
'แม่หมอนิ่ม'รับจ้างฆ่า'เอ็กซ์'จริง
'แม่หมอนิ่ม' พบ 'ปวีณา' รับจ้างฆ่า 'เอ็กซ์-จักรกฤษณ์' จริง แค้นซ้อมลูกสาวนานกว่า 6 ปี ยันทำคนเดียว ด้าน 'หมอนิ่ม' ปฏิเสธไม่ได้หวังสมบัติ ตร.ให้ประกันตัวแล้ว
11 พ.ย.56 พญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ หรือหมอนิ่ม ภรรยาของนายจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม หรือเอ็กซ์ อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย และนางสุรางค์ ดวงจินดา มารดาของพญ.นิธิวดี ได้เข้าพบนางปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นของมนุษย์ เพื่อขอโทษและขอบคุณที่นางปวีณาเคยช่วยเหลือครอบครัวเรื่องคดีความ พร้อมประสานให้พาเข้ามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหาในคดีจ้างวานฆ่านายจักรกฤษณ์ ตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ตามที่นางสาววรพรรณภูรี หรือ แหม่ม มนตรีอารีกุล ซึ่งถูกจับกุมได้ก่อนหน้านี้ ให้การอ้างว่านางสุรางค์ มาขอความช่วยเหลือให้ติดต่อมือปืน ผ่านทางนายสันติ ทองเสน หรือ ทนายอี้ด ที่ยังหลบหนีจัดหามือปืนไปลอบยิงนายจักรกฤษณ์
ขณะที่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี นำหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี มาแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมสอบปากคำนางสุรางค์ และพญ.นิธิวดี ในความผิดฐานร่วมกันใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน โดยหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะควบคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติม ที่สถานีตำรวจมีนบุรี และไม่คัดค้านการประกันตัว
นางสุรางค์ ยอมรับในสิ่งที่ได้กระทำไปทั้งหมด โดยสาเหตุเกิดจากทนไม่ได้ที่ลูกสาวถูกนายจักรกฤษณ์ ทำร้ายมาตลอด 6 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะพยายามให้โอกาสนายจักกฤษณ์ หลังจากพ้นโทษในคดีทำร้ายร่างกายครั้งล่าสุด แต่นายจักรกฤษณ์ก็ยังคงทำร้ายลูกสาวและหลานอยู่ตลอดเวลา ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้ยืนยันว่าลูกสาวไม่มีส่วนรู้เห็นกับการจัดหามือปืนมายิงนายจักรกฤษณ์ แต่ทั้งหมดที่ทำลงไปเกิดจากความรักที่มีต่อลูก
ขณะที่ พญ.นิธิวดี ยืนยันว่าตนเองไม่เคยคบชู้และหวังสมบัติของสามีที่เคยปรากฎเป็นข่าว ส่วนการที่มารดากระทำเรื่องนี้ก็ไม่เคยเล่าให้ฟังมาก่อน แต่มาวันนี้หากสามารถรับผิดแทนมารดาได้ ก็พร้อมที่จะรับโทษแทน เพราะทำให้รู้แล้วความรักของแม่ยิ่งใหญ่แค่ไหน และอยากฝากถึงผู้ชายทุกคนที่มีครอบครัวว่าไม่ควรใช้ความรุนแรงเพราะที่ครอบครัวต้องจบลงในวันนี้ก็มีสาเหตุมาจากความรุนแรงทั้งหมด ทั้งนี้ภายหลังการแถลงข่าวเปิดใจ พญ.นิธิวดี ได้ก้มกราบมารดาพร้อมกับกล่าวขอโทษ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไปยัง สน.มีนบุรี ทันที
