ข่าว

'รอยล'ชี้ไทยไม่รอดซุปเปอร์ไต้ฝุ่น

'รอยล'ชี้ไทยไม่รอดซุปเปอร์ไต้ฝุ่น

08 พ.ย. 2556

'รอยล' เรียกถกแผนป้องกันสถานการณ์น้ำจากอิทธิพลของหางพายุ 'ไห่เยี่ยน' 11-12 พ.ย. กระทบอีสาน-เหนือ จับตาระดับน้ำเขื่อนป่าสัก เชื่อลุ่มน้ำยมเอาอยู่

 

                         8 พ.ย. 56  นายรอยล จิตรดอน ประธานคณะอนุกรรมการบริหารน้ำและจัดสรรน้ำ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย กบอ. เปิดเผยว่า วานนี้ คณะอนุกรรมการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือถึงสถานการณ์น้ำ และแนวทางการรับมือพายุไต่ฝุ่นไห่เยี่ยน (HAIYAN) บริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งยังคงความรุนแรงเป็นพายุไต้ฝุ่นระดับ 5 และมีแนวโน้มเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือ ใกล้ชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 10-11 พ.ย. จากนั้นจะอ่อนกำลังลงแล้วเลี้ยวขึ้นไปทางตอนใต้ของจีน ปัจจุบันพายุลูกนี้อยู่ห่างประเทศไทย 572 กิโลเมตร ความเร็ว 36.41 Knot

                         "แม้พายุจะไม่เคลื่อนเข้ามายังประเทศไทยโดยตรง แต่จะมีอิทธิพลทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในวันที่ 11 พ.ย. และภาคเหนือในวันที่ 12 พ.ย. เป็นฝนที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบรุนแรงเช่นเดียวกับประเทศฟิลิปปินส์ ที่ได้รับอิทธิพลจากพายุโดยตรงจนทำให้ต้องอพยพประชาชน"

                         อย่างไรก็ตาม สถานการณ์พายุที่เกิดขึ้นทำให้ประเทศไทยยังต้องเฝ้าระวังพื้นที่ฝนตกหนัก ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในช่วงวันที่ 9-11 พ.ย. และ และภาคเหนือในช่วงวันที่ 11-12 พ.ย. เฝ้าระวังระดับน้ำในเขื่อนอุบลรัตน์ เขื่อนลำนางรอง เขื่อนมูลบน เขื่อนลำแซะ เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนกิ่วคอ หมา และเขื่อนกิ่วลม พร้อมทั้งเฝ้าระวังระดับน้ำที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นในแม่น้ำมูล และแม่น้ำชีตอนบน

                         ขณะที่สถานการณ์น้ำในเขื่อนป่าสักยังน่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตามคณะกรรมการฯ เชื่อว่าลุ่มน้ำยมตอนบนยังสามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำได้ หากพายุที่กระทบไทยไม่รุนแรงตาม โดยระดับน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน ระดับน้ำในลำน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงวันที่ 15 พ.ย. แม้จะไม่ล้นตลิ่ง แต่อาจมีน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ได้

                         สำหรับสถานการณ์ปัจจุบันยังคงเฝ้าระวังหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง บริเวณอ่าวไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน ที่อ่อนกำลังลงจากพายุดีเปรสชั่น “30W” ที่กำลังจะเคลื่อนตัวไปปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนใน วันที่ 9 พ.ย. จะส่งผลให้มีฝนตกหนาแน่นในภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาค ใต้ในช่วงวันที่ 8-9 พ.ย.

                         ภาคใต้ยังคงต้องเฝ้าระวังพื้นที่ฝนตกหนัก ภาคใต้ตอนบนบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพรใน ช่วงวันที่ 8-9 พ.ย. โดยเฝ้าระวังระดับน้ำที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น แม่น้ำเพชรบุรี แม่น้ำปราณบุรี คลองบางสะพาน และแม่ น้ำกุยบุรี

                         เฝ้าระวังเขื่อน เขื่อนแก่งกระจานและเขื่อนปราณบุรี ที่ปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บที่ 88% และ 86% สามารถรับน้ำได้อีก 84 และ 48 ล้าน ลบ.ม. และคาดการณ์ปริมาณน้ำ ไหลเข้าเขื่อนแก่งกระจานและเขื่อนปราณบุรีระหว่างวัน ที่ 8-13 พ.ย. ประมาณ 12 และ 23 ล้าน ลบ.ม. โดยสถานการณ์ฝนในภาคใต้หลังจากนี้คาดว่าจะลดลง

