่าจะไม่กลับไปเป็นภาระของสังคม

                        ทั้งนี้ ระหว่างการตรวจเยี่ยมกรมราชทัณฑ์มีการสาธิตอาวุธปืนที่ทันสมัยในการควบคุมกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินและเหตุจลาจลภายในเรือนจำ เช่น ปืนยิงกระสุนยาง ปืนยิงกระสุนพริกไทย และอุปกรณ์ปราบจลาจล พร้อมกันนี้ยังนำอุปกรณ์ที่ตรวจยึดได้จากการจู่โจมตรวจค้น รวมถึงอุปกรณ์ดัดแปลงที่ใช้ในการยิงสิ่งของต้องห้ามเข้าเรือนจำมาแสดง เพื่อให้เห็นถึงกลวิธีต่างๆ ในการลักลอบนำสิ่งของต้องห้าม เช่น โทรศัพท์มือถือ ซิมการ์ดโทรศัพท์และยาเสพติดเข้าเรือนจำ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ผู้คุมพบว่าขณะนี้ราคาจำหน่ายโทรศัพท์มือถือทุกชนิดในเรือนจำปรับเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะโทรศัพท์ระบบสมาร์ทโฟนจะมีราคาตั้งแต่ 300,000-1,000,000 บาท