นอกจากนี้ ในวันนี้นายมานพ และนางบุญคิด พณิชย์ผาติกรรม บิดาและมารดาของนายจักรกฤษณ์ ได้เดินทางเข้าพบนางปวีณาด้วยเช่นกัน โดยระบุว่าคดีนี้ปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ใครผิดก็ว่าไปตามผิด แต่ที่ผ่านมาไม่คิดว่าคนใกล้ตัวจะกระทำ และในส่วนของบิดาของนายจักกฤษณ์ไม่ขอให้อภัยในสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมขอบคุณนางปวีณาที่ให้การช่วยเหลือครอบครัวมาโดยตลอด
'หมอนิ่ม-แม่' มอบตัว ตร.แยกสอบสวน เปิดช่องให้ประกันคนละ 5 แสน
ที่สน.มีนบุรี เมื่อเวลา 11.50 น. วันนี้ (11 พ.ย.) พ.ต.อ.เอก เอกศาสตร์ รอง ผบก.น.3 ,พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนหญิง ควบคุมตัวพญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ หรือหมอนิ่ม และนางสุรางค์ ดวงจินดา มารดา มาสอบสวนที่ สน.มีนบุรี เมื่อมาถึงเจ้าหน้าที่นำเข้าไปที่ห้องประชุมชั้นล่าง เพื่อรอทีมทนายความหมอนิ่มมาร่วมทำการสอบสวน โดยมีพ.ต.อ.เอก เอกศาสตร์ รอง ผบก.น.3 สั่งการให้พ.ต.ท.บุญเยี่ยม กันเกตุ พงส.ผนพ.สน.มีนบุรี หัวหน้าทีมสอบสวน พ.ต.ท.ประดิษฐ์ ทะประสิทธิ์จิตต์ พงส.ผนพ.พร้อมพนักงานสอบสวนหญิง นำหมอนิ่ม และมารดา ออกจากห้องประชุมไปแยกกันสอบปากคำที่ห้องพนักงานสอบสวนชั้น 3 สน.มีนบุรี
ระหว่างที่เดินออกจากห้องประชุมขึ้นไปห้องสอบสวน ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามหมอนิ่มว่าให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ หมอนิ่มหันไปมองทนายความก่อนเดินเลี่ยงออกไปโดยไม่ตอบคำถามสื่อมวลชน
ด้าน พ.ต.อ.เอก เอกศาสตร์ รอง ผบก.น.3 กล่าวว่า หลังจากที่พนักงานสอบสวนเดินทางไปรับมอบตัวพญ.นิธิวดีและนางสุรางค์ มารดาแล้ว พนักงานสอบสวนสน.มีนบุรีจะนำไปสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งจากคำให้การในเบื้องต้นนางสุรางค์ มารดาหมอนิ่ม ให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้จ้างวานให้เจ๊แหม่ม จัดหามือปืนมาสังหารนายจักรกฤษณ์จริง เพราะทนเห็นลูกสาวเจ็บช้ำน้ำใจมานาน ส่วนหมอนิ่ม ยังให้การปฏิเสธ ชึ่งการให้การครั้งนี้ทางผู้ต้องหายังไม่ได้ให้การรับสารภาพกับพนักงานสอบสวนซึ่งจะต้องสอบปากคำลงในสำนวนการสอบสวน
พ.ต.อ.เอก กล่าว ส่วนเรื่องการยื่นขอประกันตัวนางสุรางค์ เนื่องจากป่วยเป็นโรคหัวใจ ทางเจ้าหน้าที่ได้ตั้งวงเงินประกันไว้เป็นเงินสดคนละ 5 แสนบาท โดยทางพนักงานสอบสวนจะพิจารณาร่วมกันหลายฝ่ายตามข้อกำหนดว่าจะมีพฤติกรรมหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหรือไม่ ซึ่งจะต้องให้เสร็จสิ้นการสอบปากคำเสียก่อน หากได้รับการประกันตัว ทางตำรวจจะทำหนังสือส่งไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อส่งให้ด่านชายแดนป้องกันการหลบหนีออกนอกประเทศ