                         นายรอยล บอกว่า สถานการณ์พายุรุนแรงขึ้นในช่วงรอยต่อของพายุหลายลูกที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของปรากฏการณ์ลานินญ่า จากนี้ยังมีพายุอีกลูกที่กำลังก่อตัว แต่ยังไม่ทราบทิศทางและส่งผลกระทบต่อประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งต้องติดตามต่อไป

 

 

'กรมชล' เผยน้ำปีนี้มากกว่าปี 55

 

                         ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งประเทศ ล่าสุด (8 พ.ย.) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 53,032 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 75 ของความจุอ่างฯ ขนาดใหญ่รวมกันทั้งหมด เทียบกับปีที่ผ่านมา ปริมาณน้ำในปีนี้จะมากกว่าปี 2555 ประมาณ 1,200 ล้านลูกบาศก์เมตร

                         สำหรับสภาพน้ำในเขื่อนใหญ่ ในพื้นที่ภาคเหนือ ที่ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 7,190 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 53 ของความจุอ่างฯ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 5,959 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 63 ของความจุอ่างฯ เขื่อนแม่กวงอุดมธารา จ.เชียงใหม่ มีปริมาณน้ำ 116 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 44 ของความจุอ่างฯ เขื่อนกิ่วลม จ.ลำปาง มีปริมาณน้ำ 98 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 92 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 887 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 94 ของความจุอ่างฯ

                         ส่วนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่เขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานี มีปริมาณน้ำ 95 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 70 ของความจุอ่างฯ เขื่อนน้ำอูน จ.สกลนคร มีปริมาณน้ำ 383 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 74 ของความจุอ่างฯ เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ มีปริมาณน้ำ 1,022 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 52 ของความจุอ่างฯ เขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา มีปริมาณน้ำ 311 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 99 ของความจุอ่างฯ เขื่อนลำนางรอง จ.บุรีรัมย์ มีปริมาณน้ำ 123 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 102 ของความจุอ่างฯ

                         ในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ที่ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาณน้ำ 960 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 100 ของความจุอ่างฯ เขื่อนกระเสียว จ.สุพรรณบุรี มีปริมาณน้ำ 240 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 100 ของความจุอ่างฯ เขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก มีปริมาณน้ำ 210 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 94 ของความจุอ่างฯ เขื่อนบางพระ จ.ชลบุรี มีปริมาณน้ำ 83 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 71 ของความจุอ่างฯ เขื่อนประแสร์ จ.ระยอง มีปริมาณน้ำ 254 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 102 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนคลองสียัด จ.ฉะเชิงเทรา มีปริมาณน้ำ 427 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 102 ของความจุอ่างฯ

                         ในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งขณะนี้ได้เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว เขื่อนขนาดใหญ่ที่สำคัญๆ มีสภาพน้ำ ดังนี้ เขื่อนแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี มีปริมาณน้ำ 626 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 8 ของความจุอ่างฯ รับน้ำได้อีกกว่า 80 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีปริมาณน้ำ 299 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 86 ของความจุอ่างฯ รับน้ำได้อีกกว่า 40 ล้านลูกบาศก์เมตร เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี มีปริมาณน้ำ 4,723 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 84 ของความจุอ่างฯ รับน้ำได้อีกกว่า 900 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนบางลาง จ.ปัตตานี มีปริมาณน้ำ 724 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 50 ของความจุอ่างฯ รับน้ำได้อีกกว่า 700 ล้านลูกบาศก์เมตร

                         ทั้งนี้กรมชลประทาน ได้ให้ทุกโครงการชลประทาน ในพื้นที่ภาคใต้ให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิด พร้อมไปกับการเตรียมความพร้อมด้านกำลังคน เครื่องจักร เครื่องมือ และเครื่องสูบน้ำเคลื่อน ที่พร้อมจะเข้าไปสนับสนุนในพื้นที่ที่อาจจะเกิดน้ำท่วมได้อย่างทันท่วงที     

 

 

ชี้แนวโน้มปริมาณน้ำลุ่มน้ำเพชรบุรีเพิ่มสูงขึ้น

 

                         ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีว่า ตามที่ได้เกิดหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนที่เข้าสู่ภาคใต้ตอนบน ส่งผลให้เกิดฝนตกอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี และทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจาน อ่างเก็บน้ำห้วยผาก และอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ประจันต์ มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นั้น

