
'สุเทพ'โวมวลชนแน่น-'นปช.'ท้าลงนามฝัง'นิรโทษ'
'สุเทพ'เผยคืนนี้มวลชนมาเต็มพื้นที่แน่นอน ด้าน'นปช.'ท้า'ปชป.'ลงนามเอ็มโอยูฝัง'กม.นิรโทษ'ไม่นำเข้าสภาอีก ลั่นแดงชุมนุมใหญ่ป้อง'รบ.'
11 พ.ย.56 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มต่อต้านกฎหมายนิรโทษกรรม ที่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน มีประชาชนมาร่วมชุมนุมกันอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะแกนนำผู้ชุมนุม ได้ขึ้นเวทีชี้แจงแนวทางและกิจกรรมการชุมนุมในวันนี้ และขอให้ผู้ชุมนุมที่เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เปิดทางและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ชุมนุมกลุ่มกองทัพธรรม กองทัพประชาชน และเครือข่ายประชาชน 77 จังหวัด ที่เดินจากสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ผ่านพื้นที่การชุมนุมเวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ผ่านด้านซ้ายของหน้าเวที ตลอดฝั่งถนนราชดำเนินกลาง เพื่อมุ่งหน้าสู่กระทรวงกลาโหมไปแสดงสัญลักษณ์ และปฏิบัติภารกิจสำคัญเกี่ยวกับการทวงคืนปราสาทพระวิหาร โดยช่วงที่กลุ่มกองทัพธรรม เดินผ่านเข้ามาทางกลุ่มผู้ชุมนุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ทั้งสองกลุ่มได้มีการปรบมือ ทักทาย และเป่านกหวีดให้กำลังใจซึ่งกันและกันตลอดเส้นทาง ทั้งนี้ นายสุเทพได้เชื้อเชิญกลุ่มกองทัพธรรมหากปฏิบัติภารกิจเสร็จสามารถมาพักรับประทานอาหารที่เต้นท์ของกลุ่มราชดำเนินได้
นายสุเทพ ได้ประกาศเตือนผู้เข้าร่วมชุมนุมว่า ห้ามรับอาหาร น้ำดื่ม รวมถึงยารักษาโรค จากบุคคลที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ เพราะเมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา มีผู้ประสงค์ร้ายนำอาหารมาแจกจ่าย รวมถึงยาและเครื่องดื่ม ทำให้ประชาชนมีอาการท้องเสียไปหลายราย รวมถึงขอให้มีการสอดส่องดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพราะเชื่อว่า วันนี้จะมีผู้ชุมนุมทยอยเดินทางมามากขึ้น รวมทั้งมีการปิดเส้นทางตั้งแต่แยกสะพานผ่านฟ้าลีลาศถึงแยกคอกวัว จึงทำให้การจราจรค่อนข้างติดขัดเล็กน้อย
จากนั้นเวลา 09.50 น. นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า กลุ่มกองทัพธรรมได้ประสานงานกับทางกลุ่มว่า จะนำผู้ชุมนุมเดินผ่านถนนราชดำเนินเพื่อไปยังกระทรวงกลาโหม จึงรีบเดินทางมายังเวทีเพื่อจัดการทำให้พื้นที่ถนนกว้าง และให้กองทัพประชาชนเดินผ่านไปได้ และในการเดินทางกลับก็ได้สั่งทีมงานให้สนับสนุนน้ำ และอาหารกับกลุ่มดังกล่าว เพราะมีแนวทางการต่อสู้ที่เหมือนกัน ส่วนที่กลุ่มนักธุรกิจ นัดชุมนุมกันในช่วง 11.00 น.นั้น ไม่เกี่ยวกับการชุมนุมที่ราชดำเนิน ทั้งนี้ เห็นว่าไม่จำเป็นต้องเดินทางมารวมกัน เพราะไม่มีสถานที่ชุมนุมที่เพียงพอ แต่ถ้าอยากมาถนนราชดำเนินก็จะต้อนรับเป็นอย่างดี คิดว่า คืนนี้ประชาชนจะเข้าร่วมชุมนุมเต็มพื้นที่ ส่วนการประชุมของกลุ่มวุฒิสภาในวันนี้นั้น คิดว่าสมาชิกวุฒิสภา จะแสดงความเห็นได้โดยอิสระ ซึ่งพวกตนไม่ใช่รัฐบาลที่จะเข้าไปก้าวก่ายได้
นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ส่วนที่แกนนำนปช.ประกาศให้มวลชนเตรียมพร้อม 12 ชั่วโมง ให้ออกมาปกป้องรัฐบาลนั้น เมื่อได้ตัดสินใจต่อสู้แล้ว ก็ไม่มีอะไรที่ต้องห่วงและกังวล ซึ่งท่าทางของกลุ่มนปช.และพฤติกรรมของรัฐบาลนั้น เป็นการท้าทายประชาชนไม่แยแสความคิดประชาชน ต้องการเอาชนะ มีเล่ห์เหลี่ยม จะถอยและยอมแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ถอยและไม่ยอม กลับคิดสู้เอาคนเสื้อแดงมาต่อสู้ ทั้งนี้ไม่ห่วงว่าจะมีการปะทะกัน เพราะการชุมนุมที่ราชดำเนินจะอยู่กับที่ ไม่มีการนำผู้ชุมนุมไปปะทะใครหรือตีกับตำรวจและเจ้าหน้าที่ แต่หากคนเสื้อแดงจะบุกมาหาทางกลุ่ม ก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องปกป้องผู้ชุมนุม และหากไม่ปกป้องผู้ชุมนุมยืนยันว่า จะเล่นงานตำรวจในภายหลัง
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยว่า นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกเวทีหยุดกฎหมายล้างผิด กล่าวถึงกระแสข่าวที่ระบุว่า แกนนำผู้ชุมนุมต่อต้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ได้สั่งการให้ปิดเส้นทางถนน เส้นทางรถไฟฟ้า ปิดสนามบิน หรือล้อมสถานที่ราชการต่างๆ ว่า ไม่เป็นความจริง ขอให้ประชาชนที่จะมาร่วมชุมนุมกับทางกลุ่มอย่าหวั่นไหวกับข่าวลือที่ออกมา และขอยืนยันว่า วันนี้จะยืนยันปักหลักชุมนุมอยู่ที่เวทีอนุสาวรีย์ฯ เช่นเดิม จนถึงเวลา 18.00 น. ยืนยันว่า ชุมนุมดังกล่าวเป็นการชุมนุมที่ถูกต้องตามกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ เป็นการต่อสู้ด้วยสันติวิธี และวันนี้เวทีจะเป็นไปด้วยความเข้มข้น โดยทางกลุ่มจะรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ชุมนุมเป็นอย่างดี อีกทั้ง ขอยืนยันว่า ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมจะต้องตายจากสภาฯ ไปในเวลา 18.00 น.
