ข่าว

'ไห่เยี่ยน'พัดขึ้นฝั่งเวียดนามแล้ว!

'ไห่เยี่ยน'พัดขึ้นฝั่งเวียดนามแล้ว!

11 พ.ย. 2556

พายุไห่เยี่ยนที่อ่อนกำลังเป็นโซนร้อนพัดขึ้นฝั่งเวียดนามแล้ว ขณะที่'ฟิลิปปินส์'เสียหายยับ!ประชาชนดับพุ่งหมื่นราย

               11 พ.ย.56 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พายุไห่เยี่ยนที่อ่อนกำลังลงจากระดับไต้ฝุ่นเป็นพายุโซนร้อน พัดขึ้นฝั่งในภาคเหนือของเวียดนามเช้าวันนี้ และทางการได้อพยพประชาชนเกือบ 6 แสนคนออกจากพื้นที่เสี่ยง เพื่อลดความสูญเสีย หลังพายุอาจคร่าชีวิตประชาชนในฟิลิปปินส์ถึง 10,000 คน

               ทั้งนี้ พายุไต้ฝุ่น ไห่เยี่ยน ที่มีความเร็วลมเฉลี่ยลดลงเหลือเพียง 120 กม./ชม พัดขึ้นฝั่งในจังหวัดกว่างนิญ ทางภาคเหนือของเวียดนามเมื่อเวลา ตี 5 ตามเวลาท้องถิ่น และกำลังเคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่ภาคใต้ของจีน โดยคาดว่า จะอ่อนกำลังลงอีกเป็นพายุดีเปรสชั่นภายในวันนี้ จุดที่พายุขึ้นฝั่งใกล้กับอ่าวฮาลอง แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของเวียดนาม

               รายงานยังระบุว่า ทางการได้อพยพประชาชนเกือบ 6 แสนคนในหลายจังหวัดทางภาคกลางที่เดิมคาดว่า พายุจะพัดขึ้นฝั่ง แต่พายุกลับเปลี่ยนทิศทางไปทางภาคเหนือ เรือประมงถูกเรียกกลับเข้าฝั่ง และเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวทั้งในประเทศและระหว่างประเทศถูกยกเลิก โรงเรียนหลายแห่งงดการเรียนการสอนในวันนี้

               เบื้องต้นมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 คนในบางจังหวัดทางภาคกลางตั้งแต่สุดสัปดาห์ เนื่องจากประสบอุบัติเหตุขณะพยายามเสริมหลังคาและประตูหน้าต่างให้แข็งแรงเพื่อรับมือกับลมกระโชกแรง หรืออุบัติเหตุจากการจราจร

               อย่างไรก็ตาม พายุยังทำให้เกิดลมกระโชกแรงและคลื่นสูงในจังหวัดนามดิ่ญ และและฝนตกหนักในเมืองไฮฟองและจังหวัดกว่างนิญ นอกจากนี้หลายจังหวัดเกิดไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง และคาดว่า จะเกิดน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างอาจรวมถึงกรุงฮานอย เมืองหลวง ทำให้มีประชาชนในกรุงฮานอยแห่กักตุนสินค้า

 

               


ปินส์ยับ!ไห่เยี่ยนถล่มปชช.ดับนับหมื่น

               


               สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สภาพความเสียหายหลังซูเปอร์ไต้ฝุ่น ไห่เยี่ยน ที่ถูกจัดอันดับให้เป็นพายุไต้ฝุ่นที่รุนแรงที่สุดในโลกในพัดกระหน่ำฟิลิปปินส์ พบว่า มีศพจำนวนมากแขวนอยู่ตามต้นไม้ กระจายเกลื่อนตามบาทวิถี หรือถูกฝังอยู่ใต้ซากอาคารที่พักราบเป็นหน้ากลอง โดยเชื่อว่า เมืองตาโคลบัน ซึ่งเมืองชายฝั่งบนเกาะเลย์เต จำนวนผู้เสียชีวิตจะมีจำนวนมากนับหมื่นคน หลังจากลมแรงและคลื่นยักษ์กวาดซัดเอาอาคารบ้านเรือนจมหายไปในทะเล

               เจ้าหน้าที่ทางการเกรงว่า ยอดผู้เสียชีวิตจะสูงกว่าที่ประเมินเอาไว้มาก เมื่อเจ้าหน้าที่บรรเทาภัยพิบัติฉุกเฉิน เข้าไปถึงพื้นที่หลายส่วนของเกาะเลย์เต ที่ตอนนี้ถูกตัดขาดจากน้ำท่วมและดินถล่ม ประชาชนจำนวนมากบุกรื้อค้นร้านขายของชำและปั๊มน้ำมัน เพื่อหาอาหาร เชื้อเพลิงและน้ำดื่ม ในขณะที่รัฐบาลเริ่มการบรรเทาทุกข์ เช่นเดียวกับการดำเนินการขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ

               แม้ฟิลิปปินส์จะเผชิญกับแผ่นดินไหว ภูเขาไฟและพายไต้ฝุ่น รุมเร้าอย่างสม่ำเสมอ แต่พายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนได้กลายเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่สร้างความหายนะมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังพัดเข้าสู่บริเวณอีสเทิร์น ซีบอร์ด ของฟิลิปปินส์ เมื่อวันศุกร์ และพัดข้ามเกาะทางภาคกลางด้วยความเร็วลม 275 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และความแรงลม 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งยังทำให้เกิดสตอร์ม เซิร์จ สูงถึง 6 เมตร ก่อนที่อ่อนกำลังลมไปอยู่ที่ 133 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่พัดข้ามทะเลจีนใต้ และพัดขึ้นฝั่งทางเหนือของเวียดนาม ในวันนี้ ทำให้ทางการต้องอพยพประชาชนกว่า 6 แสนคน

