'เมียร่มเกล้า'ขอ'ปู'สำนึก!ในความเป็น'คน'
ม็อบค้านนิรโทษอนุสาวรีย์ปชต.ช่วงเย็นคึกคัก 'เมียร่มเกล้า'ขอ'ยิ่งลักษณ์'สำนึกในความเป็น 'คน-แม่-นายกฯหญิงคนแรกของไทย' อย่าทำร้ายประชาชนอีกเลย
เมื่อเวลา 18.00 น วันที่ 8 พ.ย.2556 บรรยากาศของการชุมนุมของมวลชนคัดค้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง ที่ปักหลักชุมนุมเป็นวันที่ 5 โดยมีประชาชนยังคงปักหลักชุมนุมอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ช่วงเย็นประชาชนจากทุกกลุ่มสาขาอาชีพเริ่มทยอยเดินทางเข้าร่วมชุมนุมทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ขณะที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่มวลชนก็ยังคงปักหลักกางร่มนั่งฟังการปราศรัย บางส่วนก็เข้าไปนั่งฟังปราศรัยภายในเต็นท์ขนาดใหญ่ที่ได้มีการจัดไว้ให้
ทั้งนี้ภายในพื้นที่ชุมนุมยังได้มีการแจกเสื้อกันฝนจำนวน 21,000 ชุด รวมทั้งอาหาร น้ำดื่ม และผลไม้ต่างๆ ให้กับผู้ร่วมชุมนุม นอกจากนี้ยังได้มีการติดตั้งจอโปรเจคเตอร์แอลอีดีขนาดใหญ่ทั่วพื้นที่ชุมนุม ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเวทีปราศรัยด้วย
ส่วนด้านกิจกรรมบนเวทีนั้น ยังคงเป็นการปราศรัยโจมตีร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม พร้อมแจ้งข่าวสารความเคลื่อนไหวเรื่องร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม นอกจากนี้มีการแสดงดนตรีจากวงซูซู ซึ่งสร้างความสนุกสนาน ส่งผลให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก อีกตั้งยังเปิดโอกาสให้ตัวแทนประชาชนจากต่างจังหวัดที่เข้าร่วมชุมนุมได้ขึ้นเวทีกล่าวทักทายพร้อมแสดงจุดยืนคัดค้านร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม และเปิดโอกาสให้แม่ที่ลูกเสียชีวิตในเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ถนนราชดำเนินปี 2553 ร่วมถึงนางนิชา หิรัญบูรณะ (ธุวธรรม) ภรรยา พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม นายทหารเสียชีวิต ก็ได้กล่าวบนเวทีด้วย
นางนิชา ได้กล่าวว่า เธอไม่อาฆาตคนฆ่าหรือคนคนสั่งฆ่าพ.อ.ร่มเกล้า แต่ขอเพียงให้เขายอมรับผิดเพราะรู้ดีว่าคนฆ่านั้นมีกรรมหนักอยู่แล้ว ขอเพียงอย่าให้เขาฆ่าประชาชนอีก พร้อมกันนี้ขอฝากไปถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขอให้สำนึกในความเป็นคนในความแม่ และสำนึกในความเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ขออย่าได้ทำร้ายประชาชนอีกเลย
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับบรรยากาศโดยรอบพื้นที่ชุมนุมนั้น ได้มีการตั้งร้านขายอุปกรณ์เชียร์ อาทิ นกหวีด แตรเป่า มือตบ ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 20 บาทขึ้นไป อย่างไรก็ตามมวลชนที่เข้าร่วมชุมนุมบางส่วนได้นำกระเป๋าเป้ พร้อมสัมภาระ และเต็นท์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการนอนพักค้างคืนที่ ถ.ราชดำเนินกลาง ขณะที่บางส่วนได้ปูผ้าใบรองพื้นสำหรับใช้นอนเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีผู้ให้บริการนวดแผนไทย เพื่อผ่อนคลายให้แก่ผู้เข้าร่วมชุมนุมอีกด้วย