นายเอกนัฏ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า กลุ่มผู้ชุมนุมทำผิดกฎหมายนั้น ขอให้นายธาริต หยุดพฤติกรรมใส่ร้ายประชาชน เพื่อที่จะเอาใจรัฐบาล เพราะการชุมนุมครั้งนี้เป็นการชุมนุมที่ถูกต้องตามกฎหมาย และพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) รวมถึงโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้ยืนยันว่า เป็นการชุมนุมที่ถูกต้องตามกฎหมายแล้ว จึงขอให้นายธาริต หยุดพฤติกรรมการใส่ร้ายประชาชน เมื่อถามว่า หลังจากเวลา 18.00 น. จะมีการเคลื่อนไหวหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ขอให้ดูการปราศรัยบนเวที และขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของศาลประชาชน
"นปช."ท้า"เทพเทือก-มาร์ค"ลงนามเอ็มโอยูฝัง"กม.นิรโทษ"ไม่นำเข้าสภาอีก
พ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในฐานะแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยร่วมขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดเผยว่า ขอท้าให้นายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) กับพรรคเพื่อไทย(พท.) และนปช. เพื่อยืนยันว่า รัฐบาลนำโดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะไม่นำร่างพ.ร.บ.กฎหมายนิรโทษกรรม เข้าสู่การพิจารณาในระบบรัฐสภาอีกต่อไป เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจและต้องการให้การชุมนุมของกลุ่มคนพรรคประชาธิปัตย์ หรือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ยุติลง และขณะนี้ถือว่า เงื่อนไขการชุมนุมทุกอย่างจบลงแล้ว จึงไม่ควรยื้อการชุมนุมอีกต่อไป
"เชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ ยังจะจัดการชุมนุมยืดเยื้ออีกต่อไป เพื่อต้องการขัดขวางไม่ให้รัฐบาลบริหารประเทศ ซึ่งถือเป็นการบีบคั้นและกดดันทางการเมืองให้นายกรัฐมนตรียุบสภาหรือลาออก พร้อม ๆ กับต้องการสร้างสถานการณ์ไม่ให้มีการบังคับใช้กฎหมายในประเทศจนประเทศไทยกลายเป็นรัฐที่ไร้ขื่อแป และที่สำคัญพรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้กองทัพออกมาปฏิวัติรัฐประหาร โดยฉกฉวยโอกาสจากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมือง เพราะทราบดีว่า หากนายสุเทพ และนายอภิสิทธิ์ มีความผิดในการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง บริเวณราชประสงค์ ทางกองทัพย่อมมีความผิดฐานรับคำสั่งไปด้วย แต่คนเสื้อแดงยังมั่นใจว่า กองทัพไม่ออกมาอย่างแน่นอน ดังนั้น เมื่อทิศทางเป็นเช่นนั้นทางกลุ่มคนเสื้อแดงจำเป็นต้องออกมาแสดงพลังทั่วประเทศ" พ.ต.ต.เสงี่ยม กล่าว
พ.ต.ต.เสงี่ยม กล่าวต่อว่า ในนามแกนนำคนเสื้อแดงขอยืนยันว่า กลุ่มคนเสื้อแดงจะไม่ชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพมหานครเด็ดขาด เพราะต้องการหลีกเลี่ยงการปะทะ และไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ประชาชนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องสูญเสียจนนำไปสู่สงครามกลางเมือง แต่จะชุมนุมเพื่อแสดงพลังปกป้องรัฐบาลในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ถือเป็นภาคที่มีฐานมวลชนสำคัญของพรรคและคนเสื้อแดง โดยวันนี้ ที่จังหวัดขอนแก่น วันที่ 12 พ.ย.นี้ สนามกีฬา 700 ปี จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 13 พ.ย.ที่จังหวัดอุดรธานี และวันที่ 14 พ.ย.ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยจะมีแกนนำคนสำคัญร่วมอย่างคับคั่ง เช่น นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นต้น