                         จากการติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี คาดการณ์ว่าในระยะ 1 - 2 วันนี้ มีแนวโน้มที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำเพชรบุรี จะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำที่พร่องออกมาจากเขื่อนแก่งกระจาน อ่างเก็บน้ำห้วยผาก และอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ประจันต์ รวมทั้งปริมาณน้ำท่าในพื้นที่ท้ายอ่างเก็บน้ำต่างๆ จะไหลลงมาสมทบด้วย ส่งผลให้มีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลผ่านเขื่อนเพชร จนอาจทำให้เขื่อนเพชรต้องเปิดการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีในอัตราประมาณ 100 - 150 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ตั้งแต่ในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ (9 พ.ย.) เป็นต้นไป ลักษณะดังกล่าวจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีด้านท้ายเขื่อนเพชร มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น และอาจจะล้นตลิ่งในที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำบางแห่งได้ ในเขตอำเภอท่ายาง บ้านลาด เมืองเพชรบุรี และบ้านแหลม ตามลำดับ

                         กรมชลประทาน โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี ได้แจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำดังกล่าว ไปยังจังหวัดเพชรบุรี เพื่อแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี ให้เตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ำที่จะเพิ่มสูงขึ้น พร้อมทั้งให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ซึ่งทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี จะรายงานสถานการณ์น้ำให้ทราบเป็นระยะๆ ต่อไป

 

 

'สุราษฎร์ธานี' เฝ้าระวังเรือข้ามฝาก

 

                         กรณีที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีอาจจะได้รับอิทธิพลดีเปรสชั่น ปกคลุมประเทศเวียดนาม อาจทำให้เกิดฝนตกหนักและคลื่นลมแรงนั้น ล่าสุด นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผวจ.สุราษฎร์ธานี ได้ประสานไปทางเจ้าท่าภูมิภาค สาขาสุราษฎร์ธานี ให้เฝ้าระวังเรือโดยสารข้ามฟากไปยังเกาะแก่งต่างๆ โดยก่อนหน้านี้ตรวจสอบสภาพเรือโดยสารข้ามฟากไปเกาะสมุย เกาะพะงันและเกาะเต่าไปครั้งหนึ่งแล้ว พร้อมเน้นย้ำเรื่องการบรรทุกผู้โดยสารและอุปกรณ์ชูชีพ ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด สภาพเรือสมบูรณ์ อุปกรณ์ชูชีพอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน

                         นายประเวศน์ สุภาชัย ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเกาะสมุย กล่าวว่า สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเกาะสมุย ได้รับพยากรณ์อากาศประจำวันที่ 7 พฤศจิกายน 2556 จากกรมอุตุนิยมวิทยา ว่า พายุดีเปรสชันที่ปกคลุมบริเวณเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำแล้ว และจะเคลื่อนไปปกคลุมอ่าวไทยตอนบน ทำให้อ่าวไทย และภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในระยะ 1-2 วันนี้

                         ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร จึงขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้ด้วย สำหรับบริษัทเดินเรือข้ามฝากเกาะสมุย-ดอนสัก ทั้ง 2 บริษัทก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทเดินเรือทั้ง 2 บริษัท เข้มงวดในเรื่องของความปลอดภัยของผู้โดยสารอย่างเคร่งครัด และให้ตรวจสอบสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่องด้วย

 

 

อิทธิพลจากดีเปรสชั่นทำฝนตกหนักในเขต อ.หัวหิน

 

                         อิทธิพลจากจากพายุดีเปรสชั่นที่เคลื่อนจากประเทศกัมพูชา และภาคตะวันออกของไทย มาปกคลุมอ่าวไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบน ส่งผลให้ภาคกลางตอนล่างมีฝนหนาแน่น และมีตกหนักมาก โดยที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตลอดคืนที่ผ่านมา มีฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และเขตเทศบาลเมืองหัวหิน อ.หัวหิน มีน้ำท่วมสูง 50 เซนติเมตร ถนนเพชรเกษมบางแห่ง น้ำท่วมสูงทั้งฝั่งขาล่อง และขาขึ้น

                         นายวีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชนิด และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงาน ทั้งเทศบาลเมืองหัวหิน , ป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย เขต 4 ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทหารจากศูนย์การทหารราบค่ายธนะรัชต์ นำกำลังทหารเข้าให้การช่วยเหลือประชาชนแล้ว