
'เขมร'แห่ซื้อสินค้าช่องสะงำคึกคัก
'นักธุรกิจ' ชี้สถานการณ์ปกติ 'เขมร' แห่ซื้อสินค้า ด่านช่องสะงำคึกคัก
10 พ.ย. 56 เมื่อเวลา 07.00 น. ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ประชาชนชาวกัมพูชา เดินทางข้ามแดน มาจับจ่ายซื้อหาสินค้า เครื่องอุปโภคบริโภคกันอย่างคึกคัก
นางยวน สะเรือน อายุ 54 ปี ชาวเมืองอัลลองเวง ประเทศกัมพูชา กล่าวว่า สำหรับการตัดสินของศาลโลกนั้น สำหรับชาวบ้านในพื้นที่เห็นว่าให้ผู้มีหน้าที่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ดำเนินการตามบทบาทหน้าที่ เรื่องของชาติบ้านเมือง ในฐานะประชาชนยังมีความยากจนอยู่มาก จำเป็นต้องทำมาหากิน เพื่อปากท้องของครอบครัว โดยส่วนตัวไม่ต้องการให้เกิดภาวะสงคราม อยากให้ทั้ง 2ประเทศ มีความปรองดองสมัครสมานสามัคคีกัน
"ต้องการให้ประชาชนไปมาหาสู่ ทำมาค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากัน มีสันติสุข ไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งของทั้งสองชาติ ชนชาติเขมรต้องพบเจอสงครามมาตลอดชีวิต ไม่อยากให้เกิดสงคราม จึงวิงวอนไปยังผู้มีส่วนเกี่ยว เร่งเจรจาหาข้อยุติปัญหาทั้งหมด"
นายหัตถชัย เพ็งแจ่ม ประธานผู้ประกอบการค้าการท่องเที่ยวช่องสะงำ กล่าวว่า ผู้ประกอบการทราบสถาณการณ์ล่วงหน้ามานานแล้ว ที่ผ่านมามีการพูดคุยกันมาตลอด เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้น ความเป็นไปได้ในฐานะผู้ประกอบการมองว่า ไม่น่าจะมีการตัดสินให้เลวร้าย เพราะว่าพ่อค้าแม่ค้าซื้อขายกันอยู่ ผู้ประกอบการรายใหญ่ก็มีการสั่งซื้อหาสินค้ากันอยู่ เชื่อไม่มีผลกระทบกระเทือนสำหรับผู้ประกอบการใหญ่ สำหรับประชาชนประเทศกัมพูชา ที่ต้องประสบปัญหาภัยสงครามมาตลอด จึงทำให้เกิดความหวาดกลัวต่อสถานการณ์
"ส่วนผู้ประกอบการได้พูดคุยกันว่า หากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น ผู้ค้าก็คงไปมาหาสู่กัน และทำการค้าเหมือนเดิม ด่านช่องสะงำเป็นด่านถาวร จึงต้องการให้เป็นเส้นทางการเจรจาการค้า การขายซึ่งกันและกัน ให้มีการไปมาหาสู่กันตลอด ฝากให้ประชาชนทั้งสองประเทศ ไม่ต้องวิตกกังวล ข่าวที่ออกมาเป็นการเตรียมทำความเข้าใจ แต่หากมีเหตุการณ์ร้ายแรงก็หาทางพูดคุยกันเจรจากันได้"
'ตลาดโรงเกลือ' ยังค้าขายคึกคัก
ที่หน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งอยู่ตรงข้ามกรุงปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ยังคงมี พ่อค้า แม่ค้า และประชาชนชาวเขมรจำนวนมาก เดินทางเข้ามาค้าขาย และซื้อสินค้าในตลาดโรงเกลือ ฝั่งไทยกันอย่างคึกคัก โดยมีพ่อค้า แม่ค้าชาวเขมรบางส่วนยังหวั่นว่าในวันที่ 11 พ.ย. อาจเกิดเหตุการณ์บานปลายทำให้กระทบต่อชายแดน จึงได้เข้ามาหาซื้อสินค้าประเภทอาหารสดและอาหารแห้ง บรรทุกใส่รถเข็นสองล้อ ข้ามกลับเข้าไปไว้กักตุนในฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ทำให้ พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สมศักดิ์ เจียมกรกต สว.ตม.จว.สระแก้ว ร่วมกับ ร.อ.อภินันท์ สงครามชัย ผบ.ร้อย ทพ.1206 ฉก.กรม.ทพ.12 กกล.บูรพา (ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1206 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 กองกำลังบูรพา) นำกำลังมาดูแลรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ ของชาวกัมพูชาและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและพ่อค้า แม่ค้าชาวเขมร