               อีกทั้ง พื้นที่ที่เผชิญภัยพิบัติรุนแรงที่สุดคือ เกาะเลย์เต โดยเฉพาะที่เมืองตาโคลบัน ที่ใหญ่ที่สุดบนเกาะเลย์เต และมีประชากรราว 2 แสนคน มีผู้เสียชีวิตราว 10,000 คน แต่เชื่อว่า ตัวเลขจะสูงกว่านี้หลายร้อยคน และต้องใช้เวลาอีกหลายวัน กว่าจะประเมินความสูญเสียได้หมด  โดยชาวฟิลิปปินส์ที่รอคอยจะขึ้นเครื่องบินทหารกลับกรุงมะนิลา เผยว่า ในระหว่างทางที่ไปสนามบิน เห็นศพนับร้อยเกลื่อนอยู่ตามถนน ที่ถูกคลุมด้วยสิ่งที่พอจะหาได้ เช่น ผ้าใบกันน้ำ , กระเบื้องมุงหลังคา , และกล่องกระดาษ และในบางพื้นที่ มีเรือลำใหญ่ถูกซัดเข้าไปรวมอยู่กับซากอาคารบ้านเรือนบนฝั่ง

               ทางการประเมินว่า พายุไห่เยี่ยน สร้างความเสียหายให้กับเกาะอย่างน้อย 6 เกาะ จากทั้งหมดกว่า 7,000 เกาะ และมีประชาชนราว 4 ล้านคน ที่ได้รับผลกระทบจากพายุ ส่วนผู้เสียชีวิตนับหมื่น เป็นผลมาจากจมน้ำ และอาคารพังถล่ม

               สำหรับสิ่งของบรรเทาทุกข์ที่ต้องการเร่งด่วนในขณะนี้ คือ อาหารและน้ำดื่ม การสื่อสารใช้ได้ทางเดียวคือ วิทยุ เนื่องจากโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณและไฟฟ้าดับ โดยกาชาดฟิลิปปินส์ ระบุว่า ได้เกิดการปล้นที่รวมทั้งคนบางกลุ่มที่บุกปล้นรถบรรทุกอาหาร และสิ่งของบรรเทาทุกข์อื่น ๆ ที่ถูกนำส่งจากเมืองท่าดาเวาไปยังเมืองตาโกลบัน นอกจากนี้ ร้านของชำและศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดของเมืองก็ถูกปล้น ตำรวจต้องไปเฝ้าปั๊มน้ำมัน และกำลังเสริมอีก 200 นาย เข้าไปรักษาความสงบเรียบร้อย

               หลังมีข่าวปล้นแพร่สะพัด ประธานาธิบดีเบนิกโญ่ อากิโน่ แถลงว่า เขาจะพิจารณาประกาศภาวะฉุกเฉิน หรือประกาศกฎอัยการศึก ที่รวมทั้งเคอร์ฟิว ในเมืองตาโกลบัน รวมถึงให้ควบคุมราคาอาหาร ตั้งด่านตรวจของตำรวจหรือทหาร และเพิ่มการลาดตระเวนรักษาความปลอดภัย

               การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินยังคงพุ่งสูง แม้ว่ารัฐบาลจะอพยพคนเกือบ 8 แสนคน ก่อนหน้าที่พายุจะพัดเข้าฝั่ง ประธานาธิบดีอากิโน่ได้เดินทางไปที่เกาะเลย์เตโดยเฮลิคอปเตอร์ และไปลงจอดที่เมืองตาโกลบัน เขาบอกว่า สิ่งจำเป็นอันดับแรกที่รัฐบาลต้องลงมือทำ คือ การทำให้ไฟฟ้าและการคมนาคมต่าง ๆ ใช้การได้ รวมถึงส่งความช่วยเหลือด้านการบรรเทาทุกข์ และด้านการแพทย์ และยอมรับความช่วยเหลือจากนานาชาติด้วย

               นายชัค ฮาเกล รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ ได้สั่งการให้ศูนย์บัญชาการในแปซิฟิก ส่งเรือและเครื่องบินไปให้ความช่วยเหลือด้านปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย และนำความช่วยเหลือฉุกเฉินเข้าไปในพื้นที่ประสบภัย ซึ่งสหประชาชาติ ได้เริ่มการบรรเทาทุกข์แต่ยังเผชิญอุปสรรคในการเข้าถึงพื้นที่

               อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระสันตปาปา ฟรานซิส ทรงนำประชาชนจำนวนมาก สวดอำนวยพรให้แก่เหยื่อพายุซึ่งฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่มีประชากรนับถือศาสนาคริสต์ นิกายคาทอลิกมากที่สุดในเอเชียและยังมีชุมชนผู้อพยพที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโรมอีกด้วย ด้านองค์การยูนิเซฟ ประเมินว่า มีเด็ก 1.7 ล้านคน อาศัยอยู่ในพื้นที่ประสบภัย ขณะที่ทางการระบุว่า ศพที่พบทุก ๆ 5 ศพ จะเป็นเด็กเสีย 2 ศพ