"ส่วนทนายอี๊ด หรือนายสันติ ผู้จัดหามือปืนและคนขับจักรยานยนต์ให้มือปืน ยังไม่ได้รับการติดต่อเข้ามอบตัวแต่ทางชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่กดดันไว้ตามแหล่งกบดานแล้ว หากทนแรงกดดันไม่ไหวคงขอเข้ามอบตัว ในส่วนของสำนวนการสอบสวนตอนนี้ก็คืบหน้าไปมากแล้ว ให้พนักงานสอบสวนสน.มีนบุรีรวบรวมสำนวนและพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว ส่วนข้อถามที่ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบเส้นทางทางการเงินของกลุ่มผู้จ้างวานและผู้ต้องหา ขณะนี้กำลังตรวจสอบหากพาดพิงถึงใครคงต้องแจ้งข้อกล่าวหาไปตามพยานหลักฐาน" พ.ต.อ.เอก กล่าว
ส่วนทางด้าน นางวรพรรณภูรี มนตรีอารีกุล หรือ เจ๊แหม่ม ผู้รับงานมาจากผู้จ้างวาน และติดต่อทนายอี๊ดให้จัดหามือปืน ถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องควบคุมสน.มีนบุรี ตั้งแต่เมื่อวานนี้ หลังจากที่หมอนิ่มและมารดา เดินทางมาถึงสน.มีนบุรี พนักงานสอบสวนสน.มีนบุรีได้เบิกตัวเจ๊แหม่ม ไปสอบปากคำเพิ่มเติมแยกกันทั้ง 3 คน โดยนางวรพรรณภูรี ยังไม่ได้นำตัวไปฝากขัง อยู่ในระหว่างการดำเนินการยื่นประกันตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่นำตัวพญ.นิธิวดี ภู่เจริญยศ หรือ หมอนิ่ม และนางสุรางค์ ดวงจินดา มารดาทางพ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี ได้สั่งการให้หน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่มไทร นำรถพยาบาลมาเตรียมพร้อมอยู่ข้างสน.มีนบุรี เพราะเกรงว่านางสุรางค์ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้วรวมถึงหมอนิ่ม หากถูกสอบสวนมากอาจเกิดอาการเครียดจนซีอคได้ จึงเตรียมพร้อมไว้เพื่อป้องกันเหตุที่ไม่คาดคิดได้
ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. พญ.นิธิวดี ให้สัมภาษณ์เปิดใจว่า เรื่องคดีตอนนี้ยังไม่ขอพูดถึงให้เป็นหน้าที่ของตำรวจยังบอกไม่ได้ว่าจะรับหรือปฏิเสธข้อกล่าวหา เรื่องการประกันตัวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่มีการแจ้งมาให้ทราบ ต้องรอการพิจารณาของตำรวจ
ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อรู้ว่าแม่บงการรู้สึกอย่างไร พญ.นิธิวดี กล่าวว่า เข้าใจแม่ ตัวเองก็เป็นแม่คนแล้วเหมือนกัน คนที่รักเราที่สุดในชีวิตคือแม่ ตนเองทำผิดกับแม่มาตลอด จนวันนี้แม่ต้องมาทำผิดเพราะตนเอง เป็นเรื่องที่สะเทือนใจและจะไม่ทำให้แม่ร้องให้อีกแล้วในชีวิต
ถามว่าจะตอบลูกอย่างไรที่ต้องสูญเสียพ่อไปด้วยฝีมือยายของตนเอง หมอนิ่ม กล่าวว่า ทุกคนมีเหตุผล ลูกดิฉันเลี้ยงมาให้โตด้วยความรัก ปัจจุบันตนเองยังสอนว่าพ่อเป็นคนดี แต่ตัวลูกเองก็รู้ว่าพ่อมีข้อเสียอะไร ลูกคนโตรู้ ไม่ใช่ไม่รู้ ทั้งนี้ทั้งนั้นมันอยู่ที่เราสอนเขาว่าจะให้มองสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผลกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในบั้นปลายชีวิตของแม่หากต้องไปอยู่ในคุก จะรู้สึกอย่างไร หมอนิ่ม กล่าวว่า หมอเองคงไม่รู้สึกสบายใจ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ดุลพินิจของความยุติธรรมที่คุณแม่จะได้คืออะไร เราจะรู้คำตอบอีกไม่นาน
