ข่าว

'พงศ์เทพ'แจงสั่งเลื่อนประชุมเวทีปฏิรูปฯ

'พงศ์เทพ'แจงสั่งเลื่อนประชุมเวทีปฏิรูปฯ

08 พ.ย. 2556

'พงศ์เทพ' แจงสั่งเลื่อนประชุมเวทีปฏิรูปฯไปหลัง 15 พ.ย. อ้างเหตุมาจากสถานการณ์ยังไม่เอื้อ เผย 'นายกฯ' เตรียมแถลงท่าทีไทยหลังศาลโลกตัดสินคดีเขาพระวิหาร 11 พ.ย.นี้

 

                      8 พ.ย.56 นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงว่า สำหรับความคืบหน้าเวทีปฏิรูปหาทางออกประเทศไทย ที่มีคณะทำงาน 6 คณะ เดิมทีจะเริ่มการทำงานภายในครึ่งเดือนแรกของเดือนพ.ย.นี้ แต่เนื่องจากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยจึงต้องเลื่อนการประชุมของคณะทำงานออกไปเป็นหลังวันที่ 15 พ.ย.แทน เชื่อว่าตอนนั้นสถานการณ์ต่างๆ คงจะทุเลาลง เพราะประเด็นปัญหาเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ผลที่จะตามมาหากวุฒิสภาไม่รับร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้คือ จะต้องถูกยับยั้งไว้ 180 วัน ทางนายกฯและพรรคเพื่อไทยประกาศชัดเจนแล้วว่าจะเคารพมติของวุฒิสภา ดังนั้น แม้จะผล 180 วันไปแล้ว แต่จะไม่มีการหยิบยกร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณาอีก เท่ากับร่างตกไป กฎหมายฉบับนี้คงเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ไม่มีโอกาสบังคับใช้อย่างแน่นอน ส่วนกรณีนายพิชัย รัตตกุล อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ลาออกจากเวทีปฏิรูปนั้น เป็นเพราะมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรม แต่เราเข้าใจดี หากท่านมีคำแนะนำอะไรตนยินดีไปพบ

                      ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคเพื่อไทยจะกลับไปร่างกฎหมายใหม่เพื่อนิรโทษกรรมให้กับประชาชนอย่างเดียวหรือไม่ นายพงศ์เทพ กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องอยู่ในการพิจารณาของวุฒิสภา และท่าทีของวุฒิสภาเองต้องการตัดความเคลือบแคลงสงสัยและระแวงออกทั้งสิ้น คือ ไม่รับร่างเลย ตรงนี้จึงไม่มีประเด็นที่จะทำอย่างที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ เสนอมา

                      เมื่อถามว่า เหตุผลของกลุ่มผู้ชุมนุมขณะนี้เพียงพอต่อการยุบสภาแล้วหรือยัง นายพงศ์เทพ กล่าวว่า การยุบสภาต้องเป็นกรณีฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมีความเห็นที่แตกต่างกันจำเป็นต้องให้ประชาชนตัดสิน หรือเรื่องสำคัญที่เป็นปัญหาวิกฤติจริงๆ แต่ขณะนี้ฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติไม่ได้มีความขัดแย้งที่ทำให้การบริหารประเทศขับเคลื่อนไม่ได้ แต่เป็นเรื่องร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่น่าจะยุติลงได้ ฉะนั้น เรื่องยุบสภาจึงไม่น่าจะเป็นประเด็นที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาใดๆ

                      ด้านนายวราเทพ กล่าวว่า การชะลอประชุมคณะทำงานย่อย เวทีปฏิรูปการเมืองออกไปนั้นไม่กระทบกับการรวบรวมประเด็นของฝ่ายเลขานุการที่ได้รับมอบหมายไป โดยสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงยุติธรรมที่ทำหน้าที่รับผิดชอบ ยังรวบรวมความเห็นของผู้ที่เข้าร่วมเวทีปฏิรูปการเมืองทั้งคณะใหญ่ คณะย่อย รวมถึงผลการศึกษาขององค์กรณ์และสถาบันต่างๆอยู่ นอกจากนี้ตนมองว่าจะมีผู้เข้าร่วมเวทีปฏิรูปการเมืองมากขึ้นเพราะเงื่อนไขในเรื่องร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม หมดไป
ส่วนกรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.ประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้ถอนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ออกจากสภานั้น ไม่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตามหากวุฒิสภามีมติไม่เห็นชอบ และส่งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งภายใน 180 วัน นั้นไม่สามารถมาเรียกร้องให้ใครมายืนยันหรือดำเนินการใดๆได้ แต่หลังจาก 180 ซึ่งมีความเชื่อกันว่าจะมีการยืนยันร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวใหม่นั้น ตนเชื่อว่าเกิดขึ้นไม่ได้แน่นอน เพราะเป็นสัญญาประชาคมที่พรรคการเมืองให้ไว้อย่างชัดเจนขณะนี้ ซึ่งไม่เหมือนกับที่ผ่านมาที่มองว่าพูดแล้วกลับไปกลับมา

