
เกษียณอายุ
ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : เกษียณอายุ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ
การเกษียณอายุหมายถึงการหยุดทำงานประจำลงโดยสิ้นเชิง ส่วนใหญ่จะใช้กับคนที่ทำงานกินเงินเดือน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือพนักงานในบริษัทเอกชนก็ตาม อายุที่กำหนดให้คนต้องเลิกราจากการทำงานประจำไปพักผ่อน ส่วนมากเห็นพ้องต้องกันที่เมื่อคนผู้นั้นมีอายุครบ 60 ปี เพราะเห็นว่าสภาพร่างกายก็ดูชราภาพลงไป ความคิดความอ่านและการตัดสินใจก็เชื่องช้าลงไป
ราวสัก 20 ปีที่ผ่านมา เมื่อเศรษฐกิจของโลกหดตัวลงอย่างรุนแรง เกิดมีแนวคิดที่จะทำการปรับลดขนาดองค์กรให้เล็กลง ลดค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อให้องค์กรอยู่รอด ครั้งนั้นพนักงานขององค์กรที่มีอายุเกิน 55 ปี ถูกมองว่าเป็นคนจำพวกไม้แก่ยืนต้นตายซาก คือเงินเดือนสูงแต่ทำประโยชน์ให้องค์กรได้น้อยลง อายุของการเกษียณจึงถูกหลายองค์กรในหลายประเทศปรับแก้กันเสียใหม่ ให้คนที่มีอายุ 55 ปีกลายเป็นคนที่ต้องถูกปรับออกไป และกลายเป็นที่มาของโครงการ “เกษียณก่อนกำหนด หรือ Early retire” ในหลายองค์กร รวมทั้งระบบราชการไทยด้วย
แต่หลังจากนั้นไม่นาน หน่วยงานราชการภาคธุรกิจหลายแห่งพบว่า การปรับให้คนออกจากงานตั้งแต่อายุเพียงแค่ 55 ปี และคนที่เข้าโครงการเกษียณก่อนครบกำหนดอายุ กลับสร้างปัญหาใหญ่ตามมาอย่างมาก เพราะคนที่มีความรู้ความสามารถทำงานได้ดี มีหน่วยงานและองค์กรอื่นต้องการเอาตัวไปร่วมงานด้วย
กลายเป็นกลุ่มคนที่เข้าโครงการดังกล่าวด้วยความสมัครใจ เพื่อที่ได้รับเงินบำเหน็จก้อนใหญ่ และไปรับเงินเดือนยังที่ทำงานใหม่ ซึ่งได้มากขึ้นกว่าเดิม หรือแม้แต่คนที่ต้องเกษียณอายุไปในวัย 55 ปี ตามที่มีการปรับเปลี่ยนใหม่ก็เช่นเดียวกัน กลายเป็นบุคลากรที่เคยมีคุณค่าขององค์กร แต่ไปเติมหางต่อปีกให้คู่ต่อสู้มีความแข็งแกร่งมากขึ้นก็หลายราย
เมื่อหลายแห่งพบปัญหาดังกล่าวก็เริ่มกลับมาปรับ ให้การเกษียณอายุกลับมาอยู่ที่ 60 ปีอีกครั้งหนึ่ง แต่ด้วยความก้าวหน้าทางด้านสุขอนามัยทำให้คนอายุ 60 ปีในปัจจุบันนี้ เป็นคนที่ยังมีร่างกายแข็งแรงกระฉับกระเฉงและมีสมองที่ยังสามารถใช้งานได้เต็มที่ การเลิกจ้างหรือไม่สามารถใช้งานคนเหล่านั้นได้ จึงกลายเป็นการสูญเสียทรัพยากรบุคคลไปอย่างน่าเสียดายอีกครั้งหนึ่ง
องค์กรธุรกิจของเอกชนจึงขยายเวลาการจ้างบุคลากรผู้สูงอายุออกไปอีก บางแห่งก็กำหนดอายุการเลิกจ้างให้สูงขึ้นโดยมีเงื่อนไข บางแห่งก็ให้เป็นไปตามความสมัครใจของผู้สูงอายุรายนั้นๆ อย่างน้อยก็เก็บไว้ในตำแหน่งลอยๆ สักระยะหนึ่ง รอจนผู้สูงอายุรายนั้นหมดไฟแล้ว จึงค่อยปล่อยตัวออกไป เพื่อไม่ให้ไปเป็นกำลังสำคัญของคู่แข่งทางธุรกิจได้
อายุของคนปัจจุบันนี้จึงเป็นเพียงตัวเลขอย่างที่มีการพูดกัน ผลงานและประวัติการทำงานที่ผ่านมาจึงจะเป็นตัวชี้วัดว่าใครจะเป็นขิงแก่ที่ยังคงความเผ็ดร้อนสามารถใช้งานได้ หรือจะกลายเป็นไม้แก่ที่ยืนต้นตายซากไร้คุณค่า องค์กรหรือผู้บริหารระดับสูงขององค์กรใดตัดสินใจผิดพลาด ในเรื่องของการเลือกคัดคนวัยเกษียณอายุไว้ใช้งาน องค์กรนั้นก็อาจจะตกอยู่ในภาวะเพลี่ยงพล้ำให้แก่คู่แข่งได้ไม่ยากครับ
-------------------------
(ขมน้ำตาล หวานบอระเพ็ด : เกษียณอายุ : โดย...พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ)



