ข่าว

เขาพระวิหารยามเครียดที่ต้องเลี่ยงศึก

เขาพระวิหารยามเครียดที่ต้องเลี่ยงศึก

11 พ.ย. 2556

เขาพระวิหารยามเครียดที่ต้องเลี่ยงศึก : มองมุมยุทธศาสตร์ โดยเรือรบ เมืองมั่น Facebook : ruarob.muangman

            คดีปราสาทพระวิหารที่น่าจะลงหลุมไปตั้งแต่กึ่งศตวรรษก่อน กลับมาร้อนแรงอีกใน 5 ปีหลังมานี้ กำลังจะก้าวสู่บทสุดท้าย คือตัดสินวันนี้ว่ากัมพูชาหรือไทยจะได้ครองพื้นที่ที่ต่างอ้างสิทธิ์ หรือศาลจะไม่ตัดสินก็ว่ามา หมดจากวันนี้จะไม่มีการรื้อฟื้นคดีสู่ศาลโลกอีกแล้ว แต่การบังคับใช้ให้เป็นไปตามศาลสั่งนั้นท่าจะอีกยาวนาน ทางออกไม่ใช่ปะทะถมศพ แต่เป็นการผ่อนคลายทางการทูตให้คำนึงถึงกรอบที่ใหญ่กว่าจุดแต้มชายแดนตรงนั้น นั่นคือสัมพันธภาพของสองประเทศ แต่นี่ก็ทำไม่ได้ง่ายๆ เลย

            เริ่มจากทหารไทยไม่มีวันถอนทหารออกจากพื้นที่แน่ ไม่ว่าศาลจะออกลูกไหน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยข้อ 1 บอกไว้ชัด ซึ่งถ้าจะต้องยอมยกแผ่นดินให้ชาติอื่น ก็คงต้องออกกฎหมายในสภา คาดว่าไม่มีหน้าไหนยื่นร่างหรือยกมือเป็นแน่ แถมยุคนี้รัฐบาลไม่ได้มีอำนาจเบ็ดเสร็จแบบรัฐบาลจอมพลถนอมสั่งอะไรก็ได้ คาดว่าทหารไทยจะยังตั้งมั่นอยู่ในที่ที่อยู่ตอนนี้ไปจนกว่าจะมีการตกลงกันได้ทางการเจรจา ไม่ใช่ทางกฎหมาย

            เมื่อเป็นเช่นนี้จะมีการปะทะกันไหม เพราะต่างฝ่ายต่างก็อยู่ในพื้นที่ 4.6 ตร.กม.แล้วก็ไม่ออกกันทั้งนั้น เขมรได้เปรียบ เพราะเข้าครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ไว้ได้ ลงทุนปรับสภาพต่างๆ ในพื้นที่ให้ดีขึ้นรองรับการท่องเที่ยวและอยู่อาศัยถาวรมาตั้งแต่ปี 52 เขมรยอมกลืนเลือดไม่ยอมพัฒนาพื้นที่ร่วมกับไทย เพราะเบื่อที่จะเป็นรองพ่อค้าไทยที่ทุนเหนือกว่า เขามีประสบการณ์มาตั้งแต่ยุคที่เขมรไม่ได้อะไรเลยนอกจากค่าเข้าชมปราสาท วันนี้การเจรจาสันติภาพนั้นย่อมรวมข้อเสนอพัฒนาพื้นที่ร่วมอยู่แล้ว แต่จะยากขึ้นมากเพราะเขมรชักจะพึ่งตนเองได้ ความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสองรัฐบาลทำให้สองปีมานี้ไม่มีปัญหากระทบกระทั่งกันรุนแรง แต่คงต้องเจรจากันไม่มีวันหยุด และจะเครียดหนักในบางช่วง ถ้ามีการลักลอบตัดไม้พะยูงหรือยั่วยุอยากปฏิบัติตามศาลสั่ง ภาวะแบบนี้จะอยู่ไปอีกนาน จนกว่าชุมชนเจริญได้สมบูรณ์ยาวต่อเชื่อมพื้นที่สองชาติ ทหารค่อยๆ ถอยออก

            แต่ที่รอไม่ได้ก็คือ ม็อบต่อต้านรัฐบาลฝั่งไทยนี่เอง ศาลออกมุมไหนก็หาเรื่องเดินขบวนกดดันรัฐได้ทุกหน้า ถ้าออกหน้ากัมพูชาได้เปรียบก็จะเดินขบวนไม่ให้ไทยรับรองอธิปไตยเขมรเหนือพื้นที่ ซึ่งสถานการณ์ถึงแรงแต่ไม่น่าขัดแย้งรัฐเท่าไหร่ เพราะรัฐจะดำเนินการทางพฤตินัยแบบมีเชิงดังที่กล่าวมาแล้ว แต่ถ้าออกหน้าไทยได้เปรียบหรือศาลบอกว่าตนไม่มีอำนาจตัดสิน ก็จะเดินขบวนรุกไล่ให้รัฐบาลใช้กำลังผลักดันเขมรออกไป งานนี้น่าจะเครียดกว่า เพราะม็อบจะได้ความชอบธรรม รัฐบาลต้องแบ่งภาคมารับมือกับม็อบหนักกว่าเจรจากับเขมรเสียอีก

            ทางออกของปัญหาพระวิหารที่จะไม่จบไม่สิ้นหลังตัดสินคดีแล้วของฝ่ายไทย ก็คือ ดึงตนเองออกจากแนวคิดชาตินิยมสุดขั้วไปสู่การคำนึงถึงการสร้างสันติภาพเหนืออื่นใด ยืนอยู่บนความเป็นจริง ยืดหยุ่นเจรจาต่อรองได้ ปกปักสิ่งที่เรามีอยู่หรือยังเป็นของเราตามพฤตินัย ส่วนสิ่งที่ไม่ใช่นั้นต้องอาศัยการเจรจาเป็นสำคัญ เกิดผิดพลาดหรืออุบัติเหตุขึ้นมาก็ต้องอภัยหรือเยียวยาได้ เวลาจะเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับรัฐบาลและคนไทย เรายังอยู่ห่างอีกหลายปีที่จะเหมือนกับชาติในยุโรปที่เส้นเขตแดนเป็นเส้นเบลอก็จริง แต่เราก้าวเดินเข้าหาห้วงเวลาทุกวัน จงก้าวเดินด้วยความรอบคอบ เปิดใจ