ซึ่งต่อมา ร.ต.อ.ออน คาธาน สารวัตรด่าน ตม.ปอยเปต ของกัมพูชา พร้อมด้วย ร.ต.ท.โบเอิน ซาเวียน รอง สว.ด่าน ตม.ปอยเปตฯ ได้เดินทางเข้ามาพบปะพูดคุยกับ พ.ต.ท.สมศักดิ์ เจียมกรกต สว.ตม.จว.สระแก้ว บริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ ฝั่งไทย ซึ่งการพูดคุยเป็นไปด้วยมิตรไมตรีต่อกันมีการจับไม้จับมือกันอย่างสนิทสนม ทำให้ พ่อค้า แม่ค้าและชาวเขมรพร้อมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางผ่านเข้า-ออก ด่านพรมแดนอรัญประเทศ ต่างมองกันด้วยความยินดี โดย ร.ต.อ.ออน คาธาน สารวัตร ตม.ปอยเปต ของกัมพูชา เผยว่าเดินทางเข้ามาพูดคุยกับ จนท.ตม.ไทยในฐานะมิตรที่ดีต่อกัน และเพื่อเป็นการยืนยันให้ประชาชนทั้งสองประเทศ มั่นใจได้ว่าไม่ว่าในวันที่ 11 พ.ย. ศาลโลกจะอ่านคำพิพากษาไปในแนวทางไหนก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อการค้าและการท่องเที่ยวบริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ-ปอยเปต อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นนโยบายของสมเด็จฮุน เซน นายกฯกัมพูชา ที่ให้หน่วยงานชายแดนกัมพูชาสร้างมิตรภาพและความปรองดองกับ จนท.ไทย นอกจากนี้ ร.ต.อ.ออน คาธาน ยังบอกอีกว่าชาวเขมรในฝั่งปอยเปต สนใจเรื่องคดีปราสาทพระวิหารกันมาก และในวันที่ 11 พ.ย. สถานีวิทยุกัมพูชาจะถ่ายทอดเสียงศาลโลกอ่านคำตัดสินคดีปราสาทพระวิหาร ซึ่งเชื่อว่าคนเขมรทั้งประเทศไทยจะสนใจฟังกันเป็นจำนวนมาก
พ.ต.ท.เบญจพล รอดสวาสดิ์ รอง ผกก.ตม.จว.สระแก้ว เผยว่าการอ่านคำพิพากษาของศาลโลกในวันที่ 11 พ.ย. ในคดีปราสาทพระวิหาร เชื่อว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ใดๆ และด่านพรมแดนอรัญประเทศ จะไม่ถูกสั่งปิดเด็ดขาดโดยเฉพาะตลาดโรงเกลือ จะไม่ถูกผลกระทบใดๆ เนื่องจากเป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศอยู่แล้ว อีกทั้งเหตุการณ์สู้รบกันบริเวณชายแดนปราสาทพระวิหารเมื่อครั้งที่ผ่านมาก็ไม่ได้ส่งผลกระทบถึงด่านพรมแดนอรัญประเทศหรือตลาดโรงเกลือ แต่อย่างใด
ส่วนบรรยายกาศในตลาดโรงเกลือ ร้านค้าของชาวเขมรในตลาดโรงเกลือ กว่า 2,000 ร้านค้า ยังคงเปิดขายตามปกติ นักท่องเที่ยวยังคงแห่เดินทางมาช็อปปิ้งกันเป็นจำนวนมาก โดยไม่มีการพูดถึงเรื่องคดีปราสาทพระวิหารแต่อย่างใด
สำหรับบรรยากาศในตลาดปอยเปต ฝั่งกรุงปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ได้มีประชาชนชาวกัมพูชาจำนวนมากตื่นตัวเรื่องการอ่านคำพิพากษาของศาลโลกในวันที่ 11 พ.ย. โดยส่วนใหญ่จะเฝ้ารับฟังการตัดสินของศาลโลกทางการถ่ายทอดเสียงทางวิทยุกัมพูชาก่อนจะแสดงความคิดเห็นใดๆ นอกจากนี้ นายเซียง เจย อายุ 45 ปี นักธุรกิจชาวกัมพูชา ในกรุงปอยเปต ยังบอกว่าขณะนี้ชาวกัมพูชาในปอยเปต เชื่อมั่นว่าประเทศกัมพูชาจะชนะคดีเรื่องปราสาทพระวิหาร เนื่องจากเชื่อในคำแถลงของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่แถลงขอให้ประเทศไทยเคารพและยอมรับในคำตัดสินของศาลโลก ซึ่งคำพูดดังกล่าวทำให้ช่าวกัมพูชาเชื่อมั่นว่าคดีปราสาทพระวิหารกัมพูชาจะชนะ ดังนั้นนายกฯกัมพูชาจึงร้องขอให้ประเทศไทยยอมรับคำตัดสินของศาลโลกในวันที่ 11 พ.ย.นี้
----------------------
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)



