
ปชช.ไม่ไว้วางใจ!เสี่ยงออกพ.ร.ก.
ประชาชนไม่ไว้วางใจทางเลือกสุดท้ายเสี่ยงออกพ.ร.ก. : รายงาน
สถานการณ์การเมืองไทยในวันนี้ในมุมมองของฝ่ายความมั่นคงแล้ว เป็นช่วงที่เรียกว่า หัวเลี้ยวหัวต่ออย่างแท้จริง โอกาสที่รัฐบาลจะตัดสินใจดำเนินการบางอย่างเป็นไปได้แทบทั้งสิ้น
เพราะในห้วงเวลานี้ อยู่ในภาวะที่เรียกว่า ประชาชนไม่ไว้วางใจกันแล้ว ซึ่งปรากฏการณ์เช่นนี้ อาจเป็นเรื่องใหม่สำหรับสังคมไทย แต่ปรากฏการณ์นี้จะจุดได้ยาวนานแค่ไหน แผ่ขยายไปได้เท่าใดนั้น จะเป็นดัชนีชี้วัดวัน-เวลาที่รัฐบาลจะตัดสินใจ ซึ่งในขณะนี้หลายฝ่ายมองไปยังจุดเดียวกันคือ "ยุบสภา"
ในวันนี้ได้กลายเป็นไม่ไว้วางใจ โดยที่ไม่ใช่เรื่องของกฎหมาย เพราะได้ไปไกลกว่านั้นแล้ว ฉะนั้นเกมตรงนี้จะต้องจับตา รัฐบาลอาจจะพลิกสถานการณ์ออกเป็นพระราชกำหนดทิ้งทวน จากนั้นยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่
เวลาของเลือกตั้งใหม่ก็ใช้เวลานาน แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะกลับเข้ามาได้หรือไม่ ตรงนั้นฝ่ายความมั่นคงก็ยังคงมองว่า อยู่ที่อารมณ์ของประชาชนจะว่าอย่างไร จะให้แล้วๆ กันไป หรือจะยังคงมีอารมณ์ค้าง
สำหรับการทำงานวุฒิสภาที่จะมีขึ้นในวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายนนี้ เปรียบเป็นเพียงฉากหนึ่งที่ไม่หวือหวาอะไร
สำหรับการออกพระราชกำหนด ก็อาจมีเหตุมีผลตามมาเช่นกันว่า ออกแล้วไปถามความเห็นประชาชน โดยวัดกันที่เสียงที่เลือกเข้ามาทำหน้าที่บริหาร พรรคเพื่อไทยอาจเอาประเด็นนี้มาเป็นเครื่องนำทาง และคงจะบอกว่า เมื่อประชาชนเลือกเข้ามาแล้ว ถือว่า "จบ"
แต่หากรัฐบาลเล่นเกมนี้ ก็ต้องยอมรับว่า เป็น "เกมเสี่ยง" เพราะอาจเกิดการแทรกซ้อนจากอำนาจนอกระบบได้ทุกเมื่อ ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะพยายามวางหมากคู ดูแลนายทหารที่คุมกำลังใกล้เมืองหลวงเป็นพิเศษ และบริหารจัดการส่วนยอดของกองทัพแล้ว แต่ในเรื่องนี้ไม่มีอะไรที่เรียกว่า "ร้อยเปอร์เซ็นต์"
สิ่งที่แทรกซ้อนอีกประเด็นที่จะทำให้สถานการณ์ร้อน ก็คือ การตัดสินของศาลโลกในวันที่ 11 พฤศจิกายน หากประเทศไทยแพ้จะเป็นประเด็นซ้ำเติมรัฐบาล ซึ่งจะเชื่อมโยงกับฝ่ายการเมือง สถานการณ์เมืองจะยิ่งโหมกระพือขึ้นได้
ว่ากันตามจริง รัฐบาลไม่ได้ถอยในเรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ยังคงเดินอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่เดิมส่งขึ้นไปทั้งหมด 6-7 ฉบับ เพื่อชี้ให้เห็นว่ามีหลายคนคิดในทางบวกว่าต้องการปรองดอง นิรโทษ สิ่งที่ผ่านสภาไปแล้วและไปอยู่ที่วุฒิสภา ถ้าวุฒิสภาไม่รับหลักการก็จะย้อนกลับมาที่สภาอีกครั้งภายใน 180 วัน อันจะทำให้สถานการณ์ยังตรึงกันอยู่ แม้ว่าจะลากพรรคร่วมรัฐบาลมาลงสัตยาบัน แต่สถานการณ์ที่ประชาชนไม่เชื่อแล้ว นอกจากการทำให้เห็นแล้ว ไม่มีอย่างอื่นอีก