แฉ"ปู"จัดม็อบชน-ขู่เอาคืน "บิ๊กแจ๊ด"
เมื่อเวลา 20.10 น. นายสุเทพขึ้นเวทีปราศรัยบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้พิสูจน์แล้วว่า ที่นายกรัฐมนตรีพูดว่าทุกอย่างจบแล้ว จะให้วุฒิสภาทำให้เรียบร้อย แต่ปรากฏว่ามันไม่เรียบร้อย วันนี้วุฒิสภาก็ยังไม่พิจารณากฎหมายฉบับนี้ โดยนัดประชุมใหม่วันที่ 11 พฤศจิกายน แต่ไม่ว่าผลการพิจารณาของวุฒิสภาจะเป็นประการใด กฎหมายชั่วร้ายฉบับนี้ไม่มีวันตายไปจากสภาก่อนเวลา 18.00 น. วันที่ 11 พฤศจิกายน แน่นอน
นายสุเทพ กล่าวว่า พบว่ามีการสั่งการไปยัง อบต.ทุก อบต.ให้เอาคนมาจากทุกตำบล เอามาข่มขู่พวกเรา ขณะเดียวกันมีการสั่งระดมตำรวจมาทั่วประเทศ แปลว่ายิ่งลักษณ์หลอกคนที่ชุมนุมอยู่ ไม่สนใจว่าประชาชนคิดอย่างไร แต่ยิ่งลักษณ์กำลังเตรียมการเผชิญหน้ากับประชาชน กำลังท้าทายประชาชนทั้งประเทศ อวดดีว่าตัวเองมีอำนาจและอิทธิพล สามารถระดมคนมาเชียร์ ได้มากกว่าประชาชนที่มาต่อต้าน เขาท้าเราแล้ว เรารับคำท้าเขาหรือไม่ ถ้ารับคำท้าเขา อย่านอนอยู่บ้าน ให้ออกมาชุมนุมเสาร์-อาทิตย์นี้ให้มากๆ
นายสุเทพ กล่าวว่า ขอฝากถึงทหารว่า อย่าลืมความเจ็บปวด อย่าลืมว่าพวกมันทำกับพี่น้องไว้อย่างไร ไม่ร้องขอพี่น้องทหารให้ออกมาช่วยต่อต้านรัฐบาล แต่ร้องขอเพียงทหารอย่าเป็นเครื่องมือรัฐบาลทรราช ขอให้ทหารไปช่วยดูแลพื้นที่พระวิหาร อย่าให้เราต้องเสียไปแม้แต่ตารางนิ้วเดียว อย่าให้ใครเอาพื้นที่แผ่นดินไทยไป ไม่ว่าศาลโลกตัดสินอย่างไร
"ขอซักซ้อมเป็นมติเด็ดขาดของคณะกรรมการแกนนำ เราต้องยึดมั่นว่า เราจะต่อสู้ด้วยหัวใจ ด้วยความสงบ ต่อสู้แบบอหิงสา ปราศจากอาวุธ การต่อสู้ของเราสู้เพื่อสร้างชาติ เพื่อสร้างสรรค์ เราจะไม่ทำลาย เราไม่เผา ไม่ฆ่าใคร การต่อสู้ของเราจะไม่ทำให้แม่คนไหนต้องหลั่งน้ำตา จะไม่ทำให้เมียคนไหนต้องเสียสามีอีกแล้ว เราร้องไห้กับแม่ทหารกับเมียทหารมามาก เราจะไม่ทำให้แม่คนไหน เมียคนไหนสูญเสียอีกแล้ว"
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า วันนี้ได้ข่าวพรรคเพื่อไทยแจ้งจับตน ฐานก่อกบฏ หลังจากที่ได้ประกาศตั้งศาลประชาชน 18.00 น. ตนจะขึ้นเวทีเพื่อถามมติประชาชนว่าจะทำอย่างไรกับยิ่งลักษณ์-ทักษิณ แต่คืนนี้ศาลยังไม่เปิด รอวันจันทร์ก่อน และถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะมาจับตนที่นี่ ก็จะให้จับ ไม่ขัดขืน รวมทั้งถ้าเจ้าหน้าที่จะมาสลายการชุมนุมเราจะนั่งเฉยๆ ขอเตือนถึง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ถ้าตำรวจจะมาจับกุมพวกเรา ไม่ต้องเอาอาวุธมา เพราะเราไม่มีอาวุธ "บอกถึงคำรณวิทย์ที่แอบเอาคนนอกไปซ้อม ไปฝึก คำรณวิทย์กำลังทำผิดกฎหมาย วันข้างหน้ากูจะเล่นมึง วันนี้ในที่ประชุม ศอ.รส.ยังมีเพื่อนสุเทพอยู่เหมือนกัน"
สื่อนอกเปรียบไทย"สาธารณรัฐแห่งทักษิณ"
