ข่าว

'พท.-พรรคร่วมฯ'ลงสัตยาบัน

'พท.-พรรคร่วมฯ'ลงสัตยาบัน

09 พ.ย. 2556

'เพื่อไทย-พรรคร่วมรัฐบาล' ร่วมลงสัตยาบัน ย้ำจุดยืนไม่พิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับสุดซอย

 

                             9 พ.ย.56 ที่พรรคเพื่อไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นัดหารือร่วมกับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล และแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล อาทิ พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติ พัฒนา และพรรคพลังชล เพื่อย้ำจุดยืนของพรรคร่วมรัฐบาลว่าจะไม่ยืนยันร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม หากถูกส.ว.คว่ำร่างในวาระ 1 โดยผู้ที่มาร่วมประชุมประกอบด้วย นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล ขณะที่แกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่เดินทางมาร่วมประชุม อาทิ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรมช.เกษตรและสหกรณ์ นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายนิกร จำนงค์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และนายสามารถ แก้วมีชัย ประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม สภาผู้แทนราษฎร

                             จากนั้นเวลา 13.00 น. หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 4 พรรคร่วมกันแถลงข่าวถึงจุดยืนร่วมกัน โดยนายจารุพงศ์ กล่าวว่า ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาและเห็นชอบร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ปรากฏว่ามีการโต้แย้งคัดค้านร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวที่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของวุฒิสภา พรรคร่วมรัฐบาลเคารพในทุกความเห็นของประชาชน และเห็นว่าหากปล่อยให้ความขัดแย้งลุกลามต่อไปจะส่งผลเสียหายต่อประเทศ พรรคร่วมรัฐบาลจึงร่วมกันถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม และร่างพ.ร.บ.ความปรองดองแห่งชาติ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 6 ฉบับออกจากวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และเพื่อแสดงความจริงใจว่าพรรคร่วมรัฐบาลไม่ประสงค์ให้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ที่มีหลักการทำนองนี้อีกต่อไปไม่ว่าจะเป็นร่างฉบับใดก็ตาม ทั้งนี้ สำหรับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับที่เป็นปัญหาในขณะนี้ ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ไม่ว่าส.ว. ส.ส. หรือพรรคร่วมรัฐบาล ไม่อาจดำเนินการให้ถอนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวออกจากการพิจารณาของวุฒิสภาได้ ต้องให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไปตามรัฐธรรมนูญ

                             ดังนั้น พรรคร่วมรัฐบาลจึงมีความเห็นร่วมกันว่า หากวุฒิสภามีมติยับยั้งและส่งร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวคืนมายังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 148 สภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ในช่วง 180 วันนับแต่วันที่ได้รับร่างคืนมาจากวุฒิสภา แต่สภาผู้แทนราษฎรอาจหยิบยกขึ้นพิจารณาใหม่ได้ เมื่อพ้น 180 วันไปแล้ว ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะไม่หยิบยกร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้มาพิจารณาใหม่ พรรคร่วมรัฐบาลขอแสดงเจตจำนงร่วมกันโดยให้สัตยาบันเป็นสัญญาประชาคมต่อประชาชนว่า พรรคร่วมรัฐบาล และส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล จะไม่เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรหยิบยกร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาอีก แต่จะปล่อยให้ตกไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ

                             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 4 พรรคได้ร่วมลงนามในสัตยาบันร่วมกัน พร้อมทั้งโชว์สัตยาบันให้กับสื่อมวลชนได้บันทึกภาพด้วย

                             นายจารุพงศ์ กล่าวภายหลังลงสัตยาบันว่า หลังจากที่ทั้ง 4 พรรคลงนามในสัตยาบันแล้ว มั่นใจว่าจะแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมได้ ด้านนพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า พรรคชาติพัฒนาขอยืนยันในเจตนารมณ์ตามที่ได้ลงนามในสัตยาบันทุกประการ นายธีระ วงศ์สมุทร หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนาขอยืนยันว่าจะยึดมั่นในสัตยาบันที่ลงนามต่อประชาชนในครั้งนี้ ขณะที่นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้พรรคพลังชล กล่าวว่า สิ่งที่พรรคร่วมรัฐบาลลงนามไปคือการแสดงเจตนารมณ์ร่วมกัน ขอยืนยันว่าจะให้ทุกอย่างเป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ลงนามไป

                             นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การลงนามในสัตยาบันครั้งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงใจให้สังคมสบายใจตามที่ประชุมอธิการบดีให้คำแนะนำมา เพื่อให้สังคมเกิดความมั่นใจว่าส.ส.จะไม่นำร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมกลับมาใช้อีก ถือเป็นหลักประกันที่ทั้ง 4 พรรคพร้อมที่จะรับผิดชอบร่วมกัน

                             เมื่อถามว่า หากการชุมนุมมีการยกระดับเป็นการขับไล่รัฐบาล จะทำให้การลงนามสัตยาบันสูญเปล่าหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่สูญเปล่า เราอยากให้ประเทศเดินหน้าสู่ความสงบโดยเร็ว ซึ่งเท่าที่รับฟังเสียงประชาชนนั้นทราบว่า หากสามารถเคลียร์ประเด็นเรื่องพ.ร.บ.นิรโทษกรรมได้ก็จะทำให้ประชาชนสบายใจ ดังนั้นเมื่อเราลงนามเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วก็ถือว่าเป็นการให้หลักประกันแล้ว หลังจากนี้จะเดินหน้าทำงานเพื่อให้ประชาชนสบายใจ