"ถ้าดำเนินการแบบนี้ ก็จะคลายปัญหาทั้งหมด แต่ตอนนี้มันไม่ไว้ใจแล้ว ตอนนี้ไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาสาระของกฎหมาย หรือ วิธีการออกกฎหมาย แต่ประเด็นคือ ไม่ไว้ใจรัฐบาล รัฐบาลโยนให้เป็นเรื่องของสภา แต่จริงๆ แล้วรัฐบาลอยู่เบื้องหลังทั้งหมด เมื่อทุกอย่างอยู่บนพื้นฐานความไม่ไว้วางใจ รัฐบาลก็อยู่ยาก ทั้งนี้มีหลายกลุ่มหลายองค์กรที่ลุกขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถือว่าสถานการณ์ตรงนี้มีความน่าเป็นห่วง" แหล่งข่าวจากฝ่ายความมั่นคง กล่าว
แหล่งข่าวยังแสดงความกังวลด้วยว่า วันนี้เป็นการต่อสู้ของคนชั้นนำ ส่วนคนชั้นล่างรัฐบาลยังสามารถคุมได้อยู่ โดยเฉพาะกำนันผู้ใหญ่บ้าน ฐานล่างคุมได้อยู่ ฉะนั้นจะกลายเป็นการต่อสู้ระหว่างชนชั้นกลาง กับคนชั้นล่าง เมื่อสงครามประชาชนเกิดขึ้นแล้ว ทหารก็จะเข้าไปเล่นเกมไม่ได้ เพราะกลไกอยู่ที่สภาทั้งหมด เกมเหล่านี้จะต้องระมัดระวัง
“หากต้องการหักด้ามพร้าด้วยเข่า การประชุม ครม.วันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ รัฐบาลจะต้องประกาศเป็น พ.ร.ก. และยุบสภาวันนั้นเลย แล้วให้ประชาชนตัดสินใจว่ารัฐบาลทำถูกต้องหรือไม่ หากพรรคเพื่อไทยกลับเข้ามาเยอะก็ถือว่ารับ พ.ร.ก.นี้เป็น พ.ร.บ. แต่ในระหว่างนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถกลับเข้าประเทศไทยได้ เพราะ พ.ร.ก.มีผลในทางกฎหมายจนถึงวันที่สภารับรอง"
ทั้งนี้ พ.ร.บ.เป็นการออกด้วยกระบวนการของสภานิติบัญญัติ โดยมีขั้นตอนตั้งแต่การเสนอร่าง การได้รับความเห็นชอบจากรัฐบาลและพิจารณาวาระ หนึ่ง สอง และสาม เมื่อจบทางสภาแล้วก็จะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา ตามวาระหนึ่ง สอง และสาม ถ้าไม่มีการแก้ไขในสิ่งที่เป็นสาระสำคัญก็ย้อนกลับมาพิจารณาที่สภาอีกครั้ง และนำขึ้นกราบบังคมทูลต่อไป หากแก้ไขสาระสำคัญก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อหาทางออกร่วมกันระหว่างสภากับวุฒิสภา
ส่วน พ.ร.ก.เป็นอำนาจของ ครม. แต่มีเงื่อนไขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 281 ว่า การประกาศ พ.ร.ก.ได้จะต้องกระทบต่อความมั่นคง ภัยพิบัติสาธารณะ และปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งทั้งสามเงื่อนไข หรือเงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่ง
"ถ้ารัฐบาลประกาศยุบสภา จะมีการเลือกตั้ง 45-60 วัน พ.ต.ท.ทักษิณก็สามารถกลับเข้ามาได้แล้ว สมมุติมาแล้ว และปรากฏว่า ปชป.ชนะการเลือกตั้ง พ.ร.ก.ไม่รับ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณก็สามารถกลับเข้ามาได้ เพราะมีผลไปตั้งแต่ 45 วันที่แล้ว ทั้งนี้ตัวกฎหมายไม่ใช่ตัวแห่งความยุติธรรม กฎหมายเป็นเครื่องมือที่จะนำไปสู่ความยุติธรรม ความยุติธรรมเป็นค่านิยมที่มีความสำคัญต่อการบริหารรัฐกิจของประเทศ ถ้ารัฐบาลคิดว่าความยุติธรรมอยู่ที่กฎหมาย และเขียนเงื่อนไขของกฎหมายออกมาเพื่อสร้างความยุติธรรมตามที่รัฐบาลเรียกร้อง ก็จะเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวง"
........................
(หมายเหตุ : ประชาชนไม่ไว้วางใจทางเลือกสุดท้ายเสี่ยงออกพ.ร.ก. : รายงาน)