ขณะเดียวกันสำนักข่าวต่างประเทศนามบลูมเบิร์ก ได้เปิดเผยบทความของวิลเลียม เปเซค หนึ่งในคอลัมนิสต์ ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองของไทยในปัจจุบันผ่านบทความที่มีชื่อว่า "Thailand's Big Brother Drama" ระบุว่า ประเทศไทยเปรียบได้ว่าเป็น "สาธารณรัฐแห่งทักษิณ" เนื่องจากทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศขณะนี้มีความเกี่ยวเนื่องและมุ่งเป้าต่อผลประโยชน์ของ อดีตนายกรัฐมนตรีท้กษิณ ชินวัตร ทั้งสิ้น
มีรายงานด้วยว่า คนไทยในเมืองซิดนีย์ประเทศออสเตรเลีย ได้ประท้วงพ.ร.บ.นิรโทษกรรมด้วย
พระมหาจุฬาฯแนะยึดพระพุทธเจ้าไม่ยอมให้เลือดนองแผ่นดิน
พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส หัวหน้าโครงการปริญญาโทหลักสูตรสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย "มจร" ได้เป็นวิทยากรในรายการถอดรหัส เรื่อง "สติมา ปัญญาเกิด" ทางช่อง 11 โดยกล่าวถึงความขัดแย้งในสังคมไทยว่า ความขัดแย้งในสังคมนั้นพระพุทธศาสนามองว่าเป็นธรรมชาติของมนุษย์ซึ่งจะทำให้มนุษย์มาพิจารณาว่าแล้วความถูกต้องจะเป็นอย่างไร อาตมาไม่ได้มองความขัดแย้งในเชิงลบ อย่างเช่นความอยากก็ไม่ควรใจแคบจนมากเกินไปเช่นนี้ก็จะทำให้อยู่ร่วมในสังคมได้
"ความขัดแย้งนั้นในครั้งพุทธกาลก็มีเช่นกัน เช่นพระมีความขัดแย้งกัน พระพุทธเจ้าก็จะเปิดเวทีให้พูดคุยกันแก้ปัญหาร่วมกัน พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เปิดใจฟังอีกฝ่าย เพื่อให้เพื่อนภิกษุอยู่ร่วมกันได้ เพราะมนุษย์ไม่สามารถที่จะอยู่คนเดียวได้ ดังนั้นจึงควรที่จะเปิดใจรับฟังปัญหาของกันและกัน" พระมหาหรรษา กล่าวและว่า
ขอยกตัวอย่างอีกกรณีหนึ่งคือตอนที่พระญาติของพระพุทธเจ้าทั้งฝ่ายพระมารดาและพระบิดามีความขัดแย้งกันเรื่องน้ำทำนา พระพุทธเจ้าก็ทรงเสด็จไปห้ามและตรัสถามพระญาติทั้งสองฝ่ายว่าระหว่างน้ำกับเลือดของพระญาติอย่างใดมีค่ามากกว่ากัน พระญาติตอบว่า เลือดของพระญาติมีค่ามากกว่า ทำให้พระญาติเลิกขัดแย้งกัน จากการทำหน้าที่ของพระพุทธเจ้าครั้งนั้นแสดงให้เห็นว่าพระองค์ไม่ต้องการให้เลือดนองแผ่นดิน
"ปัจจุบันนี้ความขัดแย้งในสังคมไทยมีหลายตัวแปร แต่หากคนไทยมองคุณชีวิตของคนไทยด้วยกันมีความสำคัญและปฏิบัติตามแนวทางของพระพุทธเจ้าที่ไม่ยอมให้เลือดนองแผ่นแล้ว ก็เชื่อแน่ว่าความรุนแรงก็จะไม่เกิดขึ้น" พระมหาหรรษา กล่าวและว่า
นอกจากนี้ขอยกพระดำรัสของพระพุทธเจ้าที่ว่า พระองค์รักพระราหุลพระโอรสของพระองค์มากเพียงใดก็รักพระเทวทัตมากเพียงนั้น ดังนั้นเราต้องรักทั้งคนที่อยากรักและคนที่ไม่อยากรัก เราไม่มีสิทธิ์ที่จะไปเกลียดใคร เอาศัตรูมาเป็นมิตรจะดีกว่า แล้วคนไทยก็จะอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข อาตมาจึงอยากให้คนไทยมีความอดกลั่นอย่าได้ใจร้อนหาทางแก้ปัญหาหาทางออกร่วมกัน เพราะหากเราใจร้อนแล้วก็จะไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการนั้น



