
ดอกอโศกบานสะพรั่ง!กลางแยกอโศกมนตรี
ดอกอโศกบานสะพรั่ง!กลางแยกอโศกมนตรี : แมนวดี นุยุทธิ์ ศูนย์สารสนเทศและการประชาสัมพันธ์ มศว รายงาน
นาฬิกาข้อมือ บอกเวลา 11.30 น. นิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒตั้งแถว หน้าสำนักหอสมุดกลาง แผ่นป้ายทั้งกระดาษและผ้า ที่จัดทำขึ้นมาเพื่อการนี้ อยู่ในมือของนิสิตทั้งชายและหญิง เจ้าหน้าที่และอาจารย์ทุกคน ตลอดถึงพนักงาน เจ้าหน้าที่ซึ่งทำงานอยู่ในย่านอโศกมนตรีมาร่วมขวนกันภายในมหาวิทยาลัย บรรยากาศทำให้เห็นความกลมเกลียว สามัคคี แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่มีจุดร่วมเดียวกัน “คัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมบางข้อความ บางบทบางตอน” ที่ต้องพูดอย่างนี้เพราะตัวกฎหมายนิรโทษกรรมนั้นมีประโยชน์ หากใช้ให้เกิดประโยชน์และไม่ได้ทำเพื่อผู้มีอำนาจ
สองเท้าที่บรรดาขบวนประชาคมมศว เดินเพื่อมุ่งสู่ถนนอโศก เป็นก้าวย่างที่มั่นคงและมั่นใจว่า “วันนี้ (7 พ.ย.56) เรามีหัวใจดวงเดียวกันและได้ทำตามสัญญาว่าจะไปพบกันที่แยกอโศกมนตรี บริเวณรถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที ที่น่าสนใจ ก็คือผู้นัดหมายซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นนิสิต นักศึกษา อาจารย์ คนทำงานและประชาชน นัดชุมนุมเพื่อแสดง “จุดยืน”ของผู้คนละแวกนี้เพราะ พื้นที่บริเวณถนนอโศกมนตรี เชื่อมกับถนนสุขุมวิท และถนนเพชรบุรี เป็นย่านการค้า ธุรกิจขนาดใหญ่ ผู้คนชนชั้นกลางทำงานอยู่บนตึกสูงเป็นจำนวนนับพันนับหมื่นบริษัท มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อย่างเทอร์มินอล เป็นศูนย์รวมคนทุกรุ่น มีรถไฟฟ้าทั้งบนดินอย่าง บีทีเอส และรถไฟฟ้าใต้ดิน อย่างเอ็มอาร์ที เชื่อมต่อเป็นเส้นทางคมนาคม ถึงกันอย่างง่ายดายและสะดวกในการเดินทางมาร่วมชุมนุม
ขบวนเดินออกมาถึงถนนอโศกมนตรี มีคนทำงานรอเราอยู่เพื่อรอร่วมขบวน และทุกคนมีแผ่นป้ายของตัวเองถือเตรียมไว้รอพวกเราอยู่ เสียงปรบมือดังตลอดถนนที่พวกเราเดิน ส่วนเครื่องมือที่ใช้ประกอบการเดินคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมครั้งนี้ ที่เราเรียกกันติดปากว่า accessory ไม้ว่าจะเป็นธงชาติ นกหวีด โบสีธงชาติ เข็มกลัด หมวก พัด ร่ม แว่นตา สารพัดที่จะหามาได้นั้น ทุกคนก็สร้างสรรค์หากันมาอย่างเต็มหัวใจ บางคนก็ทำเป็นเรื่องประดับดับอย่างต่างหู คัดค้านพ.ร.บ. เห็นแล้วเก๋ไก๋ไปอีกแบบ เห็นความคิดสร้างสรรค์ที่มีมากมายของเยาวชนไทย
เสียงตะโกนที่เปล่งออกมาตลอดการเดินคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ดังอย่างต่อเนื่อง ขาน-รับเป็นทอดๆ อย่างมีจังหวะ แบบไม่ได้นัดหมาย ได้เห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะที่แฝงไว้ด้วยแววตาที่เอาจริงเอาจังของเยาวชนและผู้ใหญ่วัยทำงาน ผู้สูงวัยอย่างผู้เกษียณอายุทั้งชายหญิงก็มาร่วมเดิน ทุกคนยังไม่มีใครบ่นว่า “เหนื่อยหรือจะเป็นลมเลย” พวกเรายึดถนนทั้งขาเข้าและขาออกไว้เป็นพื้นที่ของขบวนได้สำเร็จ ขบวนที่เดินค่อยๆ ขยายล้ำออกไปอีกฟากหนึ่งของถนนอย่างรวดเร็ว จราจรที่มาอำนวยความสะดวกในการเดินแถวไปแยกอโศกเอาไม่อยู่เพราะ ทุกคนออกมาร่วมแรงร่วมใจกันมากมาย เกินกว่าที่รัฐบาลจะคาดคิด ที่ยืนบนถนนก็ส่งยิ้ม พร้อมแววตาแห่งไมตรีจิตมาให้พวกเรา ตาสบตากันและกัน ส่งผ่านถึงหัวใจ ใครบ้างล่ะ!