ข่าว

'เตีย บัน'ย้ำ'ศาลตัดสินอย่างไร เราต้องยอมรับ'

'เตีย บัน'ย้ำ'ศาลตัดสินอย่างไร เราต้องยอมรับ'

10 พ.ย. 2556

'เตีย บัน'ย้ำสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา 'ศาลตัดสินอย่างไร เราต้องยอมรับ' : สัมภาษณ์พิเศษ โดยทีมข่าวความมั่นคง

           ใกล้วันตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก ในคดีตีความคำพิพากษาปราสาทพระวิหารปี 2505 เข้ามาทุกขณะ ซึ่งนอกจากจะต้องลุ้นกับคำตัดสินของศาลที่ออกมาแล้ว ยังต้องลุ้นกันด้วยว่า สถานการณ์ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา จะปะทุขึ้นอีกรอบหรือไม่ โดยเฉพาะหากคำพิพากษาออกมามีผลได้-เสียกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

           พล.อ.เตีย บัน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ "คม ชัด ลึก" ถึงการดูแลความสงบเรียบร้อยในช่วงการตัดสินคดีในวันที่ 11 พฤศจิกายน ว่า ไม่น่าจะมีปัญหารุนแรงอะไรเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมา สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทย ก็ได้มีการพบปะพูดคุยกันอยู่แล้ว

           นอกจากนี้ยังมีการพบปะกันของ นายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา กับ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ที่ฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม

           "ขณะที่ในส่วนของกองทัพก็มีการพูดคุยกันตลอดเวลา ตั้งแต่ระดับบนถึงระดับผู้ปฏิบัติในพื้นที่ตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย ทั้งนี้ เมื่อเรามีการหารือเป็นมั่นเป็นเหมาะแบบนี้แล้ว ปัญหาทุกอย่างก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน และเราทั้งสองฝ่ายจะต้องพร้อมยอมรับคำตัดสินของศาลโลกในวันที่ 11 พฤศจิกายน"

           พล.อ.เตีย บัน กล่าวว่า เมื่อนายกฯ ทั้งสองฝ่ายประกาศจุดยืนชัดเจนที่พร้อมจะยอมรับคำตัดสินก็ไม่มีปัญหา ตอนนี้ก็เหลือแต่คนที่มีอคติ และไม่หวังดีที่จะสร้างปัญหาขึ้นมาเพื่อให้ส่งผลกระทบต่อกัน โดย สมเด็จฮุน เซน ได้สั่งทุกหน่วยงานของกัมพูชาว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้คนกัมพูชาเข้าใจว่า ไม่ว่าคำสั่งของศาลโลกจะตัดสินออกมาอย่างไรคนกัมพูชาก็จะต้องยอมรับด้วยเช่นกัน

           "สิ่งสำคัญคือ ประเทศกัมพูชากับประเทศไทยไม่สามารถแยกออกจากกันได้เลย ดังนั้นเราจะต้องประสานงานในทุกรูปแบบเพื่อจะได้กระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเอาไว้ และไปมาหาสู่กันบ่อยขึ้น เพื่อให้เกิดความมั่นคง ซึ่งความต้องการเหล่านี้มันดูจะสอดคล้องกันหมดของทั้งสองประเทศที่ได้ออกมาแถลงกันอย่างชัดเจนเมื่อครั้งที่ผ่านมา”

           เมื่อถามว่า แสดงว่าประเทศกัมพูชาไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วงใช่หรือไม่ พล.อ.เตีย บัน กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่กัมพูชาจะต้องเอาใจใส่ในทุกๆ เรื่อง และพยายามประสานกับประเทศไทยเพื่อให้เกิดความแน่นแฟ้น เพื่อเป็นการรับประกันว่าทั้งสองประเทศมีความต้องการตรงกัน ดังนั้นเรื่องนี้จะต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่าไปเพิ่งไปวิตกกังวลอะไร

           พล.อ.เตีย บัน กล่าวว่า เรามีการพบปะพูดคุยกันมากขึ้น แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการเข้าใจผิดบ้างก็ตาม บางทีปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากบุคคลที่มีอคติ ไม่หวังดี ยุเรื่องนั้นเรื่องนี้ มีการแทงกันไปแทงกันมาเพื่อให้เกิดปัญหา

           "ผมเข้าใจดี เพราะประวัติศาสตร์ก็เกิดขึ้นในลักษณะแบบนี้บ่อยๆ ถ้าพูดคุยกันและเข้าใจ และเห็นถึงความสงบสุขของประชาชน และเศรษฐกิจก็ไม่มีปัญหาอะไรกัน" 

           พล.อ.เตีย บัน กล่าวอีกว่า ปัญหาในกัมพูชาก็มีอยู่ตลอดเวลา แต่ก็สามารถควบคุมสถานการณ์ไม่ให้เกิดความรุนแรงได้ จึงอยากให้มองเป็นเรื่องธรรมดาของกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวเมื่อมีความเห็นแตกต่าง และการเคลื่อนไหวของแต่ละกลุ่มแต่ละก๊วนก็มักจะเคลื่อนไหวในทิศทางที่มีความต้องการไปสู่หนทางความสำเร็จของเขา แต่เมื่อพูดคุยกันได้แล้วก็ไม่น่าจะมีปัญหา

           เมื่อถามว่า ห่วงเรื่องการปะทะกันตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา หรือไม่ พล.อ.เตีย บัน ตอบว่า ยังไม่อยากวิจารณ์เรื่องแบบนี้ เพราะมันไม่ได้มีเหตุการณ์อะไร และเราก็ได้มีการพูดคุยกันว่าจะพยายามไม่ทำอะไรเกินเลย เพื่อพยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งสมเด็จฮุน เซน อยากให้ความสัมพันธ์กับไทยมีความแน่นแฟ้นแบบนี้ตลอดไป

           เมื่อถามถึงการงดเดินทางมาเยือนไทยกะทันหัน ทั้งที่มีกำหนดการมาแล้วล่วงหน้า เป็นเพราะสถานการณ์การเมืองไทยที่กำลังร้อนแรงหรือไม่ พล.อ.เตีย บัน ยอมรับว่า มีส่วนบ้าง แต่ไม่ใช่เหตุผลทั้งหมดที่ไม่ได้เดินทางมา

           "ผมได้ยืนยันกับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม ไปอย่างชัดเจนแล้วว่า จะไม่เดินทางมาร่วมงานนิทรรศการ Defense & Security 2013 ที่ประเทศไทยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-7 พฤศจิกายน เนื่องจากผมติดภารกิจในประเทศกัมพูชาจริงๆ ที่สำคัญยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน จึงปฏิเสธที่จะไปร่วมงานในครั้งนี้ไป" พล.อ.เตีย บัน กล่าวย้ำ

           ไม่ว่าเหตุผลที่ พล.อ.เตีย บัน งดเดินทางมาเยือนไทยกะทันหันจะเกี่ยวเนื่องกับสถานการณ์การเมืองไทย ซึ่งผูกติดอย่างแนบแน่นกับปราสาทพระวิหารหรือไม่ แต่สถานการณ์ที่ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมทั้งการเคลื่อนไหวของมวลชนที่กรุงเทพฯ ก็ต้องจับตากันไปจนถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่คำพิพากษาของศาลจะถูกมวลชนฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลนำไปขยายผลอย่างแน่นอน

...................................

(หมายเหตุ : 'เตีย บัน'ย้ำสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา 'ศาลตัดสินอย่างไร เราต้องยอมรับ' : สัมภาษณ์พิเศษ โดยทีมข่าวความมั่นคง)