
'ธาริต'เตือน'แกนนำม็อบ'ทำผิดม.116
'ธาริต' ร่อนแถลงการณ์เตือน 'แกนนำม็อบ-กลุ่มทุน' กำลังกระทำผิดกม.ม.116 สร้างความปั่นป่วนกระด้างกระเดื่อง แนะควรหยุดชุมนุม
10 พ.ย. 56 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่งเอกสารแถลงการณ์มายังสื่อมวลชนประจำดีเอสไอ โดยระบุว่า จากกรณีที่มีการชุมนุมคัดค้านร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่ง กระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพที่กระทำภายใต้กรอบของกฎหมาย แต่หลังจากรัฐบาล และพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งประกอบด้วยพรรคเพื่อไทย พรรคชาติพัฒนา พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคพลังชล ได้มีมติร่วมกันถอนร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม และร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 6 ฉบับออกจากวาระการประชุมของ สภาผู้แทนราษฎรแล้ว เพื่อแสดงความ จริงใจ ว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่ประสงค์ จะให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งมีหลักการทำนองนี้อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นร่างฉบับใดก็ตาม ส่วนร่าง พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ฉบับที่ เป็นปัญหาโต้แย้งคัดค้านอยู่ในขณะนี้ ตามรัฐธรรมนูญไม่สามารถถอนร่าง พระราชบัญญัติดังกล่าวออก จากการพิจารณาของวุฒิสภาได้ จำต้องให้ วุฒิสภาพิจารณาต่อไป และหากวุฒิสภา มีมติยับยั้งและส่งร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้คืนมายังสภาผู้แทนราษฎร พรรคร่วมรัฐบาล จึงขอแสดงเจตนา ร่วมกันในสัตยาบันเป็นสัญญาประชาคมต่อประชาชนว่า พรรคร่วมรัฐบาล และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคร่วมรัฐบาล จะไม่เสนอให้สภาผู้แทนราษฎร หยิบยกร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวขึ้นพิจารณาอีก ดังนี้ ย่อมทำให้ต้นเหตุ อันเป็นที่มาของการชุมนุมคัดค้าน ดังกล่าวสิ้นสุดลงแล้ว
เอกสารแถลงการณ์ของนายธาริต ระบุด้วยว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบัน แทนที่การชุมนุมดังกล่าวจะได้ยุติลง แต่แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมกลับไม่ยอมรับการดำเนินการของรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลดังกล่าว ยังไม่ยอมยุติการชุมนุม และได้ยกระดับการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาล โดยมีกลุ่มทุนสนับสนุนการชุมนุมอยู่เบื้องหลัง ทำให้เกิดความตึงเครียดทางการเมือง และขยายความวิตกกังวลในหมู่ประชาชนส่วนใหญ่ทั่วประเทศว่าจะเกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองอย่างยืดเยื้อยาวนาน แม้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจะบัญญัติรับรองให้บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธ รัฐจะจำกัดเสรีภาพในการชุมนุมมิได้ แต่หากการชุมนุมนั้นทำให้ประชาชน หรือผู้ใดได้รับความเดือดร้อนเกินที่ควรคิด หรือคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติและเหตุอันควร รัฐธรรมนูญได้บัญญัติยกเว้นไว้ในทำนองให้จำกัดเสรีภาพในการชุมนุมนั้นได้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเพื่อคุ้มครองประชาชน และผู้ได้รับความเดือดร้อน
หากข้อเท็จจริงปรากฏว่า การชุมนุมที่จะเกิดขึ้นมีลักษณะกีดขวางการใช้เส้นทางคมนาคมและการใช้ยานพาหนะของประชาชนโดยทั่วไป ส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่สำคัญ เกิดความเดือดร้อนเสียหายต่อประกอบอาชีพและการดำรงชีวิตปกติสุขของประชาชน เป็นการจำกัดเสรีภาพในการเดินทางของประชาชนที่ใช้ทางสาธารณะ สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน ซึ่งลักษณะดังกล่าวถือเป็นการกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมเกินกว่าขอบเขตของรัฐธรรมนูญ อันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 และความผิดต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 เพราะเป็นการกระทำในลักษณะเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนอันจะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหน่วยงานหนึ่งที่มีภารกิจในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาญาที่สำคัญ โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งรัฐ รู้สึกเป็นกังวลต่อการกระทำของกลุ่มแกนนำและกลุ่มทุนดังกล่าว