                      "ผมเชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะนายกฯ ยืนยันชัดเจนว่าเห็นด้วยกับเสียงสะท้อนของประชาชน อยากให้ผู้ที่ติดตามสถานการณ์ไว้วางใจว่าเกิดขึ้นไม่ได้แน่นอน เชื่อว่าวันนั้นหากมีใครหยิบยกขึ้นมาอีก กระแสต่อต้านก็จะมากกกว่าที่เกิดขึ้นใจปัจจุบัน" นายวราเทพ กล่าว

                      นายวราเทพ กล่าวถึงการร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่มีกระแสข่าวมีการแก้ไขในมาตรา 3 ให้ครอบคลุมถึงการร้องเรียนทุจริตโครงการของรัฐบาลในปัจจุบัน อย่างเช่นโครงการรับจำนำข้าว จะถูกยกเลิกนั้น ไม่เป็นความจริงแน่นอน เราเพราะมีการกล่าวหาเกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ ไม่เกี่ยวกับการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) นอกจากนี้ฝ่ายค้านยังยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในสมัยประชุมสภานี้ได้ เพื่อเป็นอีกหนึ่งกระบวนการตรวจสอบรัฐบาลโดยสภา

                      นายวราเทพ กล่าวถึง การตั้งเวทีคู่ขนานของพรรคเพื่อไทยกลุ่มนปช. ว่า เป็นสิทธิในการแสดงความคิดเห็นของบุคคล ในการให้ข้อมูลกับคนอีกฝ่ายที่เห็นต่าง และประชาชนสามรถใช้ดุลยพินิจในการเข้าร่วมได้อยู่แล้ว ซึ่งเราเรียกร้องให้พรรคการเมืองใช้เวทีของสภา แต่ก็มีสิทธิของประชาชนอยู่ แต่การตั้งเวทีนั้นควรเคารพสิทธิของผู้อื่น

 

'พงศ์เทพ' เผย 'นายกฯ' เตรียมแถลงท่าทีไทยหลังศาลโลกตัดสิน

 

                      นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมการของฝ่ายไทยกับการที่ศาลโลกจะมีการตัดสินคดีปราสาทพระวิหารในวันที่ 11 พ.ย.นี้ว่า ขณะนี้เราได้มีการเตรียมทำความเข้าใจกับประชาชนถึงที่มา ความเป็นมาของเรื่องนี้ว่าทำไมเราต้องเข้าไปต่อสู่คดีเมื่อทางกัมพูชาขอให้ตีความ และถ้าเราไม่เข้าไปต่อสู้คดีก็ไม่ได้เพราะจะกลายเป็นว่าทางกัมพูชาจะเสนอความเห็นฝ่ายเดียว ทั้งนี้ในส่วนของฝ่ายไทยได้แสดงให้เห็นแล้วว่าทีมที่ต่อสู้คดีของไทยทุ่มเททำอย่างดีที่สุดแล้ว และประชาชนจะได้เห็นกับตาในการถ่ายทอดสด

                      รองนายกฯ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามในวันที่ 11 พ.ย.นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้นัดประชุมหารือก่อนที่จะมีการอ่านคำพิพากษาตอน 15.00 น. และนายกฯจะแถลงอีกครั้งในช่วงกลางคืนของวันที่ 11 พ.ย. หลังจากศาลโลกอ่านคำพิพากษาแล้ว เพื่อจะได้รู้ท่าทีของประเทศไทยหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร โดย 4 แนวทางที่เราคาดว่าจะมีออกมาในทางใดทางหนึ่งนั้น ทางกระทรวงการต่างประเทศได้เตรียมทางออกในแต่ละแนวทางไว้หมดแล้ว ขอให้ประชาชนสบายใจว่าไม่ว่าผลการพิพากษาจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่รัฐบาลไทยและกัมพูชาเห็นพ้องตรงกันและควรต้องทำคือเราจำเป็นต้องรักษาความสัมพันธ์ในฐานะที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน ต้องแยกออกจากคำพิพากษา ไม่ว่าคำพิพากษาจะเป็นอย่างไร และรัฐบาลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของกองทัพ สภาความมั่นคง กระทรวงการต่างประเทศ ก็ได้เตรียมอย่างดีที่สุด ในการดำเนินการเมื่อมีผลพิพากษาออกมา ดังนั้นขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่าเราพยายามทำอย่างดีที่สุดในเรื่องนี้ และไม่ต้องการให้ใครหรือประเทศใดนำเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นในการสร้างปัญหา