ข่าว

'ปชป.'ชี้'สัตยาบรรณ'ปาหี่การเมือง

'ปชป.'ชี้'สัตยาบรรณ'ปาหี่การเมือง

10 พ.ย. 2556

'ปชป.' เหน็บ 4 หน.พรรคเล่นปาหี่ร่วมลงสัตยาบรรณ ไม่นำ 'สุดซอย' กลับเข้าสภาฯ ชี้อย่าโยนบาปรัฐบาลชุดก่อน หากแพ้คดีพระวิหาร

 

                         10 พ.ย. 56  นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงกล่าวถึงกรณีที่ 4 หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ร่วมลงสัตยาบรรณ ยืนยันจะไม่นำร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม กลับเข้ามาพิจารณาในสภาฯ ต่อไป ว่า เป็นแค่ปาหี่ทางการเมือง เพราะเมื่อรู้สึกว่าจวนตัว ไม่สามารถทัดทานกระแสและพลังของประชาชนที่ออกมาคัดค้านได้ รัฐบาลจึงอาศัยมือของพรรคร่วมรัฐบาล เพราะพรรคร่วมเป็นแค่เครื่องมือของรัฐบาลในการกำหนดทิศทาง จึงเป็นการซื้อเวลาต่ออายุรัฐบาลช่วงหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถไว้วางใจในสัตยาบรรณนี้ว่าจะทำได้จริงหรือไม่ เพราะพรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำรัฐบาลมีเสียงข้างมากสามารถทำได้อยู่แล้ว

                         "การเล่นปาหี่ครั้งนี้ จะยิ่งทำให้ประชาขนไม่เชื่อถือ และไม่มีประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาใดๆ เลย ซ้ำยังมีพฤติกรรมตี 2 หน้า หน้าหนึ่งทำเป็นถอยในเชิงยุทธวิธี ไม่ใช่ถอยในเชิงยุทธศาสตร์ เพราะไม่มีการแสดงความสำนึกในความผิดพลาดที่เกิดขึ้น อีกหน้าหนึ่ง ก็สั่งระดมคนเสื้อแดงจากภาคอีสานและภาคเหนือ รวมถึงชาวบ้านที่ไม่ใช่เสื้อแดง โดยให้สวมเสื้อแดงเพื่อให้มีปริมาณมาก ให้สังคมเห็นว่ายังมีคนอีกส่วนหนึ่งที่เห็นด้วยกับรัฐบาล"

                         นายอาจ กล่าวว่า ยังมีการสั่งการไปยังข้าราชการทั่วประเทศ ให้จัดมวลชนมาร่วมสนับสนุนกับคนเสื้อแดง เช่น มีคำสั่งโดยวาจา ให้จัดเตรียมรถบัสหรือรถตู้ ให้ขนคนเข้ามาในกรุงเทพฯ เพื่อร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง

                         นายอาจ กล่าวต่อว่า มีการสั่งให้ข้าราชการออกไปให้ข้อมูล เพื่อทำให้ประชาชนสับสน เข้าใจผิดว่าร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเป็นเรื่องดี แต่คนในกทม.ที่ออกมาคัดค้านไม่รู้เรื่องเป็นแค่แฟชั่น เดี๋ยวก็เลิกลากันไปเอง ซึ่งเมื่อไม่มีผู้ชุมนุมแล้วกฎหมายดีๆ อย่างนี้ ก็จะกลับเข้าสู่สภาอีก รัฐบาลใช้ทุกวิถีทาง พร้อมทั้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดเวทีการปราศรัยสนับสนุนเรื่องนี้ด้วย ส่วนในกทม.สถานีตำรวจทุกพื้นที่ ได้รับคำสั่งให้ติดป้ายประชาสัมพันธ์กล่าวร้ายต่อผู้ที่มาชุมนุม โดยให้ข้อมูลบิดเบือนข้อเท็จจริงว่า รัฐบาลยอมถอยแล้ว แต่ทำไมผู้ชุมนุมยังไม่ยอม ทั้งที่ข้อเท็จจริงถอยไป ถีบไป จึงเป็นการใช้ยุทธวิธีที่ผิดพลาดที่จะก่อให้เกิดผลร้ายต่อรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเอง ซึ่งอีกไม่นานจะทราบว่าผลร้ายนี้จะสะท้อนกลับถึงรัฐบาลอย่างไร

                         นายอาจ กล่าวว่า ส่วนตัวมั่นใจว่าในวันที่ 11 พ.ย.จะมีประชาชนผู้รู้ตื่น จะออกมาชุมนุมโดยสงบตามสิทธิตามรัฐธรรมนูญมากถึง 3 แสนคน คนจะเนืองแน่นบนถนนราชดำเนินตามที่มีคนพูดกันว่า จากสามเสนเป็นสามแสนกำลังจะเกิดขึ้นจริง เพราะประชาชนคนไทยไม่เชื่อมั่นคำพูดใดๆ ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ อีกต่อไปแล้ว

 

 

อย่าโยนบาปรัฐบาลชุดก่อน หากแพ้คดีพระวิหาร

 

                         นายองอาจ แถลงว่า สำหรับในวันพรุ่งนี้ (11 พ.ย.) ที่ศาลโลก จะตัดสินข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา ในคดีเขาพระวิหาร พรรคประชาธิปัตย์อยากเรียกร้องรัฐบาล ไม่ว่าผลตัดสินจะออกมาเช่นไร อยากให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน หรือของรัฐบาลเท่านั้น และหากผลออกมาในทางลบต่อประเทศไทย อย่าโยนความผิดให้กับรัฐบาลชุดก่อนๆ เพราะรัฐบาลจะปัดความรับผิดชอบไม่ได้ เนื่องจากมีอำนาจอย่างเต็มที่ในการต่อสู้คดี นอกจากนี้รัฐบาลควรแสดงความจริงใจ ให้ประชาชนได้มั่นใจว่า จะไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่เอื้อประโยชน์ต่อผู้มีบารมี หรือรัฐบาลของกัมพูชา