ซึ่งแม้ในระยะแรกจะอยู่ในกรอบของกฎหมาย แต่เมื่อมีการยกระดับการชุมนุมต่อเนื่องและขยายตัวมากขึ้นก็อาจเกิดความรุนแรง จนลุกลามถึงขั้นก่อการจลาจลวุ่นวายสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ ดังที่เกิดขึ้นมาแล้วจากเหตุการณ์ชุมนุมในอดีต ดังนั้น หากกลุ่มแกนนำผู้ชุมนุมและกลุ่มทุนที่สนับสนุนการชุมนุมยังคงยกระดับการชุมนุมต่อไป ก็จะเป็นการกระทำเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนอันจะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร ถือเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเป็นความผิดตามบทกฎหมาย
ดังกล่าวข้างต้น ดีเอสไอจึงแจ้งเตือนและขอให้กลุ่มแกนนำผู้ชุมนุม และกลุ่มทุนที่สนับสนุนการชุมนุมให้ยุติการชุมนุมดังกล่าวเพื่อหยุดยั้งการกระทำความผิดอันร้ายแรงดังกล่าวซึ่งจะช่วยให้สถานการณ์บ้านเมืองได้คลี่คลายลง และรักษาไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยกับการเคารพกฎหมายอันเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดความสงบสุขบนแผ่นดินไทย จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน
'ผอ.ศอ.รส' ติวเข้มกำลังดูแลม็อบ ต้องพร้อมปฏิบัติหน้าที่ทุกด้าน
พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.และในฐานะผอ.ศอ.รส. กล่าวเปิดเผยถึงสถานการณ์กลุ่มผู้ชุมนุม ว่า ทาง ศอ.รส.มีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาร่วมชุมนุมในครั้งนี้ จึงได้จัดวางกำลังรักษาความปลอดภัย พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ที่มารักษาความสงบเรียบร้อยดังนี้ โดยแต่ละกองกำลังที่อยู่ที่สะพานชมัยมรุเชษฐ , สะพานมัฆวาน , สะพานอรทัย ต้องมีความพร้อม มีการวางแผน การซักซ้อมในการปฏิบัติ โดยเฉพาะงานฝ่ายอำนวยการ ต้องมีความพร้อมทุกหน้างาน สามารถประสานการปฏิบัติ และต้องใช้งานทุกระบบสอดคล้องกันให้เดินไปได้ ทุกหน้างานด้านความมั่นคง ต้องไปได้หมด
นอกจากนี้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดตั้งจุดตรวจค้นอาวุธ พร้อมจัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็ว ตรวจค้นอย่างเข้มแข็ง คัดกรองบุคคล รั้งหน่วง การตั้งจุดตรวจค้นให้เปิดสัญญาณไฟ เพื่อให้สามารถเสริมการปฏิบัติการทำงานของกำลังเจ้าหน้าที่ได้
'ผบก.ส.3' รุดตรวจป้อมตร.ทำเนียบฯ ถูกยิงด้วยหัวน็อต
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า เมื่อเวลา 08.30 น. ที่บริเวณป้อมตำรวจประจำประตูทำเนียบรัฐบาลด้านเชิงสะพานมัฆวาน ได้เกิดเหตุมีการยิงหัวน็อตใส่กระจกป้อมตำรวจแตก ได้รับความเสียหายเป็นรอยร้าว แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวรรักษาการไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด โดยประตูจุดที่เกิดเหตุนั้นเป็นที่ตั้งของตำรวจปฏิบัติการพิเศษทั้งที่มาจากนครบาลและต่างจังหวัด จำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลประจำทำเนียบ 2 นายที่เข้าเวรรักษาการในขณะนั้น ทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 08.30 น. จู่ๆ มีเสียงดังมากกระแทกกระจก จนทำให้ตนเองตกใจ มองไปก็เห็นกระจกโดนของแข็งกระแทกเข้าอย่างแรง ทีแรกคิดว่าเป็นกระสุน แต่เมื่อตรวจสอบดูก็พบหัวน็อตขนาดใหญ่ตกอยู่ ซึ่งความเสียหายเพียงกระจกเป็นรูเจาะ และแตกร้าวเท่านั้น ไม่ได้แตกทั้งบานหน้าต่างแต่อย่างใด ตนจึงเก็บหัวน็อตดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ต.ทวิพงษ์ พงศ์สูงเนิน ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 ได้เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลรักษาการทำเนียบ ด้วยตัวเอง พร้อมกับได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำทำเนียบรัฐบาลทุกป้อมประตูให้เพิ่มความระมัดระวังในขณะที่เข้าเวรปฏิบติหน้าที่ให้มากยิ่งขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ป้อมตำรวจดังกล่าวตั้งอยู่ประตูทางเข้าทำเนียบรัฐบาลด้านเชิงสะพานมัฆวาน ซึ่งฝั่งตรงข้ามเป็นที่ปักหลักของกลุ่มผู้ชุมนุม คปท. แต่อย่างไรก็ตามถนนผดุงกรุงเกษมซึ่งอยู่เชิงสะพานมัฆวานที่กลุ่มผู้ชุมนุมปักหลักนั้นก็ยังเปิดการจราจรเป็นปกติในช่วงเวลาดังกล่าว