จะสัมผัสได้ หากไม่ได้มาเดินบนถนนอโศกในวันนั้น ซึ่งก่อนหน้าวันที่ 7 พ.ย.2556 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เดินชิมลางไปก่อนแล้ว ในการเดินวันนั้น ผู้บริหารมหาวิทยาลัยอย่างอธิการบดี ผศ.นพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ นำทีมเดินกันก่อน เป็นการเดินที่เราว่ามีคนมาร่วมกว่า 5 พันคน “มันเยอะแล้วนะ” แต่ในวันแห่งประวัติศาสตร์ของแยกอโศก (7 พ.ย.56) มันเนืองแน่นชนิดว่า “ลมหายใจของคนสองคนแทบรดกันเลย” ใครที่ไม่สามารถลงมาสมทบบนถนนได้ก็ใช้พื้นที่สะพานเชื่อมลอย กลางถนนอโศกมนตรี ร่วมชุมนุมกัน “แน่น แน่น” แบบสนิทจะลงไปไหนกันก็ไม่ได้ แต่ทุกคนก็ไม่มีวี่แววความหงุดหงิดให้เห็นแม้แต่น้อย
ขบวนเดินมาถึงแยกอโศก ใกล้เวลา 12.45 น. นายกองค์การนิสิต มศวขึ้นไปปราศรัยบนหลังคารถ มีนิสิตของมศว ก็ปีนขึ้นไปสมทบท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชน เสียนกหวีดยังดังตลอดเวลา และยิ่งดังขึ้น ดังขึ้น ผู้คนที่ชุมนุมบริเวณแยกอโศกรอขบวนของนิสิตมศวไปสมทบ เสียงโห่ร้อง ก้องดังไปทั่ว ปนมากับเสียงนกหวีด เสียงปรบมือ เสียงรายงานข่าว สารพัดเสียง ทำให้หูของทุกคน “ดับ” คือไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว หากแต่ทุกเสียงที่มันดังอยู่นี้ มีเป็นความรู้สึกเดียวกันที่อยากจะบอกว่า “พ.รบ. ไม่เอา” “สุดซอย ไม่เอา” “เหมาเข่ง ไม่เอา”
ใครจะนึกว่า ย่านธุรกิจที่เวลาเป็นเงินเป็นทอง จะเป็นอัมพาตไปชั่วขณะ ซึ่งช่วงขณะที่พูดถึงนั้นมันไม่ใช่เพียงแค่ 5-10 นาที แต่มันกว่า 2 ชั่วโมง หากแต่เวลาที่เป็นเงินเป็นทองกลับเทียบไม่ได้อีกแล้วกับ “เวลาแห่งน้ำใจเดียวกัน” น้ำใจเดียวกันที่มาร่วมกันเพื่อจุดยืนทีเข้มแข็ง
คัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม
วันนี้ฉันอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก มันอิ่มแบบไม่ต้องมีอาหารตกถึงท้อง แต่มันอิ่มไปด้วยความหมายแห่งชีวิต ชีวิตของผู้คนในเมืองหลวง ในกลางกรุงเทพฯ ที่ดูเหมือนจะไม่มีใครสนใจกันและกัน หากแต่คุณธรรมแห่งความดีที่อยู่ในหัวใจของทุกคน “ค่อยๆ เบ่งบาน เบ่งบานทีละน้อยๆ” เพื่อต่อสู่กับความไม่ถูกต้อง แม้ความไม่ถูกต้องนั้นจะเข้าสู่กระบวนการแห่งกฎหมาย ซึ่งหมายถึงการทำเรื่องไม่ถูกต้องให้กลายเป็นเรื่องถูกต้อง แต่ดอกไม้คุณธรรมแห่งความดีของทุกคนก็พร้อมจะต่อสู้กับความไม่ถูก ที่ถูกทำให้ถูกต้อง ทุกวิถีทาง
“มันไม่ได้เรื่องง่ายนัก แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ใช่เหรอ” ห้วงแห่งความคิดคำนึงในหัวใจของเราเปล่งออกมาเบาๆ
ฉันนั่งลงทบทวนทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ค่อยๆ ลำดับเรื่องราว ทำให้ต้องขอบคุณรัฐบาลชุดคุณยิ่งลักษณ์ ที่ทำให้คนไทยในวันนี้ “มั่นใจในตัวเองมากขึ้น” มองเห็น “ดอกไม้คุณธรรมแห่งความดีของตัวเองชัดขึ้นๆ และเข้าใจความหมายแห่งการมีลมหายใจมากขึ้น
หากไม่มีวิกฤติครั้งนี้ เราทุกคนคงมองไม่เห็นโอกาสที่จะทำประโยชน์เพื่อชาติได้มากมายขนาดนี้
...................................
(หมายเหตุ : ดอกอโศกบานสะพรั่ง!กลางแยกอโศกมนตรี : แมนวดี นุยุทธิ์ ศูนย์สารสนเทศและการประชาสัมพันธ์ มศว รายงาน)