ผู้สื่อข่าวถามถึงสาเหตุที่แม่ต้องตัดสินใจทำแบบนี้เพราะความรุนแรงที่คุณเอ็กซ์ได้ทำต่อหมอ หมอนิ่ม กล่าวว่า พี่เอ็กซ์ใช้ความรุนแรงมาโดยตลอดและมากขึ้นเรื่อยๆ แม่ทนไม่ได้ แม่เจ็บกว่าเรามาก แม่เห็นอยู่เป็นประจำ ยิ่งโดยเฉพาะเมื่อท้องคนที่ 3 พี่เอ็กซ์ก็ทราบว่าดิฉันท้องอยู่ แต่ก็ยังทำร้าย คนเป็นแม่จะรู้สึกอย่างไร ดิฉันแท้งลูก แม่ดิฉันเจ็บกว่าดิฉันมาก โดยพี่เอ็กซ์ได้ชกที่ท้องหลายครั้งตอนที่ท้อง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แท้งร่วมกับสาเหตุอื่นๆมาประกอบ
“ตอนนี้เมื่อลูกยังถามหาพ่ออยู่ ฉันให้เหตุผลกับลูกไปว่า เขาจำได้ว่าเขามีน้องอีกคนอยู่ในท้อง และน้องเสียชีวิตไป เขารู้ว่าน้องอยู่บนสวรรค์ ดิฉันบอกลูกว่าปาป๋าไปอยู่เป็นเพื่อนน้องบนสวรรค์ น้องอยู่คนเดียวน้องเหงา ให้ปาป๋าไปอยู่เป็นเพื่อนน้องนะลูก” หมอนิ่ม กล่าว
หมอนิ่ม กล่าวอีกว่า ตนเองเพิ่งรู้ว่าแม่เป็นคนบงการฆ่าพี่เอ็กซ์ เมื่อไม่นาน ตอนงานศพตนเองก็ยังไม่ทราบ ขอไม่พูดเรื่องคดี พูดได้แค่นี้ และไม่เป็นความจริงที่หลังงานศพไม่ได้พบครอบครัวพี่เอ็กซ์ พ่อพี่เอ็กซ์มาหาที่บ้าน 3-4 ครั้ง มาเล่นกับหลาน ไม่เป็นความจริง ดิฉันไม่เคยกีดกั้นไม่ได้ใครไม่มา แต่ตามปกติแล้ว น้องชมเองไม่เคยไปบ้านก๊งกับม่าเลยตั้งแต่ตอนเด็กๆเคยไปครั้งเดียว รวมทั้งบ้านแม่ของดิฉันด้วย ไม่แปลกที่ดิฉันไม่ได้พาลูกไปหาปู่กับย่า แต่โดยปกติปู่กับย่ามาหาตลอดขอชี้แจงด้วยความเป็นจริง
ผู้สื่อข่าวถามว่าแต่พ่อของเอ็กซ์บอกว่าตั้งแต่เสร็จงานศพหมอนิ่มไม่เคยโทรไปคุยเลย หมอนิ่ม กล่าวว่า ไม่นะคะ ดิฉันโทร ในขณะที่ม่าต่างหากที่ไม่เคยโทรมาถามดิฉันเลยว่ารู้สึกอย่างไร และไม่เคยถามถึงหลานเลยสักครั้งบอกว่ารักหลาน แต่ไม่เคยซื้อขนมให้สักอย่าง ของเล่นก็ไม่เคยซื้อให้สักชิ้น ถ้าเป็นคนปกติเขารักและห่วงหลานมันต้องมีบ้างแต่นี้ไม่เคย
เมื่อถามว่าหมอนิ่มต้องการสมบัติของคุณเอ็กซ์ หมอนิ่ม กล่าวว่า ขอบอกอย่างเต็มที่ว่าสมบัติที่หาด้วยกันมา ดิฉันทำกิจการ ทำคลินิก เงินทุกบาททุกสตางค์ได้มาจากดิฉัน พี่เอ็กซ์เป็นนักกีฬายิงปืนเป็นข้าราชการลองคิดเอาว่าทรัพย์สินที่ได้มาใครเป็นคนหา ส่วนของในเซฟก็บอกแล้วว่าเอาแต่ทรัพย์สินส่วนตัวมา เป็นสร้อย แหวน พระ เล็กๆ น้อยๆ ไม่ถึง 60 ล้านหรอก พี่เอ็กซ์เป็นคนพูดเองทั้งนั้นว่าของราคาเท่าไหร่ ใครก็พูดได้ เงินสดก็ไม่มีในเซฟ
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสหมอนิ่มปันใจให้คนอื่นจนทำให้คุณเอ็กซ์หึงหวง หมอนิ่ม กล่าวว่า พี่เอ็กซ์มีภาวะอย่างหนึ่งคือหวาดระแวงตลอด ดิฉันไม่เคยมีคนอื่นสักครั้ง
ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าหมอนิ่มและคุณแม่ต้องไปอยู่เรือนจำแล้วลูกๆจะอยู่อย่างไร หมอนิ่ม กล่าวว่า ประเด็นนี้ยังไม่สามารถตอบได้เพราะเป็นเรื่องของคดีความ ตอนนี้ยังไม่ทำอะไรทั้งนั้น ให้ถึงเวลาก่อนและเรื่องนี้จะได้ตอบกันอีกที
ผู้สื่อข่าวถามว่า ความรุนแรงที่ผ่านมาที่คุณเอ็กซ์ใช้กับหมอนิ่มเป็นอย่างไรบ้าง หมอนิ่มกล่าวว่า รายละเอียดตั้งแต่คดีเก่า แม่ของพี่เอ็กซ์เองก็เป็นคนออกมากับดิฉันเพื่อจะมาแจ้งความจับพี่เอ็กซ์เอง เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีมูลความจริงแม่ของพี่เอ็กซ์เองคงไม่ทำเช่นนั้น หลักฐานรูปก็ยังมีอยู่
“ถึงตอนนี้ตนเองยืนยันว่าเข้าใจในการกระทำของคุณแม่ และเสียใจถ้ารู้ก็คงไม่ให้ทำ เพราะกลัวว่าคุณแม่จะได้รับโทษ“ หมอนิ่ม กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยคุยเรื่องเลิกไหมกัน หมอนิ่มกล่าวว่า ไม่เคยคุยกัน และแยกบ้านกันอยู่ตั้งพี่เอ็กซ์โดนปล่อยตัวออกมา ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีการไกล่เกลี่ยเพราะพี่เอ็กซ์เป็นคนไม่เกรงใจใคร ไม่มีใครกล้าพูด ถ้าพูดไปดิฉันอาจโดนหนักกว่าที่โดนอยู่แล้ว ไม่มีใครกล้าพูดเลยสักคน แม่เห็นพี่เอ็กซ์ทำเราอยู่ทุกครั้งเรื่องที่สะเทือนใจคุณแม่มากที่สุดคือเรื่องที่แท้งลูก
"ที่สำคัญคือสื่อทุกที่บอกว่าพี่เอ็กซ์รักลูก แต่ความเป็นจริงลูกแค่ทำตัวไม่ถูกใจพี่เอ็กซ์ ไม้ขนาดนิ้วก้อยพี่เอ็กซ์ตีซะไม้หักทั้งที่ลูกเพิ่ง 3 ขวบ ถ้าคนที่รักลูกจริงๆจะทำแบบนี้ไหม หรือคนที่มีภาวะจิตใจปกติจะทำแบบนี้ไหม แต่เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วเรื่องร้ายๆของพี่เขาก็อย่าพูดถึงเลย พี่เขาก็ตายไปแล้ว" หมอนิ่ม กล่าว
ตำรวจให้ประกันตัว 'หมอนิ่ม-แม่'
เมื่อเวลา 18.30 น. พ.ต.อ.เอก เอกศาสตร์ รอง ผบก.น.3 เปิดเผยว่า พ.ต.อ.สราวุธ จินดาคำ ผกก.สน.มีนบุรี ได้เซ็นต์อนุมัติอนุญาตให้นางสุรางค์ พญ.นิธิวดี และน.ส.วรพรรณภูรี ได้รับการประกันตัวในชั้นพนักงานงานสอบสวน โดยนางสุรางค์ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 5 แสนบาท น.ส.วรพรรณภูรีเป็นเงินสด 5 แสนบาท ส่วนพญ.นิธิวดี ใช้โฉนดที่ดินจำนวน 1 แปลง ย่านมีนบุรี ซึ่งตีประมาณราคาประมาณ 1 ล้านบาท โดยเหตุผลเจ้าหน้าที่ตำรวจวิเคราะห์เห็นสมควรอนุมัติให้ประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีเจตนาหลบหนี และเข้ามอบตัวเอง ซึ่งจากการสอบประวัติไม่เคยทำความผิด หรือเนผู้มีอิทธิพลใดๆ ขณะเดียวกันถ้าหาจะเดินทางออกนอกประเทศด้วยเหตุผลต่างๆต้องทำเรื่องขออนุญาต จากพนักงานสอบสวนสน.มีนบุรี พนักงานสอบสวนได้ทำเรื่องอายัดไว้ที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสีหน้าผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เคร่งเครียดแต่ผ่อนคลายขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจอนุญาตให้ประกันตัว



